นำเมล็ดถั่วเขียว300กรัมใส่ในกล่องพลาสติกขนาด 12x12x6 ลบ.ซม. คลุกด้วยน้ำมันปาล์ม 0.1มล. หยด น้ำมันไพล0.1 มล.,0.2มล., 0.3มล.,และ0.4มล.ลงไป ไม่ต้องคลุก ปล่อยให้น้ำมันหอมระเหยมะกรูดแพร่กระจายไปด้วยตัวของมันเอง จากนั้นปล่อยด้วงถั่วเขียวตัวเต็มวัย 20 ตัวต่อกล่อง ทำ 4 ซ้ำ เก็บไว้ที่อุณหภูมิ 25-26 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 50-60% รอจนครบ 4 เดือน จึงนำเมล็ดถั่วเขียวมาวัดหาค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายจากเมล็ดถั่วเขียว ทำ 4 ซ้ำ ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 110.08 µs , 132.15 µs , 84.18 µs , และ 94.58 µs ตามลำดับ ใช้เครื่องวัดการนำไฟฟ้ายี่ห้อ EUTECH INSTRUMENT รุ่น con500 วัตถุประสงค์ของการวัดค่าการนำไฟฟ้าจะบอกถึงคุณภาพของเมล็ดถั่วเขียว ความมีชีวิต ความงอก ความแข็งแรงของเมล็ดหากเมล็ดดีจะวัดค่าการนำไฟฟ้าได้น้อย(ยอมให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้น้อย) แต่หากวัดค่าการนำไฟฟ้าได้มากแสดงว่าเมล็ดนั้นไม่ดี(เมล็ดรั่วสารอินทรีย์ในเมล็ดละลายออกมาในสารละลายมาก) ค่าที่ได้จะนำมาวิเคราะห์ความแปรปรวนและความแตกต่างกันทางสถิติด้วยแผนการทดลองแบบสุ่มโดยสมบูรณ์ CRD : Completely Randomized Design มี8วิธีการทดลอง และหากตรวจพบความแตกต่างกันของค่าเฉลี่ย จึงจะวิเคราะห์ต่อไปด้วยวิธีของดันแคนนิวมัลติเปิลเร้นเทส(DMRT’s)การทดลองยังไม่จบโปรดติดตามตอนต่อไปบ้านสมุนไพร-ODD
การตรวจสอบค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายของเมล็ดถั่วเขียวหลังจากปล่อยให้ด้วงถั่วเขียวเข้าทำลาย4เดือนเมื่อป้องกันด้วยน้ำมันหอมระเหยจากไพล
การตรวจสอบค่าการนำไฟฟ้าของสารละลายของถั่วเขียวจะเหลืออยู่เท่าใดเมื่อปล่อยให้ด้วงถั่วเขียวเข้าทำลาย4เดือนจากการใช้น้ำมันหอมระเหยจากไพล?
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูโย่ง · 25 ม.ค. 2551
NAMMON · 25 ม.ค. 2551
นางสาว มัสยา มัส คันชั่ง · 25 ม.ค. 2551
นางสาว มัสยา มัส คันชั่ง · 25 ม.ค. 2551
นางสาว มัสยา มัส คันชั่ง · 25 ม.ค. 2551
น้ำมันหอมระเหยจากไพลได้จากการสกัดส่วนของลำต้นใต้ดินจากไพลด้วยไอน้ำที่อุณหภูมิประมาณ105-110 องศาเซลเซียสนาน 6 ชั่วโมง จากนั้นแยกน้ำมันออกมาจากสารสกัดด้วยกระบอกแก้วแยกน้ำมัน ผลิตภัณฑ์น้ำมันเก็บที่ 5 องศาเซลเซียส
บ้านสมุนไร-ODD