อาจารย์ชูชาติ วิรเศรณี
ที่ปรึกษาการพัฒนาคุณภาพของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข
ได้กล่าวไว้ว่า คุณภาพ
มิได้เกิดขึ้นเองตามยถากรรมแต่เกิดจากการกระทำอันชาญฉลาด
ในขณะที่ John Ruskin ก็ได้กล่าวไว้เช่นกันว่า
“Quality is never an accident , it is always the
result of intelligent effort”
ผมก็มาตีความเอาว่าคำว่าเกิดจากการกระทำอันชาญฉลาดหรือIntelligent
effort ก็คือการใช้ปัญญา
ซึ่งเป็นความรู้ที่สามารถปฏิบัติได้จริงหรือความรู้ที่ถึงพร้อมด้วยการปฏิบัติ
โดยเกิดจากความรู้+ประสบการณ์
อาจารย์ชูชาติ วิรเศรณี ได้บอกถึงที่มาของคุณภาพไว้ง่ายๆว่า
คุณภาพเกิดจาก 2 รู้ 1 มุ่งมั่นโดยผมตีความว่าคือรู้
ก็คือCompetencyหรือปัญญาและมุ่งมั่นก็คือCommitmentหรือสมาธิ
แสดงว่าคนจะทำคุณภาพได้ต้องรู้และเต็มใจทำด้วย จึงจะสำเร็จ
โดยต้อง
1.
รู้คุณภาพที่จะต้องทำให้ปรากฎ(คุณภาพคืออะไร
มีลักษณะอย่างไร)
2.
รู้วิธีที่จะทำให้ปรากฎคุณภาพ
2.1 รู้วิธีปฏิบัติงานให้เกิดคุณภาพ (Intrinsic
Technology)
สำหรับผู้ปฏิบัติต้องรู้วิธีทำงานในหน้าที่หลักของตนเองว่าทำอย่างไรจึงจะได้ผลดีต่อลูกค้า
จะเรียกว่ามี Functional Competency ก็น่าจะได้
2.2 รู้วิธีบริหารงานให้เกิดคุณภาพ (Generic
Technology)
สำหรับผู้บริหารจะต้องรู้และสามารถบริหารจัดการให้เอื้อต่อการทำงานหรือปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณภาพ
ทำให้ผู้ปฏิบัติทำงานได้ง่าย ได้สะดวก
จะได้เอื้อต่อการเกิดผลงานที่มีคุณภาพได้ จะเรียกได้ว่ามี Role
Competency ก็น่าจะได้
3.
มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดคุณภาพอย่างแท้จริง
ภาษาพุทธจะเรียกว่ามีสมาธิ
โดยสมาธิไม่ได้เกิดขณะปลีกวิเวกหรือลาพักร้อนไปอยู่ตามวัดตามป่า
แต่สมาธิที่แท้จริงเกิดขณะทำงาน เมื่อใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เราทำ
ที่เรารับผิดชอบก็เกิดสมาธิแล้ว หรือภาษาHAเรียกว่าได้ใจ
รวมความแล้ว เก่ง(ฉลาด)หรือรู้อย่างเดียวไม่พอ ต้องเต็มใจทำ
อยากทำด้วย จึงจะเกิดผลงานที่มีคุณภาพได้
เมื่อมาเปรียบเทียบกับสมการ
Intellectual
Capital = Competency X Commitment
ก็จะพบว่า สินทรัพย์ทางปัญญาหรือความฉลาดขององค์การก็จะเกิดจากการมี 2
รู้ + 1 มุ่งมั่นนั่นเอง