วิธีการผันตัวเองจากคนที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพให้กลายเป็นผู้นำที่มีบุญญาบารมี<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="left">ถอดความภาษาไทยโดย ดร.บุญชัย โกศลธนากุล</p> จาก หนังสือ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="left">The 8th Habit : From Effectiveness to Greatness</p>
เป็นหนังสือเล่มต่อจาก The 7 Habits of Highly Effective People
ซึ่งประพันธ์โดยStephen Covey
ผู้แต่งใช้เวลานานกว่า 15 ปีในการรวบรวมข้อมูลและประพันธ์ผลงานชิ้นนี้ออกมา
ผู้เขียนมีความเชื่อว่าในยุคปัจจุบันบุคลากรในองค์กรถูกมองว่าเป็นตัวสร้างหนี้สินเป็นตัวสร้างปัญหามากกว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าต่อองค์กร ดูได้จากระบบต่าง ๆที่บริษัทสร้างขึ้นมาเพื่อกำหนดกฎเกณฑ์ให้พนักงานทำตามเสมือนกับพนักงานเป็นเพียงเครื่องจักรที่มีหน้าที่ผลิตผลงานเมื่อไม่ได้ผลกำไรตามที่ตั้งไว้ก็คัดคนออกหน้าตาเฉยพนักงานทุกคนจึงขาดขวัญและกำลังใจไม่มีความสำนึกรักในองค์กรขอให้ตนเองอยู่รอดไปวันหนึ่ง ๆ ก็พอเมื่อเป็นเช่นนี้การที่องค์กรจะประสบความสำเร็จก็คงเป็นไปได้ยากผู้แต่งจึงนำเสนอวิธีการที่จะเป็นผู้นำที่มีบุญญาบารมีที่สามารถสร้างขวัญกำลังใจและจิตสำนึกให้กับพนักงานทุกคนร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์ผลงานให้แก่องค์กรวิธีการดังกล่าวคือ
1. การสร้างเสียงในใจ (Inner voice)
เสียงนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถสร้างขึ้นมาได้ โดยมีขั้น ตอนเบื้องต้น 3 ประการ คือ
1.เปิดใจให้กว้างยอมรับความเป็นจริงทุกอย่างในชีวิตมองปัญหาทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์ทุกคนต้องประสบเมื่อยอมรับได้จิตใจจึงจะสงบ
2.มีความปรารถนาดีกับคนรอบข้างอยากให้ผู้อื่นมีความสุขอยากให้องค์กรมีความเจริญรุ่งเรือง
3.คิดบวกหรือมองโลกในแง่ดีไม่ตีโพยตีพายเมื่อเจอปัญหาและอุปสรรค
1.1 วิธีการสร้างเสียงในใจ (Inner voice) หรือตัวรู้ให้ บังเกิดขึ้นในจิตของตัวเอง
1.1.1เลือกพูดเลือกทำ เลือกคิด เลือกตัดสินใจ เมื่อสิ่งภายนอกเข้ามากระทบอายาตนะทั้ง 6 อันได้แก่ตา หู จมูก ลิ้น กาย และจิตใจก่อนอื่นเราจะต้องรู้เนื้อรู้ตัวก่อนว่าเรากำลังทำอะไรอยู่และเรามีความรู้สึกและอารมณ์ต่อสิ่งเหล่านั้นอย่างไรเมื่อเรารู้จักตัวเองดีพอเมื่อมี สิ่งใด ๆ เข้า มากระทบทั้งทางการมองเห็นการได้ยิน การดมกลิ่น การลิ้มรส และการสัมผัสเราจึงจะเลือกได้ว่าเราจะควรจะตอบสนองต่อ สิ่งเหล่านั้นอย่างไรจึงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเมื่อเราเป็นผู้เลือกเองถึงแม้ว่ามันจะผิดพลาดไปบ้างเราก็จะไม่โทษผู้อื่นเราจะสามารถยอมรับสิ่ง ต่าง ๆที่เกิดขึ้นได้อย่างเต็มหัวใจเพราะเราเป็นผู้เลือกเองเมื่อนั้นแล้วเราจึงจะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้อย่างแท้จริง
1.1.2 จงเคารพกฎธรรมชาติว่าด้วยเรื่องศีลธรรมจรรยา เช่น
- ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว
- มีเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา
- มีศีล 5 - ขจัดซึ่งนิวรณ์ 5 อันได้แก่ ความโลภหรือความอยากได้อยากมีอยากเป็นมากเกินความเหมาะสม ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ ความลังเลสงสัยความเบื่อหน่าย และความอิจฉาริษยาอาฆาตแค้น
- มีความกตัญญูกตเวที
- มีความจริงใจ ปากกับใจตรงกัน
เมื่อจิตมีธรรมะจิตก็สงบสบายไม่ว้าวุ่น ไม่ตึงเครียด เสียงในใจจึงจะเกิดขึ้น
1.1.3 ฝึกความฉลาด 4 ด้าน ได้แก่
- ความฉลาดทางความคิดคือการฝึกการวิเคราะห์ปัญหาโดยไม่มีความขุ่นมัวของอารมณ์ จิตใจต้องนิ่งสงบไม่ตีโพยตีพาย มองปัญหาเป็นเรื่องธรรมดามองอย่างเป็นตรรกะ(มองอย่างเป็นเหตุผล)มองที่มาของปัญหา และสิ่ง ที่พอจะแก้ไขได้ตอนนี้คืออะไรแล้วลงมือกระทำ - ความฉลาดทางกายคือการฝึกความรู้เนื้อรู้ตัวในทุกอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน
- ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ.) คือการฝึกรู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองในทุกขณะจิตขณะนี้เรารู้สึกอย่างไร ต้องสามารถ บอกออกมาได้อย่างชัดเจนเป็นคำพูด เช่นเมื่อเราโกรธเรารู้สึกอย่างไร หน้าตาของอารมณ์โกรธเป็นอย่างไรและสิ่งที่สำคัญคือ การรู้ให้ทันถึงจุดเปลี่ยนของอารมณ์จากอารมณ์ปกติเป็นอารมณ์ต่างๆ ว่าอารมณ์มันเปลี่ยนไปเพราะเหตุใดและเพราะอะไรจึง กลับมาสู่สภาวะปกติ - ความฉลาดทางด้านจิตใจคือการพยายามทำตัวเป็นคนดีอย่างเสมอต้นเสมอปลายโดยไม่หวังผลตอบแทนไม่ใจอ่อนไปกับสิ่งยั่วยวนใจต่าง ๆ
…………………………………….. <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="left"> (ยังมีต่อ...โปรดรอโอกาสต่อไป) </p>
หากรอมัไหว ลองไปก่อนได้เลยที่
http://www.teambuildingthai.com/index.php?option=com_content&task=view&id=58&Itemid=55
</span></span></span>