ผมจะชวนท่านชมความงามของศิลปะแห่งพื้นดิน เมื่อมองจากบนฟ้า

และแล้วผมก็จะได้ไปเยือนหลวงพระบางก่อนกำหนดครับ

เดิมทีวางแผนว่าจะเดินทางพร้อมพี่ท่านบางทรายวันที่สิบสี่

แต่ผมจะล่วงหน้าไปก่อนแล้วละ พรุ่งนี้เช้าก็ได้บินไปกับบางกอกแอร์เวย์แล้วครับ บ่ายๆมีนัดกับอ้ายน้องที่ห้องว่าการแขวงฯ ประสานงานประสานงาหลายเรื่องแล้วรอต้อนรับคณะหมอลาวจากเวียงจันทน์ที่จะมาช่วยงานด้านการประเมินสุขภาวะ 

วันรุ่งขึ้นและวันต่อไปอีกสองสามวัน ก็ร่วมคณะกับหมอลาวไปทำงานด้านสาธารณสุขหมู่บ้านละวัน ผมอาจช่วยเขาวัดความดันคนเฒ่า ชั่งน้ำหนักเด็กน้อยไปตามเรื่อง (ถ้ามีคุณหมอสาวๆไปด้วยก็จะอยู่ช่วยเยอะหน่อย)

จากนั้นก็ปล่อยคุณหมอตามสบาย ส่วนผมจะมาร่วมทีมกับพี่บางทราย ศึกษาชุมชน (อันนี้เป็นงานที่ชอบมากกว่า) ระหว่างวันที่สิบห้าถึงสิบแปด

ส่วนงานศึกษาด้านดิน การใช้ที่ดิน และการประเมินชดเชยทรัพย์สิน รายได้ และวิถีชีวิตนั้น เขาบอกว่า ให้ทำๆไปตอนที่ไปกับทั้งสองคณะนั่นแหละ (สงสัยตูต้องแยกร่างเหมือนเห้งเจีย)

เขาให้กลับวันที่สิบแปด แต่จ้างให้ ก็วันที่สิบเก้า ยี่สิบ เป็นเสาร์อาทิตย์นี่นา จัดการเลื่อนตั๋วเรียบร้อยแล้วครับ หวังว่าคงเป็นไปตามแผนนะครับ 

เป้าหมายแฝงของการไปหลวงพระบางครั้งนี้ ผมจะไปพิสูจน์ข้อสงสัยเกี่ยวกับ พระประวัติเข้าฟ้างุ้มวีรมหากษัตริย์ของลาวครับ ตามพงศาวดารล้านช้าง ฉบับของท่านมหาสีลา วีระวงษ์ ได้กล่าวถึงตอนท้ายของรัชสมัยว่า พระองค์ทรงเสียพระจริต จากความโศกเศ้ราที่พระมเหสีองค์หนึ่งสิ้นพระชนม์ เหล่าเสนาจึงอัญเชิญท่านออกจากพระราชสมบัติ

แล้วให้ไปประทับที่เมืองน่าน เดิมทีผมเข้าใจว่าเป็นจังหวัดน่าน แต่มาไม่มั่นใจก็เมื่อดูแผนที่โครงการ พบว่ามีเมืองริมโขงแห่งหนึ่งชื่อเมืองนาน  อยู่ห่างจากเมืองหลวงพระบางประมาณสี่สิบกิโลเมตรผมจะไปดูว่า เมืองนานนี้มีประวัติร่วมสมัยกับเจ้าฟ้างุ้มหรือไม่ (สมัยเดียวกับพระเจ้าอู่ทอง)จะได้ปรับแก้ความเข้าใจของตนเอง 

 

<p> </p><p>จบจากเมืองหลวงพระบางพาท่านลัดฟ้าขากลับ แวะผ่านแถวกลางดง (อยู่ระหว่างปากช่อง กับมวกเหล็ก) ผมจะชวนท่านชมความงามของศิลปะแห่งพื้นดิน เมื่อมองจากบนฟ้าที่ความสูงระดับประมาณสาม กม.ครับ เป็นภาพจาก point asia.comเจ้าเก่า จากภาพนี้นอกจากความสวยงามของโทนสีน้ำตาลแล้ว (อยากให้โรงเรียนทอผ้าเมืองพลของน้องออต เอาไปเป็นลายทอผ้าจัง) ผมกลับได้ข้อคิดว่า การพัฒนาหากทำให้ถูกที่ถูกทางดังเช่นในพื้นที่ที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์รองรับได้เช่นนี้ ก็งดงามได้อย่างน่าอิจฉา </p><p></p><p>เครื่องบินเลยไปกลับลำที่ชายฝั่งก่อนแล่นลงสุวรรณภูมิ ผมเลยกำนันท่านด้วยภาพชายฝั่งแห่งหนึ่ง ที่ชมแล้วน่าเป็นห่วง ผมสงสัยว่าป่าชายเลนเคยมีอยู่ตรงนี้หรือไม่ แต่ก่อนที่จะทำบ่อเลี้ยงกุ้ง สภาพชายฝั่งเป็นโคลนเลนอย่างนี้หรือ หรือกิจกรรมต้นน้ำใดหนอที่ทำให้ตะกอนดินถูกพัดพามามากมายขนาดนี้</p><p> อย่างไรก็ขอให้ผมคิดผิดทีเถอะ อาจบางทีชายฝั่งตรงนี้เขาก็เป็นชายเลนอยู่อย่างนี้มานานแล้ว ป่าชายเลนไม่เคยมีหรอก กิจกรรมของมวลมนุษย์ไม่มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติในบริเวณนี้เพี้ยง ขอให้เป็นเช่นนี้เถิด</p><p>บันทึกนี้ผมพล่ามไปหลายเรื่องราว เรียงร้อยยังไงก็ไม่เป็นเรื่องเดียวกันทั้งนั้นทั้งนี้ก็เพราะ ผมคิดถึงมวลมิตร ที่คงต้องห่างหายไปหลายวัน เพราะดูตามตารางแล้วมีโอกาสพักในเมืองน้อยมากครับ</p>