นี่คือร่องรอยที่มองเห็นด้วยตา .. และ รู้สึกได้ด้วยใจครับ

     วันที่ 24 มค. 51 เป็นวันแรกที่ทีมงานของพวกเราออกเยี่ยมเยียน หรือที่เรียกทั่วไปว่า การสอนเสริม ณ สถานศึกษา ทีมงานประกอบด้วย ท่านผู้ใหญ่ใจดี และมากประสบการณ์ คือท่าน รศ.ดร.อินทร์  ศรีคุณเป็นหัวหน้าคณะ  รศ.สุวรรณี  ศรีคุณ  รศ.มัณฑรา  ธรรมบุศย์  ผศ.ชลลดา ไศละบาท และตัวผม รวม 5 ชีวิต และเป็นทีมเก่าที่เคยออกเดินสายด้วยกันมาแล้วหลายครั้ง

      ทาง รร.บางกะปิสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์  ได้จัดรถตู้มารับพวกเรา เนื่องจากรถของมหาวิทยาลัยไม่ว่าง และได้ออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยตอนประมาณ 8. 20 น.  การไปพบปะพูดคุยครั้งนี้ ใช้สถานที่ของโรงเรียน บางกะปิสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์  เนื่องจากนักศึกษาคือ ครู-ผู้บริหารประจำการ 5 ท่านอยู่ที่โรงเรียนนี้ โดยมีอีกท่านหนึ่งที่มาจากโรงเรียนอื่น 

      ขณะที่รถผ่านหน้า The Mall บางกะปิ  ผมได้รับโทรศัพท์จาก 1 ในทีมงานของนักศึกษาที่รอต้อนรับพวกเรา  สอบถามรายละเอียดว่าพวกเรามีใครบ้าง จำนวนกี่คน  ถึงไหนแล้ว .. อันแสดงให้เห็นว่า  การจัดการน่าจะมีการวางแผนกันดีพอสมควร  ในอดีตพวกเราเคยไปหลงอยู่นานหลายครั้งมาแล้ว  ตอนไปเยี่ยมนักศึกษาบางคนเพราะการจัดการที่ไม่ดีพอ  

      ก่อนเริ่มรายการได้มีรองผู้อำนวยการมาทักทายต้อนรับ  ได้เวลาประมาณ 9.30 ก็เริ่มการพูดคุย  นำเสนอเรื่องราวจาก นักศึกษาทั้ง 6 ท่าน  เป็นการเล่าถึงการทำงาน โดยยึดประเด็นที่ได้ให้แนวทางเอาไว้ล่วงหน้า  เช่นการจัดการเรียนการสอน  ความสัมพันธ์กับชุมชน และ เรื่องขอแผน-งบประมาณเป็นต้น  หลังจากนั้นพวกเราก็ได้พูดคุย  ให้ข้อคิดเห็น  แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน 

      ส่วนของผมนั้น ได้ยกเอาเรื่องราวที่พบเห็น เช่นเรื่องการจัดการกับ วัสดุ-อุปกรณ์ ระบบเสียง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา  และแนวทางที่ควรทำเพื่อป้องกัน และแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าว  และให้ข้อคิดอันเป็นหลักใหญ่ ๆ  ในการจัดทำสื่อ Presentation ตามด้วยข้อคิดต่อประเด็นที่แต่ละท่านนำเสนออีกเล็กน้อย  ปิดท้ายด้วยเรื่อง โครงการที่มอบหมายให้จัดทำและนำเสนอ  โดยเน้นว่า  ไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการ เอกเทศออกมาก็ได้ ... หากในการทำงานโครงการใดที่ทำอยู่  หรือที่ได้รับมอบหมายจากชุดวิชาอื่น แล้วมีส่วนที่เป็นการนำ นวัตกรรมใหม่ๆ  เทศโนโลยีสารสนเทศ หรือเรื่อง การจัดการความรู้ ไปใช้ในการดำเนินงาน ก็เป็นอันยอมรับได้ 

      ผมไม่อยากเห็นการการ ดิ้น ทำผลงานให้ออกมาโดดเด่นเป็นเรื่องๆ  โดยขาดการบูรณาการ อย่างเป็นธรรมชาติครับ  .. ความรู้จะเกิดประโยชน์ก็ต่อเมื่อนำหลากหลายความรู้ มา คลุก ให้เข้ากันดี  ให้เหมาะสมตามบริบท  ตามโอกาส  จนมันสามารถช่วยแก้ปัญหาต่างๆได้นั่นแหละ จึงจะถือได้ว่าถึงที่หมายของการมีความรู้

     เราพูดคุยกันจนกระทั่งเวลาประมาณ 11.30 น. จึงต่อด้วยการรับประทานอาหารกลางวัน ที่ฝ่ายต้อนรับเตรียมไว้อย่างเรียบง่าย พอเหมาะ พอดี  และเดินทางกลับด้วยรถตู้คันเดิมของทางโรงเรียน  ถึงมหาวิทยาลัยตอนประมาณ บ่าย 3 โมงเศษ 

    นี่คือร่องรอยที่มองเห็นด้วยตา .. และ รู้สึกได้ด้วยใจครับ