ประเทศออสเตรีย

ข้อมูลทั่วไป
ชื่อประเทศทางการ สาธารณรัฐออสเตรีย (Republic of Austria)

ภูมิศาสตร์  

พื้นที่  83,858 ตารางกิโลเมตร (32,368 ตารางไมล์)
เมืองที่สำคัญ กรุงเวียนนา (เมืองหลวง)
เมืองอื่นๆ  กราซ  ลินซ์  ซาลซ์บูร์ก  อินส์บรุก  คลาเกนเฟิร์ต
สภาพภูมิประเทศ อัลไพน์ (ร้อยละ 64)
ที่ราบสูงทางเหนือซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ราบสูงโบฮีเมีย (ร้อยละ 10)
ที่ราบต่ำทางตะวันออก (ร้อยละ 26)

ภูมิอากาศ  อุณหภูมิภาคพื้นยุโรป ( Continental temperate)

ประชากร
 สัญชาติ  ชาวออสเตรียน (Austrian)
 จำนวน  8,032,926 (ณ ปี 2001)
ศาสนา
 โรมันคาธอลิก ร้อยละ 73.6
 นิกายลูเธอรัน ร้อยละ 4.7
 อิสลาม  ร้อยละ 4.2
 อื่นๆ  ร้อยละ 5.5
 ไม่ระบุ  ร้อยละ 12.0
การศึกษา
 การศึกษาภาคบังคับ 9 ปี
 อัตราการเข้าเรียน  ร้อยละ 99
 อัตราการรู้หนังสือ ร้อยละ 98
ระบอบการปกครอง
ประชาธิปไตยแบบรัฐสภารัฐธรรมนูญประกาศใช้เมื่อปี 1920 (แก้ไขเมื่อปี 1929) และได้รับการรับรองอีกครั้งเมื่อ 1 พ.ค. 1945

อำนาจฝ่ายต่างๆ
ประมุข (Head of State) ประธานาธิบดี
ฝ่ายบริหาร (Executive) นายกรัฐมนตรี (Chancellor: Head of Government)
ฝ่ายนิติบัญญัติ (Legislative) รัฐสภา (Cabinet)
ฝ่ายตุลาการ (Judicial) ศาลรัฐธรรมนูญ (Bicameral Federal Assembly หรือ Parliament)
   ศาลปกครอง (Administrative Court)
   ศาลฎีกา (Supreme Court)
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  อายุ 19 ปีขึ้นไป
การแบ่งเขตการปกครอง แบ่งเป็น 9 จังหวัด
(Lander หรือ Federal Provinces)
เศรษฐกิจ
 (ปี 2003: ตัวเลขคาดการณ์)
 GDP    254,725 ล้านเหรียญสหรัฐ
 GDP growth rate real term  ร้อยละ 0.7
 GDP Per capita income  31,220  ล้านเหรียญสหรัฐ
ทรัพยากรธรรมชาติ
ได้แก่ แร่เหล็ก  น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ ป่าไม้ 
แร่ทังสะเตน  แมกนีไซด์  ลิกไนต์ ซีเมนต์
เกษตรกรรม
 ปี 2001 มีประมาณร้อยละ 2 ของ GDP ผลิตผลที่สำคัญ ได้แก่
 -  ปศุสัตว์ (livestock)
 -  ผลิตภัณฑ์จากป่า (forest products)
 -  ข้าว (grains)
 -  ต้นบีต (sugarbeets) ใช้ทำน้ำตาล
 -  มันฝรั่ง (potatoes)
อุตสาหกรรม
ปี 2001 มีประมาณร้อยละ 29 ของ GDP ประเภทอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่
 -  เหล็กและเหล็กกล้า (iron and steel)
 -  เคมีภัณฑ์ (chemicals)
 -  เครื่องจักรอุปกรณ์ (capital equipment)
 -  สินค้าอุปโภค-บริโภค (consumer goods)
บริการ
 ปี 2001 มีประมาณร้อยละ 69 ของ GDP
ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ
 คู่ค้าส่งออก (2002)
  Germany   31.5 %
  Italy   9.3 %
  Switzerland  5.4 %
  US   4.9 %
  UK   4.9 %
  France   4.7 %
  Hungary   4.3 %

 คู่ค้านำเข้า (2002)
  Germany   42.6 %
  Italy   6.6 %
  Hungary   5.1 %
  Switzerland  4.8 %
  Netherlands  4.4 %

บุคคลสำคัญบางตำแหน่งของออสเตรียในปัจจุบัน
 ประธานาธิบดี (Federal President) นาย Thomas Klestil
หมดวาระ 8 กรกฎาคม 2547 และ Dr. Heinz Fischer ได้รับเลือกตั้ง (เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2547) ให้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่แทน
 นายกรัฐมนตรี (Federal Chancellor) นาย Wolfgang Schussel
 รองนายกรัฐมนตรี (Vice Chancellor) นาย  Hubert GORBACH
 รัฐมนตรีต่างประเทศ (Foreign Minister)  นาง Benita Ferrero-Waldne
 เอกอัครราชฑูตประจำประเทศไทย  Dr. Herbert Traxl

เศรษฐกิจของออสเตรีย
ออสเตรียเป็นประเทศที่ใช้ระบบการตลาดแบบผสมผสาน (Social market economy) ที่พัฒนาแล้วประเทศหนึ่ง ประชาชนมีมาตรฐานการครองชีพสูงและรัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้แล้วออสเตรียยังถือได้ว่าเป็นประเทศที่พัฒนาทั้งทางด้านอุตสาหกรรม การธนาคาร การคมนาคมขนส่ง การบริการ และการอำนวยประโยชน์ด้านการค้า ในขณะที่ออสเตรียมีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่บางประเภท อาทิ อุตสาหกรรมถลุงเหล็กและเหล็กกล้า โรงงานเคมีภัณฑ์ ซึ่งมีการจ้างคนงานหลายพันคน แต่อีกด้านหนึ่งบริษัทส่วนใหญ่ของออสเตรียเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs)
ออสเตรียถือว่าเป็นประเทศที่มั่งคั่งประเทศหนึ่งในยุโรป โดยมีระบบเศรษฐกิจแบบเสรีที่ให้ความสำคัญต่อปัจจัยทางสังคม โดยเอื้อประโยชน์แก่ผู้ด้อยโอกาส และเน้นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและสังคม (Economic and Social Partnership) ออสเตรียถือว่าเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมสูง และมีความก้าวหน้าทางด้านการบริการเป็นอย่างมาก

ออสเตรียมีจุดแข็งคือ การเมืองที่มีเสถียรภาพ เศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว และเป็นจุดยุทธศาสตร์และเส้นทางคมนาคมที่สำคัญในยุโรปกลาง ที่เชื่อมโยงกับยุโรปตะวันตกและยุโรปตะวันออก มีความเจริญงอกงามทางวัฒนธรรม มีมรดกทางโบราณคดีและวัฒนธรรมของโลก สังคมมีความสงบสุข มีระบบการศึกษาที่ดี ประชากรมีการศึกษาสูง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

นอกจากนี้แล้ว การเข้าเป็นสมาชิกของ EU เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 1995 ยังนำมาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความท้าทาย และนำเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามามากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ออสเตรียสามารถพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศไปได้ด้วยดี

ความสัมพันธ์ ไทย-ออสเตรีย
ไทยกับออสเตรียมีความสัมพันธ์ต่อกันมานาน ทั้งสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2496 ไทยกับออสเตรียถือว่าเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน ต่างเป็นมิตรประเทศที่ส่งเสริมบทบาทซึ่งกันและกันมาโดยตลอด มีการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำในระดับประมุข และระดับรัฐบาลต่อเนื่องอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด
ไทยกับออสเตรียสามารถเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ร่วมกัน” (Strategic Partnership) ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีในด้านต่าง ๆ ในเชิงสร้างสรรค์ทุกมิติได้เป็นอย่างดี สนับสนุนบทบาทและภารกิจของแต่ละประเทศในเวทีความร่วมมือในภูมิภาคผ่านสหภาพยุโรป ASEM และในเวทีระหว่างประเทศ สถานเอกอัคราชทูตจึงมีบทบาทในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับออสเตรียอย่างบูรณาการในโลกยุคโลกาภิวัฒน์ และการพึ่งพาซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผลประโยชน์ของไทย และให้ความสำคัญต่อการทำงานเป็นทีมของทุกหน่วยงาน ภายใต้ระบบบูรณาการ
 
ข้อสังเกต ความรู้ และความประทับใจที่ได้รับจากการศึกษาดูงาน
 คณะดูงานได้เรียนรู้ถึงบทบาทของสถานเอกอัครราชทูตไทย ซึ่งทำหน้าที่ในการเป็นตัวแทนในการติดต่อระหว่างหน่วยงานทั้งทางภาครัฐและเอกชนในระดับระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังต้องมีบทบาทด้านการเชื่อมสัมพันธไมตรีเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศออสเตรียอีกด้วย
 คณะดูงานได้เรียนรู้ถึงแนวคิดของท่านเอกอัครราชทูตสมเกียรติ อริยปรัชญาเกี่ยวกับความรักชาติ จากคำกล่าวในลักษณะที่ว่าท่านหวังให้นักเรียนนักศึกษาที่มีโอกาสเดินทางมาศึกษาต่อยังต่างประเทศหรือแม้กระทั่งผู้ที่เดินทางมาศึกษาดูงานโดยได้รับทุนจากรัฐบาลได้เข้าใจถึงบทบาทของความเป็น “ตัวแทน” ที่ควรจะตั้งใจนำความรู้หรือบทเรียนกลับไปทำงานเพื่อช่วยพัฒนาประเทศไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 
 คณะดูงานได้เกิดความตระหนักในความแตกต่างของแนวทางการพัฒนาประเทศระหว่างประเทศออสเตรียและประเทศไทย โดยบางระบบที่นักศึกษาไทยที่มีโอกาสได้เดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศได้พบเห็นและมีความเห็นว่าเป็นระบบที่ดีนั้น หากนำกลับมาใช้ในประเทศไทย โดยที่ไม่ได้ศึกษาดูอย่างละเอียดว่าระบบดังกล่าวมีความเหมาะสมกับบริบทของสังคมไทยหรือไม่ ก็อาจทำให้เกิดความล้มเหลวในการพัฒนาประเทศได้
 คณะดูงานได้เรียนรู้ถึงแนวคิดทางด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งได้รับการใช้เป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาประเทศออสเตรียรวมทั้งกลุ่มประเทศชั้นนำอื่นๆ ของโลก
 คณะดูงานได้ทราบถึงลู่ทางในการทำธุรกิจอาหารไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศออสเตรียซึ่งยังมีโอกาสมากสำหรับธุรกิจประเภทนี้
 คณะดูงานมีความประทับใจในการต้อนรับของท่านเอกอัครราชทูตซึ่งเปิดโอกาสให้ซักถามข้อมูลต่างๆ อย่างเป็นกันเอง และมีการจัดอาหารว่างไว้รับรองคณะศึกษาดูงานอีกด้วย
 ท่านเอกอัครราชทูตนั้นมีพื้นฐานความรู้มาทางด้านเศรษฐศาสตร์ซึ่งถือเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญแขนงหนึ่งที่ใช้ในการวิเคราะห์และกำหนดนโยบาย ท่านจึงมักจะมองประเด็นและอธิบายปัญหาต่างๆ อย่างเชื่อมโยงในเชิงนโยบายได้เป็นอย่างดี

ปัญหา/ อุปสรรค
 การเดินทางไปยังสถานทูตเป็นไปอย่างค่อนข้างลำบาก เนื่องจากยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางมีขนาดใหญ่แต่เส้นทางในการเดินทางค่อนข้างแคบ คนขับรถไม่คุ้นเคยกับเส้นทางจึงทำให้การเดินทางล่าช้า

ข้อเสนอแนะ
 หากมีข้อมูลสรุปเกี่ยวกับประเทศออสเตรีย และสรุปสถานการณ์ต่างๆ ที่น่าสนใจในประเทศออสเตรียประกอบในการเข้าศึกษาดูงานจะช่วยให้ได้รับความกระจ่างและความรู้ในการศึกษามากขึ้น
 อยากให้มีการจัดการแสดงข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยให้กับประชาชนใน           ออสเตรียในโอกาสต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานเทศกาลต่าง หรือ  งานนิทรรศการต่างๆ เป็นต้น เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทย
 ทางรัฐบาลไทยควรที่จะทำวิจัยเพื่อการประเมินผล ระบบการบริหารงานแบบทูต CEO อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังเป็นนโยบายที่ค่อนข้างใหม่และอาจยังมีจุดที่ยังสามารถพัฒนาได้อีก