เมื่อกล่าวถึงประเทศอิยิปต์  ผู้คนส่วนใหญ่จะนึกถึง สิ่งมหัศจรรย์ของโลกคือ ปิรามิดแห่งกิซา   ผู้คนต่างสงสัยว่า การสร้างถาวรวัตถุอันใหญ่โตมโหฬารและมีรูปทรงประหลาดนี้ คนอิยิปต์โบราณสร้างเพื่อจุดประสงค์อันใด  บ้างว่าเพื่อเป็นสุสานฝังพระศพของกษัตริย์ บ้างว่าเพื่อติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว  แถมมีผู้กล่าวว่ารูปทรงปิระมิดนั้น มีพลังอำนาจอันลึกลับอยู่  การได้ไปเห็นปิรามิด แห่งกิซา ถือว่าน่าจะไปดูสักครั้ง 

     สำหรับข้าพเจ้าสนใจในแง่ที่ว่า  คนโบราณสร้างสิ่งนี้ไว้เพื่ออะไร แถมเคยอ่านเจอในหนังสือว่า ถ้าเรามองจากบริเวณที่ตั้งของปิรามิดจากพื้นดินมองตั้งฉากขึ้นไปบนท้องฟ้า   ตำแหน่งการเรียงตัวของปิรามิดทั้งสามจะตรงกับ ตำแหน่งของกลุ่มดาวส่วนที่เป็นเข็มขัดนายพรานหรือ   Orion belt   แถมผู้เขียนยังบอกอีกว่า แม่น้ำไนล์ คือภาพสะท้อนเบื้องบนของกลุ่มดาวในกาแลกซี่ทางช้างเผือกที่พาดผ่านท้องฟ้าในยามค่ำคืน  แล้วยังเรื่องของมัมมี่อีกล่ะ  ทั้งหมดนี้ดูน่าสนใจมาก ข้าพเจ้ากับกัลยาณมิตรอีกห้าคน จึงบากบั่นไปประเทศนี้  แบบ Backpacker ช่างเป็นเรื่องที่หาญกล้ามากจริงๆ 

        เรานั่งเครื่องไปลงที่ไคโร แล้วนั่งรถไฟไปจนถึงเมืองอัสวาน อันเป็นที่ตั้งต้นของแม่น้ำไนล์  แล้วเดินทางกลับขึ้นมา  ผ่านเมืองสำคัญและแวะชมสถานที่ต่างๆ  เช่น อาบู ซิมเบล  เกาะฟิเล  หุบเขากษัตริย์   นั่งเรือใบเฟลุกาชมแม่น้ำไนล์    สถานที่ต่างๆ น่าทึ่งมาก อิยิปต์เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างโบราณที่มีอายุถึง 3000 กว่าปี  และสร้างเสียใหญ่โตมโหฬารมาก  เห็นว่าสร้างเพื่อบูชาเทพเจ้า  ดูเหมือนว่าอิยิปต์โบราณจะมีเทพเจ้ามากมายหลายองค์ จนจำชื่อกันไม่หวาดไม่ไหว  มีคนบอกว่า เทพเจ้าที่คนอิยิปต์โบราณนับถืออาจจะเป็นมนุษย์ต่างดาวอะไรทำนองนั้น  คิดกันไปไกลมากเลย 

Abu Simbel

Abu SimbelAbu Simbel

       ที่อาบู  ซิมเบล ข้าพเจ้าถามเพื่อนๆ ที่ไปด้วยกันว่า รูปปั้นอันใหญ่โตมโหฬารของฟาร์โรห์ที่นั่งอยู่นั่นเป็นใคร เพื่อนๆบอกว่า นั่นคือฟาโรห์ราเมเซส ที่ 2    พอข้าพเจ้าถามว่าแล้วอีก 3 รูปที่เหลือล่ะ เพื่อนก็ว่า เป็นรูปปั้นของ ราเมเซสที่ 2 อีกเช่นกัน   เป็นที่น่าสงสัยยิ่งว่า ทำไมพระเจ้าราเมเซสที่ 2 ต้องปั้นรูปของตัวเองขนาดใหญ่มากตั้ง 4 รูป นั่งอยู่ตรงนั้น เหมือนจะตอกย้ำการมีตัวตนของพระองค์ถึง 4 ครั้งเชียวนะนั่น 

       กลายเป็นว่า รูปปั้นของฟาโรห์ราเมเซสที่ 2 นั้น มีกระจายอยู่ทั่วอิยิปต์ ตั้งแต่ต้นแม่น้ำไนล์ มาจนถึงไคโร  แต่ละรูปปั้นนั้นใหญ่โตมโหฬาร แถมสวยงามมากที่เดียว  ข้าพเจ้าอดคิดเล่นๆไม่ได้ว่า พระองค์ท่าจะเป็นฟาโรห์ที่หน้าตาดูดีมากพระองค์หนึ่งเป็นแน่ 

 ในประวัติศาสตร์ของอิยิปต์บอกว่า พระองค์คือฟาโรห์ที่ครองราชย์ยาวนานมาก และมีความสำคัญมากทีเดียว 

      เรื่องที่ข้าพเจ้าสนใจมากของอิยิปต์อีกเรื่องก็คือมัมมี่  มีผู้กล่าวว่าคนอิยิปต์โบราณเชื่อเรื่องการกลับมาเกิดใหม่มาก บางท่านบอกว่า   คนอิยิปต์โบราณนั้นหมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องของความตาย ?? 

     เมื่อเราไปอ่านกรรมวิธีในการทำมัมมี่ของคนอิยิปต์ ก็พบว่าเป็นเรื่องปรานีตบรรจงมากในการดูแลร่างกายที่ตายแล้ว   สมองจะถูกควักออกมา รวมทั้งเครื่องในตับไตไส้พุงทั้งหลายทั้งปวง แล้วนำมาดองแช่ไว้ในโถ เก็บไว้ใกล้ๆร่างกายของผู้ตาย   โดยเฉพาะบรรดาฟาโรห์ทั้งหลาย จะมีที่ฝังพระศพที่หุบเขากษัตริย์ โลงศพจะมีอยู่ สามชั้น มีสมบัติต่างๆ มากมาย ถูกฝังไว้ที่นั่น รวมทั้งโถที่ใส่เครื่องในขององค์ฟาโรห์ด้วย 

     ตอนที่สุสานของตุตันคาเมน ยุวกษัตริย์ของอิยิปต์ ถูกค้นพบ ก็ทำให้โลกตะลึงมาก เพราะในที่ฝังพระศพ มีสมบัติมากมายมหาศาลที่ล้วนแล้วแต่เป็นทองคำ  ที่พิพิธภัณฑ์อิยิปต์ ในกรุงไคโร มีการตั้งแสดงสมบัติที่พบในสุสานของฟาโรห์ตุตันคาเมนด้วย  ข้าพเจ้าเห็นแล้วรู้สึกตื่นตาตื่นใจจริงๆ  โลงศพชั้นในสุดเป็นทองคำ สิ่งที่ประดับบนร่างมัมมี่ของพระองค์ก็เป็นทองคำ  ทั้งหน้ากากที่ปิดใบหน้า นิ้วมือทั้งสิบนิ้ว  นิ้วเท้าทั้งสิบนิ้วจะมีปลอกคล้ายๆ ปลายถุงมือที่ล้วนแล้วแต่ทำด้วยทองคำ  แถมรองเท้าก็เป็นทองคำด้วย   

    ปัจจุบันร่างของยุวกษัตริย์ที่ว่า  ซึ่งเป็นมัมมี่ อยู่ที่หุบเขากษัตริย์  ส่วนสมบัตินั้นอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ในกรุงไคโร  แว่วว่าร่างมัมมี่ของพระองค์ถูกผ่าดูอยู่หลายรอบ เพื่อหาสาเหตุการตาย บ้างว่าพระองค์ถูกลอบปลงพระชนม์ บ้างว่าไม่ใช่ 

 ล่าสุดบอกว่า รอยแตกที่กระโหลกศีรษะนั้น  เป็นรอยแตกจากตอนที่พยายามเอาหน้ากากทองคำออกจากศีรษะ  สงสัยจะแงะแรงไปหน่อย ??

 ข้าพเจ้านึกสงสัยในใจ  ไม่รู้ว่าโถเครื่องในของพระองค์อยู่ใกล้ๆร่างหรือเปล่า  เกิดพระองค์จะคืนร่างใหม่ ถ้าไม่มีโถเครื่องในอยู่ใกล้ๆ จะทำอย่างไร