ได้เข้าไปเรียน โดย E-learning ของก.พ.หลักสูตร ความเชื่อมั่นใจตนเอง มีอะไรน่าสนใจมากมาย ที่หลายคนอาจจะได้เคยรับรู้ผ่านเวทีการอบรมหลาย ๆ เวที เช่นว่า การเรียนรู้และเข้าใจตนเอง ที่ว่า “I’m o.k. You’re o.k. ฉันดีเก่ง คุณดีเก่ง I’m o.k. You’re not o.k. ฉันดี เก่ง คุณมันแย่ I’m not o.k. You’re o.k.ฉันมันแย่ แต่คุณสิดีทุกอย่างI’m not o.k. You’re not o.k. ทั้งฉันและคุณมันก็แย่ (พี่มันแย่พี่แพ้ ป.4)
กิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจเช่นกันคือให้มองตัวเองว่า เพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชาเคยกล่าวชมเชยถึงคุณในด้านใดบ้าง เช่นว่า .....ฉลาด ขยัน คุยสนุก มีความเชื่อมั่นในตนเอง อดทน เอื้อเฟื้อ รับผิดชอบ สวย/หล่อ/น่ารัก อารมณ์ดี ดี ใจเย็น เสียสละ ซื่อสัตย์.....(เฮ้อ!)
แล้วมองดูว่าตนเองสนับสนุนหรือชื่นชมการทำงานของเพื่อนร่วมงานบ้างหรือไม่ เช่นว่า .....พูดชม ช่วยเหลือ แสดงกิริยาชื่นชม เช่น ยิ้ม ปรบมือ มีส่วนร่วมรับผิดชอบการทำงานของทีมงาน พูดให้กำลังใจ พูดถึงเพื่อนในเชิงบวกกับคนอื่น ๆ รู้สึกเสียใจกับทีมงานเมื่องานล้มเหลว ยินดีเมื่อเพื่อนร่วมงานก้าวหน้า รู้สึกภูมิใจกับความสำเร็จของเพื่อน ให้คำแนะนำ..... แล้วยังบอกอีกว่า ควรใช้เวลา 5 นาทีต่อวันในการสนับสนุนผู้อื่น (ไม่ใช่เจ๊าะแจ๊ะ)
อ่านแล้วก็จำเป็นต้องหันมองตัวเองอีกแล้วว่าเป็นอย่างไร ออกจะแย่สักหน่อย ที่เพื่อนร่วมงานชอบพูดความจริง (ไม่เสแสร้ง) ที่ไม่เคยชมว่าเรา “สวย” (ฮา)
แนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบกระบวนเพิ่มพลังของคองเกอร์และคานันโก (Conger & Kananco) เพื่อเป็นประโยชน์ในการสนับสนุนตนเองและผู้อื่นในการทำงาน
1. การแสดงความเชื่อมั่นและคาดหวังผลการปฏฺบัติงานสูงของตนเองและผู้อื่น บุคคลต้องเชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อว่าตนสามารถปฏิบัติงานได้สูงตามความคาดหวัง เชื่อมั่นในเพื่อนร่วมงานและคาดหวังความสำเร็จสูงในตัวเพื่อนร่วมงาน
2. ผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วม บุคคลทุกคนในหน่วยงานช่วยกันส่งเสริม สนับสนุนการแสดงความคิดเห็น ร่วมประชุมและร่วมกันตัดสินใจ เพื่อเสริมสร้างความรับผิดชอบต่องานต่อองค์การ เกิดการสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ ในหน่วยงาน
3. ให้อิสระในการแก้ไขปัญหาธรรมชาติของคนต้องการอิสระในการทำงาน ควรเพิ่มพลังให้กับเจ้าหน้าที่ ให้อำนาจในการทำงาน ยืดหยุ่นขั้นตอน ลดขั้นตอนการทำงาน มีอิสระในการคิดริเริ่ม ปรับการทำงานตามคำสั่งจากบนลงล่างให้น้อยลง
4. สร้างเป้าหมายงานให้ดลใจและมีคุณค่า การรู้สึกว่างานมีคุณค่า สร้างเป้าหมายให้มีคุณค่า เป็นเครื่องกระตุ้นให้คนในหน่วยงานรู้สึกว่างานควรทำและงานมีคุณค่าต่อสังคม
5. พัฒนาทักษะในการทำงาน เจ้าหน้าที่ได้พัฒนาทักษะด้วยตนเอง หรือผู้บริหารสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ มีประสบการณ์ จะส่งผลต่อการปฏิบัติงาน
6. การได้รับโอกาสและการปฏิบัติงานแบบใหม่ การที่บุคคลได้รับโอกาส การส่งเสริมจากเพื่อร่วมงาน การส่งเสริมให้กล้าคิด กล้าเปลี่ยนวิธีการทำงานแบบใหม่ เป็นภาวะเพิ่มพลังจูงใจในการทำงาน เจ้าหน้าที่เกิดการเรียนรู้ คิดและทำในสิ่งใหม่
7. การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์อย่างทั่วถึง มากที่สุดในองค์กร ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเกิดพลังจูงใจในการทำงานมีความผูกพันต่อองค์การของพนักงาน
8. การให้โอกาสรับผิดชอบ ตรวจสอบและให้ข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับผลงานของตนเอง เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานได้ข้อมูลย้อนกลับ จะทำให้เกิดความรับผิดชอบ เกิดการกระจายอำนาจ สอดคล้องกับการบริหารจัดการงานภาครัฐแนวใหม่
นอกจากจะได้ความรู้เพื่อปรับปรุงตัวเอง มีเรื่องมาเล่าสู่กัน และแลกเปลี่ยนกันแล้ว ยังอยากจะเชิญชวนให้เพื่อนพ้องที่มีเวลา ๆ ได้เข้าไปหาความรู้ใน e-learning ของ ก.พ. ,ของกรมเราเอง (กรมส่งเสริมการเกษตร) และที่อื่น ๆ อีกมากมาย แล้วมาแลกเปลี่ยนกันนะ จาก จินตนาภร
น้องเขียว
ขอบคุณมาก ที่มาเล่าให้ฟัง พี่ก็สมัครเรียนไว้ 5 หลักสูตร เคยเข้าไปเรียนแล้ว คือ การทำงานแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ แต่ยังไม่จบ ... ขี้เกียจมาก มัวแต่ท่อง Youtube.com เพลินไปหน่อย ขอบคุณมากที่กระตุ้น..
สวัสดีค่ะ...คุณ newwave 1
สาวหละปูนเจ้า
ดีมากเลยครับ ข้อคิดดี ๆ ทบทวนการเรียน เพราะผ่านมา แต่ลืมพิมพ์ไปประกาศยบัตร มาดูอีกที่เลยเวลา เศร้าเลย
อยากจะนำคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า "อัตโน โจทติยัทตานัง" (อาจพิมพ์คำผิดต้องขออภัย) แต่จำความหมายได้ว่า "จงโทษโจทย์ตนเองเสมอ ก่อนที่จะโทษผู้อื่น" ตรงกับคำสอน อิทธิบาท 4 ที่ว่าต้องมีการใคร่ครวญอยู่เนื่องๆ ครับ
ขอบพระคุณมากๆ