ทราบไหมว่าการแสดงโขนมีกี่ประเภท

 

 

 

ประเภทของโขน            เมื่อนิยมดัดแปลงกันเล่นโขนด้วยวิธีต่าง   เกิดขึ้น  จึงเกิดเป็นคำเรียกเป็นที่หมายรู้แยกประเภทของโขนออกไป  โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น  5  ประเภท  คือ

           

1.  โขนกลางแปลง  เป็นการแสดงกลางสนามอย่างหนังใหญ่  สร้างอาคารเป็นพลับพลาข้างหนึ่ง  เป็นป่าข้างหนึ่ง  ดำเนินเรื่องด้วยการพากย์และเจรจา  มีคนพากย์หลายคน  มีปี่พาทย์  2  วง  ตั้งอยู่บนร้านสูงเพื่อให้เห็นการแสดง  การแต่งกายนำเครื่องแบบกษัตริย์มาใช้ตามฐานะของตัวละคร

           

2.  โขนนั่งราว  เกิดขึ้นได้อย่างการเอาตัวอย่างโขนกลางแปลง  ฉากหลังทำเป็นรูปนูนเช่นป่าเขา  พลับพลา  ปลูกร้านสูงเพื่อตั้งวงปี่พาทย์  ทั้งหัวโรงท้ายโรง  ตัวละครจะออกมาเต้นบนโรง  ซึ่งโรงโขนปลูกพอดีสายตาคนดู  มีการวางราวจากคนดูทั้งสองข้างบนโรง  เพื่อให้ตัวละครนั่ง  มีคนพากย์เหมือนโขนกลางแปลงทุกประการ

           

3.  โขนโรงใน  เป็นการแสดงที่ผสมผสานการแสดงทั้ง  2  ประเภท  คือ  โขนกับละครในโดยดำเนินเรื่องโดยบทร้องและมีคนพากย์เมื่อเจรจา  มีการเพิ่มเตียงที่ใช้ในการแสดงอีกหนึ่งตัว  ตัวพระรามและพระลักษณ์ให้ผู้หญิงแสดงได้  ถึงแม้อย่างไรก็ยังคงยึดรูปแบบเดิมไว้คือมีคนร้องและเจรจาแทน

           

4.  โขนหน้าจอ  มีวิวัฒนาการมาจากหนังใหญ่  กล่าวคือ  เมื่อมีพระราชพิธีใหญ่พระมหากษัตริย์จะแสดงในตอนบ่าย  มหรสพทุกชนิดจะเริ่มแสดงแต่หนังใหญ่ต้องอาศัยเงาจึงหาวิธีโดยการปิดทองบนตัวหนังแล้วเชิด  โดยมากจะเป็นชุดระบำ  ครั้นต่อมามีการนำตัวละครรำสลับกับตัวหนังหรือรำพร้อมกับตัวหนังจนเป็นที่นิยม  ครั้นต่อมาก็มีแต่ตัวละครอย่างเดียว  มีการดำเนินเรื่องอย่างโขนโรงใน  มีฉากเหมือนโขนนั่งราว

           

5.  โขนฉาก  เมื่อทางราชการต้องการแสดงโขนต้อนรับแขกเมืองที่โรงโขนหลวงมิสกวัน  เมื่อแสดงตอนศึกพรหมาตร์ก็ทำฉากหลังเป็นฟ้าแสดงตอนไมยราพย์สะกดทัพก็ทำเป็นหนุมานอมพลับพลาจึงเป็นโขนที่แสดงบนเวทีต่อมาก็จึงนิยมทำฉากตามเนื้อเรื่อง  แต่ความจริงแล้วมีการดำเนินเรื่องตามโขนโรงใน             โขน  เป็นศิลปะโบราณอย่างหนึ่งของไทย  ถือกำเนิดมาจากการแสดงการแสดงกระบี่กระบอง  การแสดงหนังใหญ่  และการแสดงชักนาคดึกดำบรรพ์  แต่เดิมผู้แสดงต้องสวมหัวโขนเป็นหน้ากากปิดหน้าทั้งหมด  จึงต้องมีผู้ออกเสียงแทนผู้แสดง  เรียกกันว่า  คนพากย์เจรจา  ผู้แสดงต้องรำทำท่าเต้นและอิริยาบทไปตามคำพากย์  เจรจา  และบทขับร้อง  ต่อมาการเล่นโขนได้วิวัฒนาการให้ผู้แสดงที่แสดงเป็นมนุษย์  ชาย  หญิง  และเทวดา  นางฟ้า  สวมแต่เครื่องประดับศีรษะ  ไม่ใช้หน้ากากปิดหน้าแบบตัวแสดงที่เป็นยักษ์และลิง  แต่ก็ยังมีผู้พากย์และเจรจาแทนตัวโขนอยู่อย่างเดิม