ใกล้ถึงเวลาที่ "จอบิ ไม่มีนามสกุล" จะเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยสมบูรณ์?

เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์รายวัน มติชน 19 พฤศจิกายน 2549 หน้า 9

 

จอบิเคยบอกว่า ชาวไทยภูเขาดั้งเดิมเผ่ากะเหรี่ยง (สกอว์) แบบเขา ไม่มีใครใช้นามสกุล

พ่อของจอบิชื่อ พะโวะ เกิดบ้านป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน ประมาณปี 2459 แม่ชื่อนางกิคุ๊ เกิดที่บางกลอยบน อ.แก่งกระจาน เมื่อประมาณปี 2467 เป็นภรรยาคนที่ 2 จอบิเป็นลูกคนที่ 3 เกิดปี 2510 ที่บ้านบางกลอยบน ถ้ารวมลูกๆ ทั้งหมดแล้วจอบิมีพี่น้องทั้งหมด 18 คน

ปี 2539  อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเริ่มเอาจริงกับการอพยพคนออกจากพื้นที่ หลายครอบครัวรวมถึงพี่น้องบางคนของจอบิย้ายลงมาบ้านบางกลอยล่าง ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน ตามคำสั่ง บางคนไปมีครอบครัวที่บ้านพุระกำ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี แต่จอบิไม่ได้ย้ายไปไหน ต่อมาได้พบและอยู่กินกับพอวา จนมีลูก 3 คนแรก

ภายใต้กฎหมายสัญชาติที่บังคับใช้ขณะที่พะโวะและกิ๊คุเกิด ส่งผลให้สถานะบุคคลของทั้ง 2 คน เป็นผู้มีสัญชาติไทยตาม ม.3 (3) ตาม พ.ร.บ.สัญชาติ 2456  อย่างไรก็ดี ในปี 2499 กฎหมายการทะเบียนราษฎรกำหนดว่าคนทุกคนจะต้องได้รับการบันทึกชื่อในทะเบียนบ้าน และจะต้องแจ้งการเกิดเด็กต่ออำเภอ

แต่บ้านป่าเด็งและบ้านบางกลอยบนเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลเกินกว่าข้อกฎหมายและการเดินเท้าเพื่อบันทึกข้อมูลทะเบียนราษฎรจะเดินทางไปถึง...ไม่มีใครสักคนรู้หรือเข้าใจข้อกฎหมายที่ว่านี้ ทุกคนกลายเป็น "คนตกหล่นทางทะเบียน"

สำหรับจอบิ จอบิไม่ได้สัญชาติโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดามารดาโดยผลของ ม.7(1) และ (2) พ.ร.บ.สัญชาติ 2508 แต่จอบิมีสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนตั้งแต่เกิด โดยผลของ ม.7(3) ยิ่งไปกว่านั้น การแก้ไขกฎหมายสัญชาติในปี 2535 ส่งผลให้จอบิได้สัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดา

อย่างไรก็ดี ด้วยความที่ "ไม่รู้ข้อกฎหมาย" พ่อแม่ของจอบิไม่ได้ไปแจ้งการเกิดของจอบิ

ปี 2542 จอบิคิดว่าต้องย้ายออกจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติเสียที แต่ว่าปีนั้นฝนตกหนักระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณขึ้นสูง การเดินเท้า 2 วันเพื่อไปยังบ้านพุระกำ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี นั้นเป็นไปได้มากกว่า ที่นั่น-จอบิไปทำงานรับจ้างปลูก-เก็บผัก...และโชคร้ายจอบิต้องกลายเป็น "แพะรับบาป" ในคดียิงรถเด็กนักเรียนในปี 2545

ยิ่งไปกว่านั้น ตามฟ้องของอัยการจังหวัดราชบุรี จอบิถูกฟ้องในข้อหา "เข้าเมืองผิดกฎหมาย" ด้วย

"ผมไม่เคยรู้ว่าผมเป็นคนไทย ผมรู้แต่ว่าผมเป็นคนกะเหรี่ยง แล้วก็เกิดฝั่งไทย...ผมเพิ่งรู้ว่าผมเป็นคนไทยก็ตอนที่ผมขังอยู่ที่ ตม. คนจากสภาทนายความ (คุณสุรพงษ์ กองจันทึก) เป็นคนบอกผม"

 แน่นอนว่า ความเป็นคนไทยไม่เคยมีความสำคัญในชีวิตประจำวันของจอบิมาก่อน ตอนถูกกล่าวหาด้วยความผิดทางอาญาข้างต้น เขาได้แต่ยืนยันว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ และเขาเป็นคนกะเหรี่ยงที่เกิดฝั่งไทย

ในที่สุดศาลราชบุรีมีคำพิพากษาว่าจอบิเป็นผู้บริสุทธิ์ ตามกฎหมาย

บุคคลผู้มีสัญชาติไทยย่อมมีสิทธิได้รับเอกสารเพื่อรับรองความเป็นผู้มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเป็นทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) บัตรประจำตัวประชาชน ฯลฯ สำหรับ "คนตกหล่น" อย่างจอบิ สามารถดำเนินการได้ 2 แนวทาง คือ หนึ่ง-ยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร (ท.ร.14) ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ.2535 และสอง-การยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ.2543

จอบิตัดสินใจให้นายนิรันดร์ พงษ์เทพ รองประธาน อบต.ห้วยแม่เพรียง (อดีตผู้ใหญ่บ้านบางกลอย) ยื่นคำร้องต่อ อ.แก่งกระจาน เพื่อเพิ่มชื่อตนเองเข้าในทะเบียนบ้านของนายนิรันดร์ พร้อมกับรายชื่อพยานบุคคลจำนวน 6 คน

ภายหลังการสอบปากคำจอบิและพยานบุคคล เดือนกันยายน 2547 อ.แก่งกระจาน แจ้งว่าทางอำเภอได้ข้อสรุปแล้วว่าจอบิเกิดในพื้นที่ อ.แก่งกระจานจริง แต่ อ.แก่งกระจานไม่สามารถเพิ่มชื่อจอบิเข้าในทะเบียนบ้านนายนิรันด์ได้ โดยอ้างว่า "ภูมิลำเนาปัจจุบัน" ของจอบินั้นไม่ได้อยู่ที่ อ.แก่งกระจาน หากแต่อยู่ที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่จอบิไปทำงานรับจ้าง

19 ตุลาคม 2547 นายกระทง จีโบ้ง ผู้ใหญ่บ้านบางกลอย ยื่นหนังสือยืนยันถึงภูมิลำเนาของจอบิ และนายจิ๊บ จะนุ กำนัน ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง ยื่นหนังสือยืนยันว่าจอบิไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่ดูแลของตน เพียงมาทำงานชั่วคราวและออกนอกพื้นที่ไปนานแล้วต่อ

อ.แก่งกระจาน "จะสั่งอนุญาตให้เพิ่มชื่อหรือไม่อนุญาต" เป็นคำถามซ้ำไป-มาของจอบิ แต่ไม่เคยมีคำตอบใดๆ

เงื่อนเวลา 180 วันตามกฎหมายปกครองเป็นข้อกฎหมายใหม่ที่จอบิต้องเรียนรู้ เขาต้องตัดสินใจว่าจะพึ่งอำนาจศาลปกครองพิพากษาให้ อ.แก่งกระจาน ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่หรือไม่

มีนาคม 2548 จอบิยื่นฟ้อง อ.แก่งกระจาน ต่อศาลปกครองกลาง อ.แก่งกระจาน ถูกกำหนดให้ยื่นคำให้การภายในระยะเวลา 30 วันนับจากวันรับคำฟ้อง ..แต่ร่วม 1 ปีผ่านไป ก็ยังคงไม่มีคำชี้แจงใดๆ จาก อ.แก่งกระจาน แต่ อ.แก่งกระจาน กลับแนะนำให้จอบิเพิ่มชื่อเข้าใน ท.ร.13 เพื่อจะได้ใช้เป็นเอกสารเบื้องต้นในการยื่นคำร้องเพื่อลงรายการสัญชาติไทยตามระเบียบฯ ปี 2543

จอบิใช้เวลาอยู่นานเพื่อทำความเข้าใจว่า ท.ร.13 คือ ทะเบียนบ้านสำหรับคนต่างด้าว คำถามก็คือ การมีชื่อในทะเบียนบ้านคนต่างด้าวจะมีผลดีต่อตัวเขาและครอบครัวได้อย่างไร? มันจะหมายถึงการปฏิเสธการมีสัญชาติไทยของตัวเอง โดยยอมรับว่าตัวเองเป็นต่างด้าวไหม?

แล้วการนับหนึ่งใหม่ในครั้งนี้ มันต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน?

ระหว่างนั้น ตัวแทนสภาทนายความได้รับการแจ้งว่าพยานบุคคลหลายคนถูกข่มขู่ให้กลับคำให้การ โดยเฉพาะพยานที่มีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ บางคนถึงกับเอ่ยปากว่า พอเถอะ อย่าให้เขาต้องทำอะไรอีกเลย คงช่วยได้เท่านี้ และจอบิได้รับการแนะนำจากคนของทางการว่า "ให้ไปถอนฟ้องเสีย"

31 มีนาคม 2548  จอบิตัดสินใจยื่นคำร้องเพิ่มชื่อเข้าใน ท.ร.13 ภายใต้ข้อสรุปที่ว่าการยื่นคำร้องตามระเบียบฯ 2543 เป็น "อีกช่องทางหนึ่ง" และเราจะใช้ทุกช่องทางเพื่อให้ความเป็นไทยของจอบิได้รับการรับรองโดยเจ้าหน้าที่รัฐ

..เพียงเดือนเดียว อ.แก่งกระจาน ก็มีคำสั่งอนุมัติ และเพื่อให้จบกระบวนการที่ อ.แก่งกระจาน แนะนำ จอบิยื่นคำร้องตามระเบียบฯ 2543 ในวันที่ 8 มิถุนายน 2548 และการดำเนินการล่าสุดนี้เอง ได้ถูก อ.แก่งกระจาน ใช้เป็นข้ออ้างชี้แจงต่อศาลปกครองว่าอำเภอมิได้ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าต่อการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของจอบิ โดยอำเภอกำลังพิจารณาคำร้องฉบับใหม่ของจอบิอยู

..แต่จนถึงปัจจุบัน--1 ปี 5 เดือนนับจากการยื่นคำร้องตามระเบียบฯ 2543--ก็ยังไม่เคยมีคำตอบหรือความคืบหน้าใดๆ จาก อ.แก่งกระจาน

วันนี้ จอบิได้งานทำเป็นคนสวน และพอวาเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารในรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี ทั้ง 2 คนต้องขอใบอนุญาตออกนอกพื้นที่ (เป็นเวลา 15 วัน) จาก อ.แก่งกระจาน และต้องขออนุญาตใหม่ทุกครั้งเมื่อครบกำหนดเวลา ทุกเดือนจะกลับบ้านบางกลอยเพื่อเยี่ยมลูกทั้ง 4 คน คือ เจวา พอเลอะ แอนะ และดาแอ๊ะ ซึ่งกำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนตำรวจตะเวนชายแดนใน อ.แก่งกระจาน

"ผมดีใจที่รู้ว่าผมเป็นคนกะเหรี่ยงที่มีสัญชาติไทย ผมจะดีใจถ้าเจ้าหน้าที่ออกบัตรไทย (บัตรประชาชน) ให้ผม ลูกๆ ผมจะได้เป็นคนไทย ได้ไปโรงเรียน"

22 พฤศจิกายน 2549  เวลา 13.30 น. นี้ เป็นวันนั่งพิจารณาคดีนัดแรกของศาลปกครอง ตุลาการผู้แถลงคดีจะอ่านความเห็นที่มีต่อคดี

หลังจากนั้นจะกำหนดวันอ่านคำพิพากษาของตุลาการเจ้าของสำนวน

จอบิและครอบครัวแจ้งกับตัวแทนของสภาทนายความว่าจะไปตามวันที่ศาลกำหนดทั้ง 2 นัด

วันนั้น จอบิและสังคมไทยจะได้เรียนรู้ว่า ศาลปกครองมีความเห็นอย่างไรกับการกระทำทางปกครองของ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ต่อกรณีคนไทยดั้งเดิมที่ตกหล่นทางทะเบียนอย่างจอบิ ไม่มีนามสกุล