คนหนุ่มๆสาวๆที่ได้เข้ามาปฎิบัติธรรมตั้งแต่อายุยังน้อย ถือว่าเป็นผู้มีบุญยิ่งนัก

         การไปศึกษาวิชาของพระพุทธเจ้าในครั้งนี้   ข้าพเจ้าเข้าใจว่า  ตัวเองน่าจะเป็นคนอายุน้อยๆ ของรุ่น   ที่ไหนได้ ข้าพเจ้าเข้าใจผิดข้าพเจ้ากลายเป็นนักเรียนโข่งไปทันที เมื่อพบว่าเพื่อนร่วมรุ่นนั้น มีแต่คนหนุ่มคนสาวอายุน้อยๆ  อายุน้อยสุดก็คือหนุ่มน้อยวัย 17 ที่ทางบ้านส่งมาเรียนจากกรุงเทพฯ   อายุมากสุดประมาณ 60 กว่าหรือไงนี่แหละ แต่เมื่อดูโดยรวมแล้ว  ข้าพเจ้าอยู่ในกลุ่มผู้สูงวัยไปทันที เพราะส่วนใหญ่คือคนหนุ่มคนสาวในวัยทำงานตอนต้น  ส่วนข้าพเจ้าเข้าสู่วัยทำงานตอนปลายไปแล้ว  เป็นความเชื่อของคนในยุคข้าพเจ้า ที่มองว่าการเข้าวัดปฎิบัติธรรม เป็นเรื่องของคนแก่ๆ  ถ้าคนหนุ่มคนสาวคนใดไปปฎิบัติธรรม ต่างก็มีความเชื่อฝังแน่นว่า เด็กพวกนี้มีปัญหาชีวิต หรือไม่ก็เป็นพวกอกหัก รักสลาย จนต้องมานุ่งขาวห่มขาว   ดังนั้นจึงเป็นความเชื่อที่เปลี่ยนแปลงได้ยากมาก  แม้จนปัจจุบันนี้

  แต่ความจริงก็คือ ในปัจจุบันนี้ คนหนุ่มคนสาวที่แสวงหาคำตอบของชีวิต สนใจในเรื่องราวทางจิตวิญญานมากขึ้น พวกเขากลุ่มหนึ่งเข้าสู่ศาสนา และเข้าปฎิบัติธรรม  ข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่าคนหนุ่มสาวที่เข้ามาเรียนรุ่นเดียวกันนี้ แต่ละคนก็มีการศึกษา มีหน้าที่การงานที่ดี ไม่มีใครที่จะเป็นคนประหลาดแม้แต่น้อย  ดังนั้นการปฎิบัติธรรม การมาเรียนวิชาของพระพุทธเจ้าจึงไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ จะเข้ามาได้โดยง่าย  เพราะสิ่งที่ปิดกั้นโอกาสอันดีของคนคนนั้น ก็คือความคิดเห็นที่เป็นลบ   ในมุมมองเรื่องการปฎิบัติธรรมของตัวเขาเอง   และเปลี่ยนแปลงได้ยากมาก  บางคนถึงขั้นรังเกียจเลยก็ว่าได้       หลายคนที่ข้าพเจ้ารู้จัก มักจะพูดเหมือนๆกันว่า  การปฎิบัติธรรมเป็นเรื่องของคนแก่  พวกเขายังไม่ถึงเวลา พวกเขายังไม่พร้อม  ขอเวลาใช้ชีวิตทางโลกให้สนุกสนานก่อน กลัวว่า พอมาปฎิบัติจะมาละสิ้นซึ่งกิเลส ชีวิตก็จะขาดรสชาด แถมถ้าเป็นถึงขนาดนั้นแล้วต้องออกบวช ใครจะมาเลี้ยงดูพ่อ แม่ ลูก เมียกัน

    ประเด็นนี้วิปัสสนาจารย์ ท่านบอกว่า ที่เห็นๆมา ก็ไม่พบว่ามีใครหนีไปบวชสักราย  เพราะกิเลสที่ว่านี้ ใช่ว่าจะละกันได้ง่ายๆ  แถมยังบอกอีกว่ากิเลสเรานั้นมีเย๊อะ  ไม่หมดกันง่ายๆ หรอก ไม่ต้องกังวลใจไป

   ปัจจุบันนี้ข้าพเจ้ามองเห็นว่า คนหนุ่มๆสาวๆ ที่ได้เข้ามาปฎิบัติธรรมตั้งแต่อายุยังน้อย ถือว่าเป็นผู้มีบุญยิ่งนัก     ข้าพเจ้าเสียอีกที่มีบุญน้อยไปหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับสายจนเกินไปนัก   เพราะอย่างน้อยก็ได้พบหนทางของพุทธที่แท้จริง  แม้จะเป็นนักเรียนโข่ง แต่ข้าพเจ้าก็ตั้งใจจริง