การหารือทีมวิจัยโครงการวิจัยนำร่องขับเลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมและการจัดการสวัสดิการเชิงพื้นที่ จังหวัดพัทลุง วันที่ 28 ธค 50 

จากทีมวิจัยหลักที่เลือกไว้จำนวน 18 คน ดังนี้

รายชื่อผู้เข้าร่วมวิจัย 

1.        นางสาวสุธีรา  นุ้ยจันทร์         สนง.พมจ.พัทลุง

2.        นายประวิง  หนูแจ่ม               องค์การบริหารส่วนตำบลป่าพะยอม

3.        นายนิวัติ  อินทรสมบัติ           องค์การบริหารส่วนจังหวัด

4.        นางสารภี  บุญยก                    สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพัทลุง

5.        นายสุนทร  คงทองสังข์          สนง.สาธารณสุขจังหวัด

6.        นางจิระภา  หนูชัย                  สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดพัทลุง7.        นางสาวศรอนงค์ สงสัมพันธ์  สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดพัทลุง

8.        นายอุทัย  บุญดำ                      เครือข่ายสินธุ์แพรทอง

9.        นายประยูร  ชูทอง                  เครือข่ายชุมพลสัมพันธ์

10.     นายคล่องพล  มูลเมฆ             ศจพ.ปชช11.     นายไพโรจน์  ราชเทพ           ศพจ.ปชช

12.     นายสอ  เสมือนใจ                  ศพจ.ปชช13.     นายสมพงษ์  เหมียนผ่อง       ศพจ.ปชช

14.     นายวิเชียร  มณีรัตนโชติ         ศพจ.ปชช15.     นายแก้ว  สังข์ชู                       ศพจ.ปชช

16.     พท.คุณาสิน  หอยนกคง         องค์การบริหารส่วนตำบลเขาเจียก

17.     นายสินิจ  บุญพัฒน์                                สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพัทลุง

18.     นางอุบล  ทองสลับล้วน          สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพัทลุง

 ผู้เข้าร่วมประชุมวันนี้ ทีมวิจัยมากันเกือบครบ พร้อมด้วย คุณภีม  คุณเทพรัตน์(โต)  เนื้อหาการหารือดังนี้

 การหารือของทีมวิจัย

คุณสุธีรา  ภาพของจังหวัดพัทลุงในการขับเคลื่อนกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการในงบประมาณปี 2550  คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนฯ พิจารณาอนุมัติโครงการจำนวน 10 โครงการ ประกอบด้วย สวัสดิการเชิงพื้นที่สำหรับพื้นที่นำร่อง 9 โครงการ เป็นงบประมาณ  495,500 บาท  โครงการเชิงประเด็น 1 โครงการ  งบประมาณ 200,000 บาท  สำหรับการจัดกองทุนฯในปีงบประมาณ 2551 พัทลุงได้รับงบประมาณเชิงประเด็น จำนวน  750,000 บาท  เชิงพื้นที่  จำนวน  2.06 ล้านบาท   

น้าแก้ว  ให้ข้อสังเกตของข้อจำกัดในเงื่อนไขการเลือกพื้นที่สนับสนุนซึ่งต้องเป็นองค์กรสาธารณะที่ตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี  นอกจากนี้ในระดับพื้นที่ยังมีปัญหาคนทำงานไม่ต่อเนื่อง คนที่เขียนโครงการพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว กังวลว่าคนที่ทำงานต่อจะทำได้หรือไม่  หรืออีกปัญหาคือการขึ้นโครงการไม่มีการสื่อสารกันระหว่างประชาชนกับ อบต.  สิ่งที่ประชาชนเสนอ อบต ไม่เห็นชอบ  แต่ผู้เสนอโครงการคือ อบต. เมื่อโครงการที่ อบต.เสนอผ่านแล้ว ไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ

เทพรัตน์  ให้ข้อคิดเห็นว่าเนื่องจากเราเป็นทีมวิจัย จึงต้องเอาโจทย์นี้เป็นคำถามลงพื้นที่ ไปหาคำตอบ มองงานวิจัยเป็นฐานพัฒนาต่อ ภาพของจังหวัดพัทลุง นอกจาก 5 พื้นที่นำร่องแล้ว ต้องมีการถอดบทเรียน  ต้องเห็นภาพทั้งจังหวัดก่อนว่ามีรูปแบบอะไรบ้าง วิธีการจัดการอย่างไรบ้าง เพื่อนำเสนอต่อ 5 พื้นที่   

คุณภีม  ให้ข้อเสนอว่าในเชิงการมอบหมายโครงสร้างของ พมจ. จังหวัด สำคัญคือกองเลขาของคณะอนุกรรมการฯ ควรมีผู้รับผิดชอบโดยตรง ทั้งคลุกคลีพื้นที่ ติดตาม ประเมินการทำงาน เพื่อสนับสนุนให้คณะอนุกรรมการฯเข้มแข็ง  การทำงานเกิดความยั่งยืนเพราะต่อไปงบประมาณเรื่องนี้คงได้มาทุกปี  ดังนั้นกองเลขาฯต้องทำงานเชิงรุก พร้อมทั้งกระตุ้น ให้ข้อมูลแก่คณะอนุกรรมการฯ  นักวิจัยชุดนี้ไม่ใช่ผู้ที่ขับเคลื่อนตลอดไป แต่ต้องมาทำกระบวนการให้ คณะอนุฯและกองเลขาฯ เข้มแข็ง ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบงานนี้ตลอดไป                ดังนั้นโครงสร้างจึงควรมีการตั้งคณะทำงานโดยคณะอนุกรรมการฯ ทำหน้าที่แต่งตั้งทีมงาน 3 ทีม คือควรมี 1) คณะทำงานประชาสัมพันธ์  สร้างความเข้าใจ  2) คณะทำงานกลั่นกรองอนุมัติโครงการ  พัฒนาโครงการ ช่วยให้องค์กรชุมชนมีโครงการที่ดีที่สุด  3) คณะทำงานติดตามสนับสนุนและประเมินผลงานวิจัยครั้งนี้คือการหาบทเรียนเพื่อมาเสนอสิ่งที่ดีกว่า  เพื่อเสนอแก่คณะอนุกรรมการฯ เป้าหมายจะต้องทำให้คณะอนุกรรมการฯกับกองเลขาฯ เข้าใจและตั้งชุดทำงานทั้ง 3 ชุดดังกล่าว งานวิจัยนี้เป็นแบบจัดการความรู้  นอกจากทีมเข้าไปหาความรู้แล้ว ต้องสร้างกระบวนการให้ผู้รับผิดชอบหลักไปแสวงหาความรู้และนำความรู้มาใช้  

ข้อสรุปของทีมวิจัย

ลำดับแรกหาข้อมูลพื้นฐานขององค์กรที่จัดสวัสดิการทั้งหมดในจังหวัดพัทลุง หลังจากนั้นมาเลือกพื้นที่ที่ทีมวิจัยจะเข้าไปศึกษา โดยคุณเทพรัตน์ จันทพันธ์เป็นผู้รับผิดชอบรวบรวม และวิเคราะห์แบ่งประเภทรูปแบบเบื้องต้น จากนั้นในวันที่ 18 ม.ค. 51  ทีมวิจัยประชุมวิเคราะห์ข้อมูลองค์กรอีกครั้ง  ขณะเดียวกันคณะทำงานอีก 3 ชุด ที่เสนอเป็นข้อคิดเห็นไว้ก็ทำงานของตนเองไปตามหน้าที่  คณะอนุกรรมการฯควรประชุม 2 เดือน/ครั้ง และทีมวิจัยเข้าร่วมเพื่อให้ข้อมูลด้วย             

   กำหนดให้รวบรวมข้อมูลเสร็จวันที่ 10 ม.ค.  และนัดประชุมครั้งต่อไป 18 มค. 51