ความผูกพันในเครือญาติ ความห่วงหาอาลัยยิ่งแก่ผู้จากไปอยู่ในปรโลกทำให้ญาติผู้ที่ยังอยู่เป็นคนต้องเสียใจ โหยหาอาลัยยิ่งอยากทราบว่าผู้ที่ตายจากไปมีความเป็นอยู่อย่างไรจึงต้องเชิญวิญญาณผู้ตายมาลงขอนกระด้าง โดยการที่ญาติต้องเตรียมเสื้อผ้าของผู้ตายและเสื้อผ้าคนอื่นปะปนกันเพื่อทดสอบว่าเป็นวิญญาณผู้ตายมาเข้าทรงจริงหรือไม่
เมื่อถึงเวลาญาติผู้ตายไปพบกับม้าขี่หรือคนทรงเจ้าบอกชื่อผู้ตายเสร็จพ่อเจ้าที่เป็นสื่อก็จะไปตามเอาวิญญาณผู้ตายมาเข้าร่างม้าขี่(คนทรง)เป็นสื่อกลาง เมื่อวิญญาณผู้ตายเข้าร่างสิงม้าขี่แล้ว ร่างม้าขี้เกิดอาการเหมือกับศพผู้ตายนอนกระด้างอยู่ ลักษณะนี้เองผู้คนเรียกกันว่า ผีขอนกระด้าง รอเวลาพอสมควรผู้ที่เป็นตั้งเข้า(ผู้ช่วยม้าขี่)ก็เรียกชื่อผู้ตาย ผีขอนกระด้างก็จะลุกขึ้นโดยมีวิญญาณผู้ตายอยู่ในร่างทรงพูดกับญาติๆ หากญาติต้องการถามอะไรก็ถามไป วิญญาณในคราบร่างทรงก็พูดจาเหมือนดังตัวคนธรรมดาๆนั่งพูดคุยกันที่แน่ๆญาติจะนำเอาเสื้อผ้าปะปนกันที่เตรียมไว้แล้วให้ร่างทรงเลือกว่าอันใดเป็นของผู้ตายวิญญาณผู้ตายในร่างของเจ้าทรงก็เลือกเสื้อตนเองที่ยังใช้เมื่อยังเป็นคนหากเลือกได้ถูกต้องก็เป็นอันว่าผีที่พูดอยู่กับญาติๆนั้นเป็นวิญญาณของผู้ตายจริง
ลักษณะการเข้าร่างทรงของวิญญาณผู้ตายมักมีอาการเหมือนกับการสิ้นใจตาย เช่น ตายเพราะรถคว่ำพุ่งคอหัก ตอนที่วิญญาณเข้าร่าง ตัวเจ้าทรงก็จะหกพุ่งเหมือนอาการที่ตาย หรือ คนที่ถูกยิงดิ้นพลาดๆแล้วตาย เมื่อวิญญาณเข้าร่างก็ดิ้นพลาดๆบอกอาการที่ตายให้เห็น ขณะที่ญาติกำลังพูดกับวิญญาณผ่านร่างทรงอาจมีการนำอาหารของที่ถููกใจมาร่วมวง คนที่ชอบดื่มเหล้า เบียร์ก็ดื่มกันไปพูดคุยประทานกันเหมือนดั่งเป็นคนเมื่อถึงเวลาหมดการขออนุญาตจากผีเจ้าพ่อที่พาวิญญาณมา วิญญาณก็จะรีบลาญาติพี่น้อง บอกให้ทำบุญ ต้องการอะไรก็บอกเสียตอนที่จะจากกันไกลไม่พบกันอีกแล้วชาตินี้ เพื่อว่าญาติจะได้นำสิ่งที่ผู้ตายต้องการอุทิศทำบุญส่งกุศลไปให้อยู่ในปรโลกอย่างเป็นสุข ถึงเวลาพรากกันวิญญาณก็เกิดอาการเหมือนกับตอนตายนั่นแหละ บางคนก็ดิ้นพลาดๆ บางคนก็ร้องเหมือนถูกต้มสุก บางคนที่มีจิตสงบดีก็นอนอย่างสงบ สิ้นลมหายใจไปตามธรรมชาติของสังขาร ให้ญาติพี่น้องได้เห็นทบทวนความจำลักษณะอาการตายครั้งสุดท้าย ...... สุดท้ายจริงๆ
เมื่อนำวิญญาณผู้ตายไปลงผีขอนกระด้างเสร็จ ญาติๆก็กลับมาบ้านหาสิ่งของที่ผู้ตายสั่งมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้ตายตามต้องการ
เรื่องผีขอนกระด้างโดยสรุปก็จบลงด้วยเหตุดั่งนี้แล......เป็นความเชื่อส่วนบุคคลแต๊แล..
สวัสดี ต๋อนเจ๊าแต่ยังบ่ตันแจ้งเจ้า
สวัสดีอิหน้อยกาแฟ....เจ๊าบ่าแจ้งมาอ่านเรื่องผีสนใจ๋เหียแต๊ว่า
เรื่องนี้ลุงได้ทดลองต๋อนที่ทำวิทยานิพนธ์โดยไปที่บ้านเจ้าทรงแล้วทำพิธีต๋ามเปิ้นบอก หื้อคนนึ่งถ่ายฮูป คนนึ่งจับเวลา คนนึ่งผ่ออาก๋ารลุง แล้วลุงก็นั่งทดลอง พบว่า มันหนักที่ฮ่องง่อนต่อตางหลังมีเสียงบอกว่าก้มลงๆๆๆๆ โดยที่ฮู้สึกตั๋วแต่บังคับบ่ได้ นี่คือต๋อนนึ่งที่ทดลอง แต่บ่ได้เอามาทำวิทยานิพนธ์เพราะมันบ่หมี หนังสืออ้างอิง...ความเจื้อลุงเจื้อว่ามันเป๋นพลังงานอย่างนนึ่งในโลกนี้ แต่เฮายังต้องศึกษาต่อไป เพราะคนเฮาประกอบด้วย ตั๋ว(กาย)และจิต(วิญญาณ) หากขาดอย่างใดอย่างนึ่งจีวิตก็อยู่บ่ได้เน้อ...เรื่องมันยาวเอาไว้เต้าอี้ก่อนเจ้า.....
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนา.......พรหมมา
สวัสดีค่ะ
ตามมาอ่านต่อ
-น่าเชื่อนะคะ เพราะเคยดูเหมือนกัน
- ช่วงทำงานภาคนิพนธ์ เคยไปศึกษาผีเจ้าของกลุ่มลาวโซ่ง อ. กุสุมาลย์ จ.สกลนคร ..........ทำไม่สำเร็จแม่สั่งเลิกเสียก่อน ..............ประมาณว่ากลัวลูกสาวจะมีภัย
- ข้อยขอเอิ้นป้อหนานตามคุณกาแฟด้วยคนนะคะ
สัวสดีคุณพรรณา..ผมก็ศึกษาและจะทำวิทยานิพนธ์เหมือนกันทดลองแล้วแต่การหาเอกสารอ้างอิงยากจึงเลิกไปทำเรื่องอื่นครับ...มันเป็นเรื่องพลังงานของจิตครับ
จากลุงหนาน พรหมมา
หาไปหามา เอ๊ะ เจอของลุงเรานี่เอง
เจอแล้วก็ดีแล้ว.....
เอาไปใช้ได้สบายๆ....
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน.....พรหมมา