มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและเศรษฐศาสตร์แห่งบูดาเปช
ข้อมูลทั่วไป
มหาวิทยาลัยบูดาเปชได้เริ่มสร้างครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1635 โดย ปีเตอร์ ปาสมานี, ไพรเมส ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าบาทหลวงประจำสาธารณรัฐประเทศฮังการีในขณะนั้น มหาวิทยาลัยบูดาเปช ตั้งขนาบสองฝั่งของแม่น้ำดานูบซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีชื่อเสียงและสำคัญที่สุดในประเทศ ในแรกเริ่มเป็นเพียงมหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว เพื่อที่จะผลิตบัณฑิตที่มีความสามารถมารับใช้ชาติ ต่อมามหาวิทยาลัยบูดาเปชได้รวมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเช่นเดียวกันเพื่อที่จะได้เป็นศูนย์รวมของเทคโนโลยีเพียงแห่งเดียวของประเทศ ในปี ค.ศ.1949 มหาวิทยาลัยได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า “มหาวิทยาลัยแห่งเทคโนโลยีของบูดาเปช” ตลอดเวลาที่ผ่านมามหาวิทยาลัยได้เปิดสอนสาขาวิชาต่าง ๆ โดยใช้ภาษาฮังการี จนกระทั่งปี 1984 ได้มีการเพิ่มภาคภาษาอังกฤษเพื่อเป็นการตอบสนองต่อสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงในด้านของภาษา ในปี 1984 มหาวิทยาลัยเปิดสอนสาขาวิชาวิศวกรรมทั่วไปภาคภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรก และในปี 1989 มหาวิทยาลัยได้เปิดสอนเป็นภาษารัสเซีย, ฝรั่งเศส, เยอรมัน ด้วยเช่นกัน ในปี 2000 มหาวิทยาลัยได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและเศรษฐศาสตร์แห่งบูดาเปช”
จุดประสงค์ของการตั้งมหาวิทยาลัยเพื่อจะผลิตนักศึกษาที่มีคุณภาพที่พร้อมสร้างประโยชน์ ให้กับสังคม ในช่วงแรกมหาวิทยาลัยเน้นการสอนในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ เช่น วิทยาศาสตร์สาขาเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สาขาสิ่งมีชีวิตต่างๆ มหาวิทยาลัยไม่ได้เพียงให้การศึกษาในด้านวิชาการเพียงอย่างเดียวแต่ยังส่งเสริมด้านสุขภาพ และด้านสังคมให้กับนักศึกษาด้วยเช่นกัน มหาวิทยาลัยได้มีการส่งเสริมให้นักศึกษาได้ฝึกงานกับบริษัทต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้กับนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและเศรษฐศาสตร์แห่งบูดาเปชกล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของทวีปยุโรป บุคลากรของมหาวิทยาลัยได้รับรางวัลโนเบล (Nobel Prize) ในสาขาต่าง ๆ เช่น Dennis Gabor ในสาขาฟิสิกส์, George Hevesy ในสาขาเคมี และยังมีนักศึกษาอีกมากมายที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง, เงิน หรือ ทองแดงในกีฬาโอลิมปิกซึ่งแสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยให้ความสำคัญทั้งทางด้านวิชาการและด้านกีฬา
มหาวิทยาลัยเปิดสอนในหลายสาขาวิชา ได้แก่ สาขาสถาปัตยกรรม, สาขาวิศวเคมี, สาขาวิศวสังคม, สาขาวิศวไฟฟ้า เป็นต้น มหาวิทยาลัยได้สร้างห้องสมุดซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลที่สำคัญไม่ใช่แค่เพียงนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแต่สำหรับประชาชนทั่วประเทศ ห้องสมุดสามารถจุประมาณ 550 คน และมีคอมพิวเตอร์ (workstations) 50 เครื่อง และยังเปิดให้นักศึกษาหรือผู้ที่สนใจหาข้อมูลจากวารสารประมาณ 7000 ฉบับผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้อีกเช่นกัน
ข้อสังเกต ความรู้ และความประทับใจที่ได้รับจากการศึกษาดูงาน
ในระดับมหภาค สาธารณรัฐประเทศฮังการีให้ความสำคัญกับการศึกษาของประชาชนเป็นอย่างมากเนื่องจากทางรัฐบาลเล็งเห็นว่าการลงทุนผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพสามารถพัฒนาประเทศใอนาคตได้ รัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนทุกคนเข้ารับการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาที่ 1 จนจบปริญญาโท สิ่งนี้ทำให้นักศึกษามีโอกาสเท่าเทียมกันในการศึกษา ระดับปริญญาตรีใช้เวลา 3 ปี และปริญญาโท 2 ปี รวมเป็นเวลา 5 ปี เปรียบเทียบกับประเทศไทยเห็นได้ว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาเท่าที่ควร ในแง่หนึ่งสถานศึกษาเปรียบเสมือนธุรกิจ โดยสถานศึกษาพยายามที่จะรับนักศึกษาให้มากที่สุดเพื่อสร้างกำไรและชื่อเสียงให้กับสถาบัน แต่ในขณะเดียวกันยังมีนักศึกษาอีกเป็นจำนวนมากที่ขาดปัจจัยสนับสนุนและไม่ได้รับโอกาสในการเข้ารับการศึกษาให้เท่าเทียมกับคนอื่น
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและเศรษฐศาสตร์แห่งบูดาเปชได้ให้ความสำคัญทั้งในด้านวิชาการและด้านกีฬาดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ดังเห็นได้จากการยกย่องทั้งผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลหรือผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ และผู้ที่ได้รับเหรียญรางวัลจากกีฬาโอลิมปิก ใน ระดับเดียวกัน โดยสิ่งที่สังเกตได้และน่าประทับใจมากคือคือการมีทั้งแผ่นทองเหลืองสลักชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลและเหรียญกีฬาโอลิมปิกอยู่เคียงข้างกัน สิ่งเหล่านี้น่าจะสร้างความภาคภูมิใจให้กับนักศึกษาที่ได้พบเห็นและเป็นการกระตุ้นให้นักศึกษาได้พยายามเจริญรอยตามรุ่นพี่ นอกจากนี้ยังมีแผ่นทองเหลืองว่างอีกหนึ่งแผ่น ซึ่งหมายถึงการสนับสนุนให้นักศึกษาและคณาจารย์มีความกระตือรือร้นในการพัฒนาสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นตลอดเวลา ขณะที่สถาบันการศึกษาในประเทศไทยนั้นมักจะให้ความสำคัญระหว่างด้านวิชาการและด้านกีฬาแตกต่างกัน โดยนักศึกษาที่มีความสามารถในด้านวิชาการจะเป็นที่ยกย่องของสถาบันการศึกษาต่าง ๆค่อนข้างมากซึ่งแตกต่างกับนักศึกษาที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬาที่จะได้รับการให้ความสำคัญในระดับที่รองลงไป
มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญต่อคุณภาพอาจารย์มาก โดยอาจารย์ต้องมีคุณสมบัติพร้อมตามกำหนด และต้องเป็นอาจารย์ที่มีความซื่อสัตย์และพร้อมที่จะรับการประเมินผลจากนักศึกษาการประเมินคุณภาพอาจารย์ในมหาวิทยาลัยบูดาเปชแห่งนี้เป็นไปด้วยความยุติธรรม นักศึกษามีสิทธิประเมินอาจารย์ตามความเป็นจริง และไม่มีผลต่อคะแนนของนักศึกษาแต่อย่างใด ประเทศไทยได้นำระบบนี้มาใช้แต่ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร เนื่องจากวัฒนธรรมในการเคารพผู้อาวุโสและความเกรงกลัวว่าจะมีผลต่อคะแนนการศึกษา
มหาวิทยาลัยเห็นความสำคัญของการศึกษาที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ จึงได้จัดเวลาให้นักศึกษาได้มีโอกาสไปทำงานกับบริษัทต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์อันเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาและประเทศชาติต่อไป ขณะที่นักศึกษาไทยในบางมหาวิทยาลัยไม่ได้รับโอกาสในการใช้ทฤษฏีเพื่อการปฏิบัติได้
ในสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในด้านต่างๆ มหาวิทยาลัยบูดาเปชได้ให้ความสำคัญต่อสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่พยายามให้นักศึกษาเข้าใจและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆแต่ยังมีความพยายามที่จะผนวกความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์และการจัดการเพื่อให้นักศึกษาเข้าใจและสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่มีผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วย กลุ่มวิชาในส่วนนี้มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า “Technology Management”
ในการเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย คณะผู้ดูงานได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีและมีตัวแทนนักศึกษาของทางมหาวิทยาลัยเป็นผู้ให้ข้อมูลและพาเยี่ยมชมบริเวณโดยรอบของมหาวิทยาลัย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อนักศึกษาของสถาบัน
ปัญหาในการศึกษาดูงาน
การขาดการประสานงานที่ดีกับมหาวิทยาลัยที่จะไปดูงาน ไม่ได้แจ้งรายละเอียดที่แน่ชัดว่าสนใจดูงานในด้านใด ทำให้ได้รับทราบเพียงข้อมูลทั่วไปของมหาวิทยาลัยเท่านั้น
ทางผู้ต้อนรับขาดการเตรียมพร้อมด้านข้อมูล ในบางคำถามของคณะนักศึกษาจึงไม่ได้รับคำตอบที่ดีนัก
ข้อเสนอแนะ
ควรมีการระบุถึงจุดมุ่งหมายในการเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยเพื่อให้ผู้ต้อนรับมีการเตรียมข้อมูลและรายละเอียดที่ถูกต้องต่อความต้องการของผู้ดูงาน
ควรมีการนำแง่คิดที่ดีที่ได้รับจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้(จากที่ได้กล่าวถึงแล้วข้างต้น)กลับไปปรับใช้กับสถาบันการศึกษาในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการขยายโอกาสทางการศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาสอย่างเท่าเทียม หรือการส่งเสริมให้มีระบบการประเมินผลผู้สอนอย่างจริงจัง การผนวกความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นให้แก่นักศึกษาทุกคนในสาขาทางเทคโนโลยี เป็นต้น
ควรมีการวิจัยในลักษณะการเปรียบเทียบนโยบายและระบบการศึกษาระหว่างประเทศไทยและประเทศฮังการี เนื่องจากการดำเนินงานทางด้านการศึกษาของทั้งสองประเทศค่อนข้างมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมากจากที่ได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้น เช่น รัฐบาลฮังการีเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาต่อการพัฒนาประเทศโดยให้การสนับสนุนเป็นอย่างมาก ในขณะที่รัฐบาลไทยยังขาดการสนับสนุนด้านการศึกษาที่ดี ทำให้เยาวชนไทยจำนวนมากไม่ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ประเด็นเหล่านี้สมควรที่จะนำมาทำความเข้าใจในเชิงลึกว่าเพราะเหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นในประเทศไทย เพื่อสร้างมุมมองเชิงนโยบายที่ดีขึ้นซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศอย่างมากในอนาคต