ด้วยเหตุนี้ "การอ่าน" ซึ่งยังคงสถิตติดตรึงอยู่ในตัว "ผลิตผล" ของการศึกษา จะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการศึกษาต่อเนื่องตลอดชีวิตของพวกเขา และมุสลิมแต่ละคนนั้นจึงจะเป็นอิฐคุณภาพของโครงสร้างอุม มะฮฺที่แข็งแรงมั่นคงพร้อมเผชิญกับทุกสถานการณ์

ในตอนที่ ๕ ในบันทึกชื่อเดียวกันนี้ผมได้บันทึกข้อสังเกตหนึ่งโดยนำมุมมองจากอัลกุรอานซูเราะฮฺ อัลอะลัก อายะฮฺที่ 1-5 ซึ่งเป็นซูเราะฮฺแรกที่อัลลอฮฺทรงประทานลงมาแก่ท่านนบีมุหัมมัด (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) ข้อสังเกตนั้นก็คือ "การอ่าน" ของผลิตผลการศึกษาปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลผลิตจากสถาบันการศึกษาของมุสลิมในระดับต่างๆ ที่ไม่สามารถสร้าง "นักอ่าน" ขึ้นในตัวนักเรียนนักศึกษา

ในบันทึกนี้ขอบันทึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่อิสลามให้ความสำคัญต่อปัจเจกชนหรือมุสลิมแต่ละคนมาก ในฐานะที่เป็นอิฐก้อนหนึ่งของ"อัลบินะอฺ"แห่งอุมมะฮฺ หรือเป็นส่วนหนึ่งของ"อาคารแห่งประชาชาติ" ซึ่งความมั่นคงแข็งแรงของอุมมะฮฺจะขึ้นอยู่กับก้อนอิฐแต่ละก้อนในส่วนประกอบของโครงสร้างอุมมะฮฺ หากว่ามันเพียงประกอบขึ้นด้วยปัจเจกชนที่ไม่มีความรู้ หรือปัจเจกชนที่เพียงเคยเรียนมาพักหนึ่งก็เป็นสิ่งที่น่าห่วงว่าอาคารแห่งอุมมะฮฺนี้จะสามารถยืนหยัดและทนทานอยู่ได้หรือไม่ท่ามกลางคลื่นลมที่โหมกระหน่ำ รวมถึง"ความสามารถในการปรับเปลี่ยน" เพื่อเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆตลอดจนความก้าวหน้าที่มีผลบวกและลบต่ออุมมะฮฺในเวลาเดียวกันหรือไม่??? อย่างไร???

มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับอุมมะฮฺที่มุสลิมแต่ละคนจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของมันในฐานะผู้มีความรู้ที่มีชีวิต ไม่ใช่อดีตของนักเรียนนักศึก ษาเพราะหากเป็นเช่นนั้นวัตถุประสงค์ที่อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตาอาลา) ทรงประสงค์จะให้มนุษย์ (ที่ศรัทธาในพระองค์) เป็น"คอลีฟะฮฺ" หรือผู้แทนของพระองค์บนหน้าแผ่นดินนี้ ก็ไม่อาจแม้เพียงคิดจินตนา การและหากแม้นได้เป็น แน่นอนมันย่อมนำความเสียหายต่างๆนานาระบาดไปทั่วหน้าแผ่นดินของพระองค์

ด้วยเหตุนี้ "การอ่าน" ซึ่งยังคงสถิตติดตรึงอยู่ในตัว "ผลิตผล" ของการศึกษา จะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการศึกษาต่อเนื่องตลอดชีวิตของพวกเขา และมุสลิมแต่ละคนนั้นจึงจะเป็นอิฐคุณภาพของโครงสร้างอุม มะฮฺที่แข็งแรงมั่นคงพร้อมเผชิญกับทุกสถานการณ์