สุขที่เกิดจากการเป็นผู้รับ หรือสุขที่เกิดจากการเป็นผู้ให้

        ก่อนวันหยุดยาว  ทีมงานสระแก้วนำกระเช้าของขวัญมาให้ภายในเป็นผลไม้ล้วน เขาอยากเห็นผมมีสุขภาพดี  และขอพรเนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่ ผมบอกทุกคนว่าให้หาเวลาว่างสักชั่วโมงเดียว เอากระดาษเปล่ามาวางไว้ข้างหน้า 2 แผ่น  แล้วคิดทบทวนว่าปี 2550 ที่ผ่านมา เราได้ทำอะไรบ้างที่เราคิดว่า มันเป็นความดี  และมีสิ่งใดบ้างที่เราคิดว่า มันเป็นความเลว  คิดให้รอบคอบโดยละเอียด แล้วเทียบเคียงกันซิว่า  ปีที่แล้วเราเลวมากกว่าดี หรือดีมากกว่าเลว ถ้าดีมากกว่าก็ทำดีต่อไป แต่ถ้าเลวมากกว่าก็ปรับปรุงแก้ไข

         ผมคิดว่าวันปีใหม่มันน่าจะเป็นวันสำหรับครอบครัวนะครับ ใครคิดอย่างไรผมไม่รู้ ที่บ้านผมบางส่วนไปต่างจังหวัดแต่ส่วนใหญ่อยู่กันพร้อมหน้า เราไปทำบุญด้วยกัน มีกิจกรรมเล้กๆน้อยๆด้วยกัน แล้วพากันไปทานอาหารนอกบ้าน

        วันส่งท้ายปีเก่า ผมและครอบครัวไปทานอาหารญี่ปุ่นที่ซีคอน ร้านโอเอชิ เขาจัดร้านได้ตระการตาจริง ๆ เขาคิดค่าหัว หัวละ 319 บาท ไม่รวมแวท ไปกัน 4 คน ตกเข้าไป 1400 กว่าบาท ผมกินซูชิจนหายอยากไปเลย

         ประเด็นที่สำคัญในเทศกาลต่าง ๆ ก็คือทุกคนปรารถนาความสุข รับของจากใคร หรือให้สิ่งของแก่ใคร ก็มักจะพูดกันว่าขอให้มีความสุข ผมจึงมองในมิตินี้ว่า ความสุข มีอยู่ 2 ประเภท คือความสุขที่เกิดจากการได้รับ กับความสุขที่เกิดจากเป็นผู้ให้ แล้วถ้าถามต่อไปว่า ความสุขชนิดใหนคือความสุขที่อิ่มเอิบมากกว่ากัน  ผมคิดว่า ความสุขที่เกิดจากการที่เป็นผู้ให้จะประเสริฐกว่าความสุขที่เกิดจากการเป็นผู้รับ พรรคพวกหลายคนถามว่าเอาอะไรมายืนยันผมบอกว่าลองพากันไปกินอาหารสักมื้อ ครั้งแรกให้ไปในฐานะผู้ถูกเลี้ยง  และครั้งต่อไปให้ไปในฐานะผู้เลี้ยงเขา หรือเป็นเจ้ามือ แล้วลองเปรียบเทียบความรู้สึกจะพบว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าไปกินของเพื่อนจะนั่งสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่ค่อยอยากสั่งอะไร แต่ถ้าไปในฐานะเจ้ามือ เสียงจะดังฟังชัด เชิญชวนให้ทุกคนสั่งอาหาร แลดูสง่างามไปหมดไม่เชื่อก็ลองไปทดลองดูนะครับ  เกือบลืมไป สวัสดีปีใหม่ทุกคนครับ