สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ตอน 4
          หากจะพิจารณาจากประวัติความเป็นมาในการจัดตั้งแล้ว  จะเห็นได้ว่า ได้มีการพัฒนาในแความคิดและรูปแบบของการจัดตั้งสันนิบาตสหกรณ์ฯ มาโดยตลอด  จากแนวคิดเห็นในรูป สหภาพสหกรณ์ มาเป็น ชุมนุมสหกรณ์  จนในที่สุดเป็น สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย  การพัฒนาในแนวความคิดและรูปแบบของการจัดตั้งดังกล่าวนี้เองที่เป็น ดหนึ่งที่ก่อให้เกิดความเข้าใจที่สับสนเกี่ยวกับสถานภาพอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของสันนิบาตสหกรณ์ฯ ในปัจจุบัน
          หากจะพิจารณาตามพระราชบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2511  ในมาตรา 104 ดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ชัดเจนว่า กฎหมายได้กำหนดให้สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย เป็น สถาบัน ที่มีสหกรณ์ทุกสหกรณ์เป็นสมาชิก สถานภาพของสันนิบาตสหกรณ์ฯ จึงมิใช่เป็น  สหกรณ์  หรือมิใช่เป็น  ชุมนุมสหกรณ์  ดังที่มีคนจำนวนมาเข้าใจกัน  แม้ว่าสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยนี้ เดิมจะได้จดทะเบียนเป็นชุมุนมสหกรณ์ไว้ก่อนที่จะมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511  ก็ตาม  และสถานภาพความเป็นชุมนุมสหกรณ์ดังกล่าว ก็ได้ถูกเปลี่ยนไป เมื่อพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511  มีผลใช้บังคับ เนื่องจากได้มีบทบัญญัติในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในมาตรา 119 (7) ว่า
          "ให้สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย จำกัดสินใช้  ที่ได้จดทะเบียนอยู่กอ่นวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัตินี้"
          ในส่วนที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของสันนิบาตสหกรณ์ฯ  นั้น ก็ได้มีการกำหนดไว้ในมาตรา 104 ของพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2511  เช่นเดียวกันว่า
          "............มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าแก่กิจการสหกรณ์ทุกประเภททั่วราชอาณาจักร  อันมิใช่เป็นการหาผลกำไร หรือรายได้แบ่งปันกัน"
          และในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในมาตรา 105  ยังได้กำหนดให้สันนิบาตสหกรณ์ฯ เป็นนิติบุคคล  ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ  และอาจตั้งสำนักงานสาขาขึ้น ณ ที่ใดก็ได้อีกด้วย
          เมื่อพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511  ได้กำหนดให้สันนิบาตสกหรณ์แห่งประเทศไทย  ขึ้นแล้ว ก็ได้กำหนด อำนาจของสันนิบาตสหกรณ์ฯ ไว้ด้วย ตามมาตรา 106  ดังนี้
          "สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย  มีอำนาจกระทำการต่าง ๆ ภายในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 104 และอำนาจเช่นที่ว่านี้ให้รวมถึง
          1.  ส่งเสริมและเผยแพร่กิจการสหกรณ์  ตลอดจนทำการวิจัยและ
               รวบรวมสถิติเกี่ยวกับกิจการสหกรณ์
          2.  แนะนำช่วยเหลือทางวิชาการสหกรณ์  และอำนวยความ
               สะดวกในการติดต่อประสงานกับส่วนราชการหรือบุคคลอื่น
          3.  ให้การศึกาอบรมวิชาการเกี่ยวกับกิจการสหกรณ์
          4.  ส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างสหกรณ์ สันนิบาตสหกรณ์ของ
              ต่างประเทศ หรือองค์การต่างประเทศ ซึ่งมีวัตถุประสงค์
              ทำนองเดียวกัน
          5. ซื้อ จัดหา  จำนวน ถือกรรมสิทธิ์ ครอบครอง หรือทำ
               นิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินใดๆ
          6.  ดำเนินการอื่นเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ หรือตามที่ส่วน
               ราชการมอบหมาย"
          ประเด็นที่มักจะทำความสับสนให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรม  และการดำเนินงานของสันนิบาตสหกรณ์ฯ คือ สันนิบาตสหกรณ์ มีหน้าที  หรือ  ความรับผิดชอบ  ที่แท้จริงอย่างไร  และโดยทั่วไปแล้ว  มักจะถือกันว่าอำนาจตามบทบัญญัติแห่งมาตรา 106  ของพระราชบัญญํติสหรณ์ พ.ศ. 2511  นั้นเอง คือหน้าที่และ/หรือความรับผิดชอบของสันนิบาตสหกรณ์ฯ  และเป็นสิ่งที่สันนิบาตสหรณ์ฯ จะต้องถือปฏิบัติ  ซึ่งไม่นาจะถูกต้องทั้งหมด และความเป็นประเด็นที่จะต้องพจารณาทำความเข้าใจร่วมกันในเรื่องต่อไป  เพราะมิได้มีบทบัญญัติในมาตราใดของพระราชบัญญัติสหรณ์ พ.ศ. 2511  ที่ได้กำหดหน้าที่ความรับผิดชอบของสันนิบาตสหกรณ์ฯ  เอาไว้โดยชันเจน