|
แสงแห่งความดี
อ้างอิง - ภาพ http://burabhawayu.multiply.com/photos หากนับโลกความคิด ซึ่งมองชีวิตอันเป็นอยู่บนโลก ล้วนบอกกล่าวว่า ชีวิตอันปรากฎ ทั้งหมดทั้งมวล คือแบบทดสอบอันยิ่งใหญ่ สำหรับพิสูจน์ความหมายของการทำดี หรือระหว่างกึ่งกลางเส้นทางของความดี กว่าจะไปถึงได้ เราจึงต้องอยู่บนโลกใบนี้ เพื่อตัดสินใจต่อการกระทำ ว่าจะประกอบสิ่งดี หรือจะไม่ประกอบสิ่งดี โลกนี้จึงมีเรื่องราวอันผสมผสานปนเปกันไปมา มิมีรูปอันพร้อมพูน เป็นโลกซึ่งไม่สมบูรณ์แบบดีงามหมดจด เพราะยังคงเป็นโลกที่รอสร้างสรรค์ รอการประกอบขึ้นจากความดี รอให้มนุษย์กระทำสิ่งดีประดับไว้บนโลกนี้ ในท่ามกลางพื้นที่สีเทาของโลกนี้ บ้างกล่าวในเชิงเทพปกรณัม กล่าวขานกันว่า โลกเป็นดินแดนที่เทพเบื้องบน และผู้คนเบื้องล่าง มาหลอมรวมไว้ในดินแดนเดียวกัน ดินแดนที่มีพร้อมทุกสิ่ง ทั้งความดีงามและความชั่วร้าย ดินแดนแห่งนี้จึงคละเคล้าไว้เพื่อพิสูจน์ตัวตน ดินแดนแห่งนี้เปรียบดั่งห้องเรียนรวม มีผู้เรียนเก่งเรียนเท่าปานกลางกระทั่งเรียนด้อย ทุกคนต่างมาหลอมรวมไว้ ให้แต่ละคนได้มองกันและกัน มองถึงความจริงว่า สุดท้ายแล้วจะเลือกสิ่งใด จะเลือกเพียงที่เป็นอยู่ หรือต้องบากบั่นให้มากกว่าเพื่อไปสู่สิ่งดีกว่า จะเลือกดำรงอยู่ในท่ามกลางปัจจุบันโดยไม่กระทำสิ่งดีสิ่งใหม่ หรือเลือกจะย้อนหลังชีวิต ให้จมอยู่กับความพึงใจเพียงเท่านั้น โลกนี้จึงมีสีสัน ให้เราแต่ละคนได้เลือกสรร นอกเหนือสีสันละลานตาของโลก โลกนี้ยังมีแสงอันมากมาย เป็นโลกซึ่งหมุนเวียน สลับแสงแลสีสันมากมายตระการตา ทั้งแสงสียามรุ่งสู่เที่ยงยันบ่ายจนเย็นย่ำ นับจากเริ่มมืดกระทั่งราตรีเบ่งบานจนถึงยามค่อนรุ่ง จากมืดสู่สว่างและจากสว่างสู่มืด โลกล้วนมีสีสันไว้คอยให้เทียบเคียง เปรียบเทียบเรียนรู้จนกว่าจะเข้าถึงความจริงแห่งสีสันและแสงสี สังเกตุเข้าใจด้วยตัวเรา ในยามโลกเจ้าชายแขกขาวบรรลุธรรม มีตำนานเล่าขานว่าปรากฎแสง กล่าวกันว่าโมงยามนั้น คือฉัพพรรณรังสี รอบเจ้าชายองค์นั้น ล้วนละลานตาไปด้วยแสงอันมากมาย นับเป็นแสงสีอันมหาศาลอลังการ จนกล่าวว่าเป็นฉัพพรรณรังสี ปรากฎสีสันแลแสงเท่าที่โลกนี้จะสามารถเปล่งประกายออกมาได้ กล่าวกันว่า ยามนั้นคือแสงแห่งการบรรลุธรรม มีคำตอบเพื่อบอกกล่าว เหมือนเช่นทุกความดีงามแห่งศรัทธาคำสอน มากมายด้วยสีแสงสีสันละลานตาจนยากกล่าว เหมือนดั่งผู้ประกาศนามพระเจ้า ผู้ถ่ายทอดพระวจนะ พระผู้ไถ่ พระผู้นำสาส์น และอีกมากมายนับองค์แห่งผู้นำความดี จากพระเจ้าสู่มนุษย์ ยามนั้นบุคคลทั้งหลาย ล้วนละลานด้วยสีแสงสีสัน กล่าวกันว่าสีสันและสีแสงเหล่านั้น คือเครื่องหมายหนึ่งแห่งความดี เป็นความดีอย่างมากมายมหาศาล ที่มนุษย์ไม่อาจจับต้องได้ หรือมิอาจหาคำอธิบายถึงสีแลแสงเหล่านั้น
จึงกล่าวได้เพียงว่า เป็นความเอนกอนันต์ ยามนั้นเมื่อความดีปรากฎตัว ผู้คนเล่าขานถึงสีแลแสง แม้ไม่อาจเทียบเคียงคุณค่าอันยิ่งใหญ่ซึ่งปรากฎขึ้น จากเพียงหนทาง รอยทาง คำชี้ชวน และแนะแนวทางไปสู่หนทางแห่งความดี ด้วยคนรุ่นแล้วรุ่นเล่า เล่าขานต่อเนื่องสืบกันนานมา ตราบจากวันนั้นจนวันนี้ เราก็ยังคงต้องชี้ชวนกันต่อไป ถึงหนทางสู่ความดี เพื่อบอกให้รับรู้ว่าความดีมีอยู่จริง หนทางชี้ชวนไปสู่การหลุดพ้น หนทางชี้ชวนไปสู่ดินแดนแห่งอมตะ หนทางชี้ชวนไปสู่ดินแดนแห่งพระเจ้า ทั้งหมดทั้งมวลล้วนบอกกล่าว ให้มนุษย์กระทำความดี บอกกล่าวให้ผู้คนเรียนรู้วันคืนในแต่ละปัจจุบัน ด้วยการกระทำความดี หรือกระทั่งด้วยหนทางแห่งการเริ่มต้น สั่งสม สะสม เรียนรู้ทดสอบ และถ่ายทอดความดีเหล่านั้น จากตนเองสู่ผู้อื่น จากคนรอบข้างสู่สังคม และจากสังคมหนึ่งสู่อีกสังคมหนึ่ง ความดีจึงแผ่กระจายไปมากมาย ด้วยสีแสงแลสีสันที่ปรากฎ ความดีล้วนมีอยู่จริง ใครบางคนในพระตำนานในพระคัมภีร์เคยกล่าวไว้ ว่าตราบใดที่โลกยังมีแสงสว่าง ยังมีวันคืนหมุนเวียน ยังมีสีและแสงให้มนุษย์เราและผู้คนได้เห็น ตราบนั้นแสดงว่าโลกยังมีความดีให้เราเทียบเคียง ยังมีความหวังถึงความใฝ่ฝันอันดีงาม ให้เราได้เดินตามไป เพื่อจะกระทำหรือเพียงเพื่อพิจารณาตนก็ตาม เราล้วนมีหวัง ภูมิธรรมแห่งความรู้ด้านหนึ่ง เดินทางไปไกลจนเข้าใจถึงการรวมสีแสง บอกกล่าวว่า สุดท้ายเมื่อสีแสงสีสันรวมตัวกัน ทั้งหมดจะสว่างไสวเจิดจ้า จนไม่อาจนับสี หลายคนเทียบเคียงไปว่า นั่นเป็นเพราะคุณค่าแห่งความดี ได้ส่องประกายออกไปให้เราได้รับรู้ ตัวตนของแสงและสีเหล่านั้น อาจไม่ได้รับรู้ถึงพลังที่ปรากฎ แต่ผู้คนซึ่งกำลังรอคอยทางเดินทาง จนได้มีโอกาสแห่งสีแสงและสีสันเหล่านั้นต่างหาก ที่จะตอบคำถามได้ว่า สีแสงสีสันมีอยู่จริง หรือจนกระทั่งตอบได้เองว่า สีแสงสีสันสว่างเพียงใด ไม่ใช่เพียงต้นทาง จะคอยตอบความจริงแห่งสีแสงสีสันแห่งความดีเท่านั้น ผู้ยังไม่บรรลุหรือเข้าใจในหนทางอันพึงเดินทางไป ก็สามารถรับรู้ได้ ผู้คนแม้ไม่เคยทำความดี แต่ได้เห็นสิ่งที่เรียกว่าความดี ก็มีโอกาสได้ชุ่มชื่นหัวใจ ยามสัมผัสความดีอันส่องปรากฎ ไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าขาน แต่ยามอยู่กับความดีงาม เราย่อมรับรู้ได้ ในยามที่แสงแห่งความดีงามปรากฎ ยามนั้นเราทุกคนล้วนรับรู้ได้ เราทุกคนรับรู้ ถึงแสงแห่งความดีงามที่ปรากฎได้ แม้ดวงตาจะมืดบอด แต่เรารับรู้ได้ว่าความดีมีสีแสงสีสันเช่นไร
|
แสงแห่งความดี
ความเรียง จากแรงบันดาลใจของพระนิพนธ์ เรื่อง แสงหนึ่งคือรุ้งงาม เมื่อยามเราถามหาเรื่องราวแห่งความดี ความงาม การกระทำความดี และคนดีในสังคมไทย เราแต่ละคนต่างมีเรื่องราวมีความหมาย มีภาพแห่งความดีในใจ ความดีเหล่านั้นส่องแสงเช่นไรกันบ้าง แม้ในห้วงยามแห่งความเศร้าโศก วันนี้เพียงแต่มีบันทึกถึงคุณค่าแห่งความดี แสงแห่งความดี
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
มุทิตา พ้นภัยพาล · 3 ม.ค. 2551
รองศาสตราจารย์ รังสรรค์ เนียมสนิท · 3 ม.ค. 2551
นาย สุพจน์ น้อยจินดา · 3 ม.ค. 2551
นาย ภีม ภคเมธาวี · 3 ม.ค. 2551

สวัสดี ครับ
ความดี ล้วนมี อยู่จริง
ด้วยแสงศรี...แห่งความดี
ขอบคุณ มาก ครับ