ได้รับข่าวดีตั้งแต่เช้า (สาย) เนื่องจากได้คุยกับพี่นก ยุพิน (ทางโทรศัพท์) พี่นกบอกว่าเพิ่งกลับจากไปนั่งสมาธิที่จังหวัดเชียงราย ไปมา 3 วัน (ช่วงวันหยุด) เพิ่งกลับมาถึงบ้านช่วงค่ำของวันจันทร์ รุ่งขึ้นก็เลยรีบมาที่สำนักงานกองทุนแต่เช้า เพราะ ไม่ได้มาหลายวัน

     ข่าวดีที่ผู้วิจัยบอกเอาไว้ตอนต้นก็คือ พี่นกบอกว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วท่านนากยกเทศมนตรีตำบลล้อมแรดได้มาบอกกับทางกลุ่มว่าขณะนี้อนุมัติงบประมาณให้กับกลุ่มแล้วเป็นจำนวน 15,000 บาท ในอาทิตย์นี้ขอให้ไปที่ทางเทศบาลเพื่อเซ็นต์สัญญา ผู้วิจัยก็เลยถามต่อด้วยความสนใจว่าเงินนี้เอามาทำอะไร? มาได้อย่างไร? พี่นกเลยเฉลยเพื่อให้ผู้วิจัยคลายความสงสัย (อยากรู้) ว่า เป็นเงินที่ทางองค์กรออมทรัพย์ชุมชนบ้านดอนไชย ได้เขียนโครงการไปที่ทาง เทศบาลเพื่อขออนุมัติงบประมาณสนับสนุนมาใช้ในการซื้อวัสดุสำนักงานที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานขององค์กร โดยก่อนที่จะได้รับอนุมัติงบประมาณมานั้น ทางเทศบาลได้เชิญคณะกรรมการกลุ่มเข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งเข้าร่วมพูดคุยกับทางเทศบาลหลายครั้ง และทางเทศบาลก็ส่งเจ้าหน้าที่มาดูการทำงานของกลุ่มด้วย ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ของเทศบาลจะให้คำแนะนำว่าให้เขียนโครงการเข้ามาเพื่อรับการสนับสนุนจากเทศบาล ซึ่งก็ได้รับอนุมัติในที่สุด พี่นกบอกต่อไปอีกว่า การที่ทางองค์กรได้รับการอนุมัติงบประมาณนั้น เป็นผลมาจากการที่องค์กรทำจริง ไม่ต้องพูดมาก แต่ทำมาก ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะดีเอง เพราะ หน่วยงานต่างๆเขาดูการทำงานของเราอยู่ ถ้าเราเหลาะแหละใครจะมาช่วย พี่นกบอกต่ออีกว่า ถ้านัดกรรมการได้แน่ๆว่าวันไหนจะไปที่เทศบาล จะโทรศัพท์มาบอกผู้วิจัยกับอาจารย์พิมพ์ด้วย ถ้าว่างจะได้ไปด้วยกัน ผู้วิจัยรับปากด้วยความดีใจ (สาธุ! ขอให้ว่างตรงกันด้วยเถอะ)

    นอกจากนี้แล้ว พี่นกยังบอกอีกว่า ขณะนี้ทางประธานฯกลุ่ม คือ คุณกู้กิจ มีความคิดว่าหลังจากเซ็นต์สัญญากับทางเทศบาลแล้ว จะปรึกษาหารือกับทางเทศบาลว่าจะขอใช้ที่ดินและอาคารของสำนักงานศึกษาธิการ (เก่า) ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปใช้ เพื่อทำวิสาหกิจ ชุมชน (โดยการนำเงินกองทุนธุรกิจชุมชนมาลงทุน) จากการได้คุยกันเบื้องต้นกับทางเจ้าหน้าที่ของเทศบาล เจ้าหน้าที่แนะนำว่า ในส่วนของที่ดินและอาคารขอให้ขอใช้ในนามของชุมชน ส่วนเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก เครื่องใช้สำนักงานขอให้ทางกลุ่มเขียนโครงการเสนอมาที่ทาง เทศบาลได้เลย

    ในขณะที่เรื่องนี้ (การทำวิสาหกิจชุมชน) กำลังอยู่ในระหว่างการพูดคุยกับสมาชิกและคณะกรรมการ ทางกลุ่มก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการจัดเตรียมความพร้อมในด้านอื่นๆ พี่นกบอกกับ ผู้วิจัยว่า ตอนนี้ทางกลุ่มให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาคนมาก (ความจริงแล้วผู้วิจัยเห็นว่าทางกลุ่มก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอด เพียงแต่ว่าในระยะแรกอาจมุ่งไปที่โครงสร้างการทำงาน การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ แต่เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้วก็มุ่งมาที่การพัฒนาคน) โดยพยายามดึงการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการกลุ่ม ทุกคนต้องมาทำงานด้วยใจ ไม่ใช่ด้วยเงิน ถ้ามาทำงานด้วยใจ เงินจะตามมาเอง ความยั่งยืนก็จะเกิด ตอนนี้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการคนหนึ่ง (พี่นกบอกชื่อ แต่ผู้วิจัยจำไม่ได้ค่ะ) ให้เป็นผู้จัดการร้านค้าชุมชน (เงินลงทุนนำมาจากกองทุน สวัสดิการคนทำงาน) ส่วนคณะกรรมการคนอื่นๆ ทางกลุ่มก็กำลังดูลู่ทางอยู่ โดยกลุ่มตั้ง เป้าหมายไว้ว่าจะส่งคณะกรรมการทุกคนของกลุ่มเข้าไปเป็นประธานฯของกลุ่มต่างๆในชุมชนให้ได้ ตอนนี้ที่ดูเป็นรูปเป็นร่าง คือ ทาง กศน. อำเภอเถิน ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 13,000 บาท เพื่อให้ทางกลุ่มดำเนินการในเรื่องการอบรมวิทยากร และการทำดอกไม้ประดิษฐ์ พี่นก บอกว่า จะเริ่มในวันเสาร์นี้ แต่พี่นกไม่ได้เป็นแกนนำ ให้คณะกรรมการคนหนึ่งในกลุ่มเป็นผู้จัดการเรื่องนี้ไป แต่ต้องมาพูดคุยกันตลอด อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ขณะนี้ทางกลุ่มได้พบชาวบ้านที่มีความรู้ในเรื่องการนำกะลามะพร้าวมาประดิษฐ์พวกกระดุม ของที่ระลึก ชาวชาวบ้านคนนี้บอกว่า ยินดีให้ทางกลุ่มมาร่วมเรียนรู้และจัดตั้งเป็นกลุ่มอาชีพของตำบลล้อมแรด ซึ่งทางกลุ่มกำลังหาคนที่จะมาเรียนรู้และทำเป็นวิสาหกิจชุมชนอีกอย่างหนึ่ง

    นอกจากความเคลื่อนไหวของกลุ่มบ้านดอนไชยแล้ว ผู้วิจัยยังมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มบ้านแม่ทะป่าตันมาฝากด้วย โดยผู้วิจัยได้รับการประสานกับทางประธานฯกลุ่มว่าผู้วิจัยกับอาจารย์พิมพ์ว่างวันไหน จะขอวันว่าง จะได้นัดหมายกับทางท่านนายกเทศบาลตำบลแม่ทะป่าตัน เพื่อพูดคุยในเรื่องการขยายจำนวนสมาชิก/กลุ่ม รวมทั้งเรื่องที่ทำการแห่งใหม่ และเรื่องการทำงานในส่วนอื่นๆ ผู้วิจัยกับอาจารย์พิมพ์ก็เลยให้วันว่างไปว่า เป็นวันพฤหัสบดี กับ วันศุกร์ นัดหมายได้ยังไงก็ขอให้ทางกลุ่มแจ้งมา ผู้วิจัยกับอาจารย์พิมพ์ยินดีไปร่วมทุกงานอยู่แล้วค่ะ