การจัดการความขัดแย้งในสังคมพหุวัฒนธรรมที่สร้างสรร(สันติธรรม ยุติธรรม)จะ ก่อให้เกิดความสมานฉันท์

            สังคมอีสานเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ไม่อาจดำรงอยู่ได้ด้วยการแยกออกจากบริบทอื่นๆ เช่นการเมือง  การปกครอง เราจึงต้องนำมิติต่างๆมารวมกัน ส่งผลให้การจัดการความแตกต่างจำเป็นต้องคิดในภาพรวม ยึดหลักสังคมโดยประชาชนมีส่วนร่วมเป็นสำคัญ  สันติวิธีเป็นเรื่องที่คนไทย คนอีสานไม่คุ้ยเคย ไม่เคยถูกหล่อหลอม อบรมบ่มเพาะ ยิ่งยุคทุนนิยม โลกาภิวัฒน์ ความเห็นแก่ตัว คลั่งซื้อ บ้าเดินห้างใหญ่ สุรุ่ยสุร่าย ฟุ่มเฟือย นิยมบัตรเครดิตจนหนี้สินล้นพ้นตัว เห่อมือถือราคาแพง งมง่ายแฟชั่น ความพอเพียงเป็นแค่ลมปากอวดอ้าง จะเห็นได้ว่าแม้คนมุสลิม (แขก)จะถูกหล่อหลอมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย สังคมอีสาน แต่ก็ยังคงอัตลักษณ์ของกลุ่มของพวกไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ในอุดมคติมุสลิมมีแบบอย่างท่านศาสดามูฮัมหมัด(ซ.ล)เป็นแบบปฏิบัติ มีพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน อันจำเริญเป็นทางนำ ดังนั้นทุสิ่งทุกอย่างถูกวางไว้หมดแล้ว จึงขึ้นอยู่ว่า ความเป็นตัวคนหรืออัตลักษณ์ของความเป็นมุสลิมจะถูกนำเสนอ แลกเปลี่ยน แบ่งปับกับผู้คนในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างไร ที่ไหนและเมื่อไหร่ เท่านั้น มุสลิมเป็นประชาชาติที่รักสันติ และประสงค์สร้างความสงบสุขบนหน้าแผ่นดิน รักบ้านเกิดเมืองนอน รักพระมหากษัตริย์ การหาโอกาสและเปลี่ยนวิถีวัฒนธรรมระหว่างเพื่อพ้องน้องพี่ต่างศรัทธาจึงมีไม่มากนัก และผู้ปกครองทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นก็ให้ความสำคัญน้อยมากๆ ความไม่เข้าใจ ความสงสัย ในการปฏิบัติศาสนกิจ รวมไปถึง กิจปฏิบัติทางความเชื่อ ศาสนาจึงเป็นสิ่งที่เข้าใจยาก คำถามที่เรามุสลิมได้ยินบ่อยๆเช่น ทำไมมุสลิมจึงไม่เข้าวัด ทำไมไม่กราบ ทำไมไม่ไว้ทุกข์ ทำไม ทำไม มีมากมาย เมื่อขาดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ก็ขาดองค์ความรู้ เมื่อเกิดความไม่เข้าใจก็เป็นความขัดแย้งและในที่สุดก็ลงเอยมาเป็นความรุนแรง เหมือนกันที่มุสลิมทางอีสานตั้งคำถามกับอำนาจรัฐสมัยคุณทักษิณว่า ปราบปราบยาเสพติดทำทไม่ต้องฆ่าผู้บริสุทธ์ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับยาบ้าเป็น 100- 200คน ทำไมทหารยุคทักษิณ ปฏิบัติกับผู้ชุมนุมตากใบด้วยการมัดมือมัดเท้าแล้วโยนทับซ้อนไปบนรถทหารมีคนตาย 78 คนและทุรพลภาพอีกนับ 100 ทำไมต้องฆ่าเยาวชนนักฟุตบอลที่ไม่รู้เรื่องอะไรที่ อำเภอสะบ้าย้อย อุ้มฆ่าคุณสมฃาย นีละไพจิตรทำไม นี่ก็เป็นประเด็นที่ขาดความรู้ความเข้าใจและค้างคาใจคนมุสลิมทั้งประเทศว่าทำไมต้องรุนแรง ต้องฆ่า ต้องปราบปรามและทำไมสันติวิธีใช้ไม่ได้หรือกับสังคมไทย การหาโอกาส เวลา และผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ของท้องถิ่น น่าจะได้เปิดเวที สานเสวนาเพื่อให้เกิดความเข้าใจกันของพี่น้องในสังคมพหุวัฒนธรรมก่อนที่มันจะกลายเป๋นความไม่เข้าใจและบ่มเพาะไปสู่ความบาดหมากและลงเอยด้วยความรุนแรงอีก