สรุป
  การศึกษาทางไกล
          การศึกษาทางไกลได้รับประโยชน์จากการพัฒนาด้านการติดต่อสื่อสารเสมอ  ในอดีตบริการทางไปรษณีย์และรูปแบบใหม่ของการจัดส่งไปรษณีย์  ทำให้เกิดการขยายตัวของรายวิชาที่จัดส่งทางไปรษณีย์ เทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันก็แสดงบทบาทในทำนองเดียวกัน ในประเทศที่พัฒนาแล้วได้พัฒนาเทคโนโลยีแล้วหรือกำลังพัฒนาอยู่ส่งผลให้เกิดสถานีบริการในทุกบ้าน   ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคิดว่าการพัฒนาเหล่านี้จะอยู่ในระดับมวลชนภายในเวลา 10  ปี  ข้างหน้า “การนำเทคโนโลยีไปใช้เพื่อการศึกษาและการฝึกอบรมจะเพิ่มมากขึ้น   การเรียนจะมีอิสระในเรื่องเวลา สถานที่และสามารถกระทำได้ในทุกขั้นตอนของชีวิตมนุษย์   บริบทของการเรียนจะประกอบด้วยเทคโนโลยีมากมาย  ผู้เรียนจะเข้าถึงไม่เพียงแต่ใช้สื่อที่หลากหลาย แต่ยังสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ที่หลากหลายอีกด้วย”  ซึ่ง  Bates (1993)  ได้อธิบายสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนี้ไว้  นักสังคมวิทยา ได้บัญญัติศัพท์ ภาษาฝรั่งเศสไว้ว่า  “L’opulence  communicationnelle”  หมายถึง  ความสมบูรณ์ในเครื่องมือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร(Communication  wealth)  ซึ่ง Edinburg Parallel Computing Centre   ได้แสดงเหตุผลแบบเดียวกันสนับสนุนความคิดนี้
        อย่างไรก็ตามทฤษฎีสาขาวิชาการศึกษาทางไกลและการเรียนรู้ ได้ให้ความสนใจใน ทฤษฎีการติดต่อสื่อสารไม่มากนัก  นักการศึกษาการศึกษาทางไกลของสหรัฐอเมริกาได้ เน้นถึงความสำคัญในความสัมพันธ์ของการติดต่อสื่อสารว่าเกี่ยวข้องกับปัจจัย  3  ประการ  คือ  ผู้เรียน  อาจารย์  และวิธีการติดต่อสื่อสาร  มัวร์เสนอ  “ทฤษฏีการ ศึกษาทางไกลที่อธิบายคำว่า  ทางไกล โดยใช้ศัพท์ว่าเป็นโปรแกรมการเรียนที่ผู้เรียนสามารถโต้ตอบกันได้รวดเร็ว  สะดวกสบาย      (responsiveness of educational  program  to  the learner) มากกว่าที่จะใช้ในความหมายว่า เป็นการห่างไกลกันทางกายภาพระหว่างอาจารย์กับผู้เรียน”   การติดต่อสื่อสารจึงเป็นจุดเน้นที่สำคัญของการเรียนทางไกล
โทรทัศน์เพื่อการศึกษา
โทรทัศน์
                   โทรทัศน์เป็นสื่อมวลชนที่มีประสิทธิภาพยิ่งประเภทหนึ่ง เนื่องจากเป็นสื่อที่ส่งได้ทั้งภาพนิ่ง  ภาพเคลื่อนไหว  และเสียง  เมื่อมีการนำโทรทัศน์มาใช้ในการศึกษา จึงทำให้เกิดคำว่า “โทรทัศน์การศึกษา” ขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรู้แก่ผู้เรียนหรือผู้รับทางบ้าน และ “โทรทัศน์การสอน”  เพื่อสอนเนื้อหาตามหลักสูตรแต่ละวิชา
1. การสอนโดยตรง
           เป็นการใช้โทรทัศน์เพื่อเสนอรายการที่จัดทำขึ้นตามเนื้อหาในหลักสูตรในรูปแบบของโทรทัศน์การสอน  การสอนโดยตรงนี้สามารถกระทำได้ทั้งในโทรทัศน์ระบบวงจรเปิดและวงจรปิด  ถ้าเป็นการสอนในระบบวงจรเปิดและเป็นการออกอากาศจากสถานีส่งมายัง   ห้องเรียน  การสอนลักษณะนี้จะมีครูประจำชั้นคอยเป็นพี่เลี้ยงควบคุมการเรียนและตรวจงานปฏิบัติของผู้เรียนในห้องเรียนนั้น  แต่ถ้าเป็นการส่งในระบบวงจรปิด ผู้สอนที่สอนอยู่ในห้องเรียนหรือในห้องส่งจะเป็นผู้รับผิดชอบผู้เรียนทั้งหมดด้วยตนเองโดยไม่มีผู้อื่นควบคุมการเรียนในแต่ละห้อง  การใช้โทรทัศน์ในการสอนสามารถใช้ได้ดังนี้
2. การเพิ่มคุณค่าทางการสอน
            เป็นการนำรายการโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับบทเรียนนั้นมาเสนอแก่ผู้เรียนเพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ และเป็นการช่วยเสริมสร้างบรรยากาศทางการเรียนให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น รายการที่นำเสนออาจเป็นการบันทึกลงแถบวีดิทัศน์ไว้ หรือเป็นรายการสดตามตารางการออกอากาศก็ได้  เช่น  สารคดีชีวิตสัตว์  การประดิษฐ์สิ่งของ  หรือการอภิปรายต่างๆ  เป็นต้น
           การใช้รายการโทรทัศน์เพื่อเสริมการสอนนี้สามารถจะช่วยในการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมของการสอนในห้องเรียนที่มีทรัพยากรจำกัด เช่น ด้านประวัติศาสตร์หรือเรื่องราวเหตุการณ์ระหว่างประเทศ  หรืออาจช่วยอธิบายเพิ่มเติมประกอบวิชาที่ยากแก่ครูผู้สอน เช่น ศิลปะ ดนตรี วิทยาศาสตร์  ฯลฯ   ตลอดจนเป็นการนำแรงกระตุ้นจากภายนอกวิชา  เช่น วรรณคดี ซึ่งยากแก่ผู้สอนที่จะทำให้เกิดความตื่นเต้นและแรงจูงใจในการเรียน