สรุปคำเดียวสำหรับการประชุมทั้งหมด : การเอาชนะข้อจำกัดจากการครอบงำโดยตลาด หรือความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของทุน กับผลประโยชน์ของมนุษยชาติ หรือ การมองโลกอย่างสมดุล เกิดสมดุลระหว่าง Supply Side กับ Demand Side ที่ “กำไร” ไม่ใช่เงินเสมอไป

Prince Mahidol Award Conference 2007 - การเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ : สรุปสาระสำคัญ 

      อ่าน Proceedings ของการประชุมนี้ได้ที่ http://www.pmaconference.org/Document/ART%20MA.pdf

  • หัวข้อการประชุม : การเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ สรุปคำเดียวสำหรับการประชุมทั้งหมด : การเอาชนะข้อจำกัดจากการครอบงำโดยตลาด     หรือความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของทุน  กับผลประโยชน์ของมนุษยชาติ    หรือ การมองโลกอย่างสมดุล เกิดสมดุลระหว่าง Supply Side กับ Demand Side ที่ กำไร ไม่ใช่เงินเสมอไป  
  • ปัจจัยสำคัญ 4D : Discovery, Development, Delivery, Demand Side 
  • ส่งเสริมการค้นพบและพัฒนา (Discovery & Development) : ข้อสรุปของผมคือ เวลานี้กิจกรรม Discovery & Development ถูกกำหนดโดยบริษัทยา ซึ่งก็คือ กำหนดโดยตลาด (Market) เป็น Market-Driven Discovery & Development)     ทำให้ไม่ค่อยตรงกับความต้องการ (Demand)     เพราะ Demand หรือ Need ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศ หรือกลุ่มคนยากจน    จึงควรหาทางให้เกิด Demand-Driven Discovery & Development    โดยวิธีการที่คิดขึ้นใหม่   เช่น มีกองทุนสนับสนุน Discovery & Development ที่ไม่ใช่ทุนของบริษัทยา หรือจะมีบริษัทยามาร่วมด้วยก็ได้ แต่ไม่ใช่เพื่อเป้าหมายกำไรสูงสุด    เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านนี้สูงมาก จึงควรมีกองทุนระดับโลกสำหรับสนับสนุน Discovery เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติอย่างแท้จริง     ผมมองว่านี่คือแนวคิด ทุนเพื่อมนุษย์ ไม่ใช่ ทุนเพื่อกำไร    ตัวอย่าง เช่น UNITAID Fund, Tobin Tax ของบราซิล, AMC (Advanced Market Commitments) ของ WB และ GAVI เป็นต้น    หลักการคือ ต้องไม่ให้กิจกรรม Discovery & Development ถูกกำหนดโดยตลาด (Market) เท่านั้น     ต้องให้ความต้องการ(Demand) เป็นตัวกำหนด ในน้ำหนักที่สูงกว่า ผมขอแถมตรงนี้ว่า พญ. มาเซีย แอนเจล อดีตบรรณาธิการวารสาร นิวอิงแลนด์ เจอร์นัลออฟเมดิซิน เคยเขียนไว้ว่า ค่าใช้จ่ายส่วน Discovery ไม่ใช่ของบริษัทยา     แต่เป็นของมหาวิทยาลัยและทุนจากภาครัฐ  
  • ประเด็นทรัพย์สินทางปัญญา    ก็เช่นเดียวกับการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา     จะทำอย่างไรจึงจะไม่ให้ถูกครอบงำตลาด เหนือผลประโยชน์ของมนุษยชาติ หัวใจของเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาก็คือ การใช้กลไกทรัพย์สินทางปัญญา ให้มีความสมดุลระหว่าง ประโยชน์ในการกระตุ้นความสร้างสรรค์ กับประโยชน์เพื่อสุขภาพของคนยากจนในประเทศยากจนผมได้เรียนรู้เล่ห์กลของบริษัทยา ที่ผมเรียกว่า การแตกหน่อ ของสิทธิบัตรที่ใกล้หมดอายุ     ที่ฝรั่งเรียกว่า greening โดยการจดสิทธิบัตรขยายจากสิทธิบัตรเดิม    ยาและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพมักมีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญามาเกี่ยวข้อง     และเกี่ยวข้องกับการค้า     จึงต้องมีข้อตกลง TRIPS และการยกเว้น TRIPS อย่างกรณี CL ที่ประเทศไทยกำลังเริ่มใช้อยู่พอดีจึงมีผู้เข้าร่วมประชุมออกมาสนับสนุนรัฐบาลไทยที่ใช้อำนาจบังคับ CL อย่างถูกกฎหมายระหว่างประเทศ  
  • โรคไม่ติดต่อ  สาระสำคัญที่สุดคือ มีความเข้าใจผิด (ผิดอย่างแรง) ว่าโรคไม่ติดต่อเป็นโรคของคนรวย    เวลานี้รู้ว่าโรคไม่ติดต่อเป็นโรคที่คนจน ซวยสองต่อ     คือเป็นง่ายกว่า อาการรุนแรงกว่า และตายก็ง่ายกว่า     ดังนั้นการตั้งราคายาของโรคประเภทนี้แพงมากอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จึงเป็นการทำร้ายคนจน ทำให้คนจนไม่สามารถเข้าถึงยาได้ ที่ร้ายกว่านั้น ยังมีปัจจัยเสี่ยงของโรคกลุ่มนี้ ที่ทางธุรกิจหาทางทำมาหากินกับคนจน คนที่มีการศึกษาน้อย เช่นบุหรี่ เหล้า สารหวานโรคไม่ติดต่อบางอย่างสามารถป้องกันได้อย่างชะงัดด้วยวัคซีน เช่นวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก    เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อมนุษยชาติ แต่ราคาแพง จนคนจนไม่มีทางเข้าถึง   
  • โรคติดเชื้อและโรคระบาด    สามดารา คือมาลาเรีย  วัณโรค  และ เอ็ชไอวี/เอดส์    ที่กลัวกันที่สุดในขณะนี้คือไข้หวัดนก    เป้าหมายสำคัญที่สุดสำหรับโรคติดเชื้อคือวัคซีน    ซึ่งเมื่อพัฒนาได้ ก็จะเผชิญปัญหาสำคัญคือราคาแพงมาก  
  • โรคที่ถูกละเลย ในประชากรที่ถูกทอดทิ้ง    ที่ถูกละเลยหรือทอดทิ้ง หมายถึงทอดทิ้งโดยกลไกตลาด    เพราะยากจน ไม่มีจ่าย จึงไม่เป็นตลาด    และถูกทอดทิ้ง    ทอดทิ้งโดยไม่ทำงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือยาออกขาย     ที่ประชุมบอกว่าต้องไม่อาศัยกลไกตลาด ต้องหากลไกอื่นมาทดแทน    โดยอาจยังร่วมมือกับกลไกตลาดหรือทุนนิยมบางส่วน    หรืออาจต้องมีระบบโลกที่เข้าไปจุนเจือประเทศยากจน    หรือบริษัทยาอาจต้องใช้ระบบตั้งราคายาแตกต่างกันระหว่างประเทศรวยกับประเทศยากจน     แต่ต้องไม่ลืมว่าภาครัฐของประเทศเหล่านี้ต้องดูแลระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสุขภาพ ได้แก่น้ำสะอาด สภาพแวดล้อม  ที่อยู่อาศัย  อาหารปลอดภัย    และควรฟื้นฟูพัฒนา วิธีการดูแลสุขภาพที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นขึ้นมาใช้ ควบคู่ไปกับวิธีการสากล     เขายกตัวอย่าง Best Practice ที่จีนพัฒนายาแผนโบราณ ชิงเฮาสุ มาเป็นยาแผนปัจจุบัน อาร์เตมิซินิน    ผมคิดเอาเองว่า สิ่งที่ถูกละเลยที่สุดคือศักยภาพของความเป็นมนุษย์  
  • ขั้นของการพัฒนา (Development)    Barrier กั้นหรือชลอการเชื่อมต่อ Discovery ไปสู่ Development ได้แก่ 1.       ละเลย ไม่เห็นความสำคัญ  2.       กฎเกณฑ์กติกา  เช่นเคร่งครัดคุณภาพมากเกินไป ตั้งเกณฑ์มาตรฐานสูงเกินไป  

          มีข้อเสนอแนะเพื่อลดอุปสรรค์ในขั้นของการพัฒนาดังต่อไปนี้

  1.  มีกลไกระดับนานชาติคอยหยิบเอาผลิตภัณฑ์ใหม่มาทดสอบ  และส่งเสริมการพัฒนาต่อ    ผมตีความว่านี่คือกลไกหยิบเอาขุมทรัพย์สาธารณะ     มาพัฒนาต่อให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสาธารณะ    แข่งกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อกำไรสูงสุด    ผมสงสัยต่อว่าแรงจูงใจทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะจะสู้แรงจูงใจทำงานเพื่อกำไรสูงสุดได้หรือไม่    ผมภาวนาให้สู้ได้
  2. อย่าเคร่ง GMP มากเกินไป    ให้พอดีๆ
  3. พัฒนา Regulatory System ของประเทศ
  4. ความร่วมมือระหว่างประเทศในการทำ drug licensing, drug information systems, และ drug adverse reactions monitoring systems
  5. จัดให้มีระบบ prequalification ของผู้ผลิตยาที่มีความต้องการสูง ที่เป็นผู้ผลิตรายเล็กและราคาต่ำ  
  • ขั้นตอนของการกระจาย (Distribution) และการเข้าถึง (Access)    มีปัญหาที่  (๑) การยอมรับของวงการวิชาชีพ  (๒) ราคาเกินเอื้อม

          วิธีแก้

  1. ความร่วมมือระดับโลกในการทำความเข้าใจคุณค่าของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
  2. ภายในประเทศ มีการร่วมมือระหว่างกระทรวง     ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ (ที่โดดเดี่ยว) ของกระทรวงสาธารณสุข  
  • บทบาทของฝ่ายต่างๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ  1.       รัฐบาล  ทำหน้าที่กำหนดนโยบายด้านยา   และหาทางลดอุปสรรคของการเข้าถึงยาด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งการต่อรองและใช้อำนาจตามกฎหมาย    การยกระดับความสามารถด้านการควบคุม  และการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา     การจัดให้มี (๑) นโยบายแห่งชาติด้านยา  (๒) นโยบายสุขภาพแห่งชาติ   (๓) ความเป็นมิตร ไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างรัฐบาลกับอุตสาหกรรมยา   2.       อุตสาหกรรมผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ   ผมตีความว่าหลักการสำคัญคือ CSR  3.       องค์การระหว่างประเทศ    ทำหน้าที่แก้ไขความไม่สมดุลในโลก     โดยเฉพาะ (๑) การแบกภาระด้านสุขภาพหนักอึ้งในประเทศยากจน แต่มีขีดความสามารถในการแบกได้น้อย     ต้องหาทางทำให้โลกตระหนักว่า การที่ผู้คนในโลกมีสุขภาพดีเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทุกคน ทุกประเทศ    การที่มีคนถูกทอดทิ้งในด้านสุขภาพ ทำให้เกิดการสูญเสียด้วยกันทุกฝ่าย ทุกคน    (๒) การได้รับประโยชน์ด้านสุขภาพจากสติปัญญาของมนุษย์    ไม่ใช่ใช้ความทุกข์ยากด้านสุขภาพแสวงหาผลประโยชน์แบบขูดรีด    4.       NGOs   ทำหน้าที่เป็นองค์กรที่เป็นกลาง และมีจิตสาธารณะ ดังตัวอย่าง Médécins  sans Frontières    หรือทำหน้าที่อย่างมีนวัตกรรมในวิธีทำงาน ดังตัวอย่าง Heartfile  ในปากีสถาน  
  • สรุปการประชุม 1.       PMA Conference ได้ทำหน้าที่เป็นเวทีของ การเสวนาอย่างสร้างสรรค์ ในระหว่างฝ่ายต่างๆ   2.       มีการคิดนอกกรอบ  เป็นเวทีสร้างสรรค์ต่อเรื่องที่ยากและซับซ้อน   มีการมองเชิงบวก 3.       มีการนำเอาตัวอย่างความสำเร็จมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน 

หมายเหตุ                บันทึกนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นบันทึกช่วยจำของผมเอง     สรุปไว้ใช้เอง     หลายส่วนสรุปไว้สอนใจตนเอง    แต่นำมาเผื่อแผ่แก่ผู้สนใจด้วย                 ผู้สนใจบันทึกเกี่ยวกับการประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ทั้งหมด อ่านได้ที่ http://gotoknow.org/post/tag/pmac  

วิจารณ์ พานิช

๘ ธ.ค. ๕๐