ทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้และเทคนิคผังกราฟฟิกเพื่อพัฒนา

สพท.มุกดาหาร เขตตรวจราชการที่ 11
นวัตกรรม การประยุกต์ใช้ทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้และเทคนิคผังกราฟฟิกเพื่อพัฒนา     ทักษะการคิดและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
กลยุทธ์ที่ 3 การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา
แรงบันดาลใจและแนวคิดหลักในการออกแบบงาน
 จากผลการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาโรงเรียนบ้านเหล่าหลวงเตาถ่าน   ปีการศึกษา 2547 พบว่า มาตรฐานที่4 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณมีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรองและมีวิสัยทัศน์ คิดเป็นร้อยละ 56.50 ซึ่งอยู่ในระดับพอใช้ ( สำนักงาน-รับรองและประเมินคุณภาพการศึกษา องค์การมหาชน,  2547) และในปีการศึกษา 2548  ผู้วิจัยได้ทำการวิจัย เรื่อง  การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และทักษะการคิดพื้นฐานสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  2  โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้  ตามแนวคิดของ YAGER  ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนร้อยละ 87.50 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยร้อยละ 77.77   ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือร้อยละ 70 และนักเรียนร้อยละ 75 มีคะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดทักษะการคิดเฉลี่ยร้อยละ 73.19 ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือร้อยละ 70  ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้ สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพัฒนาทักษะการคิดของนักเรียนให้สูงขึ้นอีกทั้งในงานวิจัยของ ดรุณี  ภัทรโภคิน (2544)   ซึ่งได้ทำการวิจัยเรื่อง   การสอนตามทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้จากการแก้ไขปัญหาในวิชาเคมี เรื่อง สารและการเปลี่ยนแปลง  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่า นักเรียนมีการพัฒนาความเข้าใจมโนมติทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง สารและการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้น วณานิภา  บุญสวัสดิ์กุลชัย (2545)  ศึกษาผลการเรียนรู้  เรื่อง ระบบนิเวศของนักเรียน  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  จากการประยุกต์ใช้โมเดลการสอน The Constructivist Learning Model พบว่า นักเรียนมีการแสดงความคิดเห็นในการอภิปราย มีการโต้แย้งด้วยความสมเหตุสมผลมากขึ้น และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ย ร้อยละ 75.12 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด  คือร้อยละ 70  และเมธา  สีหานาท  (2546)  ศึกษาผลการใช้กิจกรรมการเรียนการสอนตามทฤษฎีการสร้างความรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้จากการแก้ปัญหาเรื่อง ตารางธาตุ พบว่า  นักเรียนมีทักษะการคิดและพัฒนาความเข้าใจมโนมติในเรื่องตารางธาตุสูงขึ้น
 และจากการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคนิคผังกราฟฟิก  พบว่า มีผู้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเทคนิคผังกราฟฟิกดังนี้ สุปรียา  ตันสกุล (2540) ศิริลักษณ์  แก้วสมบูรณ์ (2543)  ฤทัยวรรณ  คงชาติ (2544)  ศรีจรรยา  บุญเลิศ (2544)  น้ำผึ้ง  มีนิล (2545)  โชติ  จันทร์วัง (2547) และดลฤดี  รัตนประสาท (2547) ซึ่งผลการวิจัยต่างๆ ข้างต้น พบว่า การใช้เทคนิคผังกราฟฟิกในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาต่างๆ ได้ดี อีกทั้งนักเรียนยังมีทักษะในการแก้ปัญหา มีความสามารถ   ในการสรุปบทเรียนอย่างเป็นระบบ  สามารถทำโครงงาน และมีทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงอธิบายได้ดี
 จากที่มาและความสำคัญของปัญหาข้างต้น   ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะประยุกต์ใช้ทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้  รูปแบบ Constructivist Learning Model (CLM) ซึ่งพัฒนาโดย YAGER  ร่วมกับเทคนิคผังกราฟฟิก (Graphic Organizers) ควบคู่กับการวิจัยเชิงปฏิบัติการ  เพื่อพัฒนาทักษะการคิดและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย โดยมีจุดประสงค์ ดังนี้
 1.  เพื่อประยุกต์ใช้ทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้และเทคนิคผังกราฟฟิกใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1     เรื่อง ชีวิตรอบตัวเรา 
 2.  เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียน                  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  โดยนักเรียนร้อยละ 70  มีคะแนนผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 
3. เพื่อพัฒนาทักษะการคิดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  โดยนักเรียนร้อยละ 70
มีคะแนนผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 
 ผลการดำเนินงาน
ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน**พบว่า  นักเรียนจำนวนร้อยละ  83.33  มีคะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์       ทางการเรียน เฉลี่ยร้อยละ 73.33  ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ด้านทักษะการคิด  พบว่า  นักเรียนจำนวนร้อยละ  87.50 มีคะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดทักษะการคิด     เฉลี่ยร้อยละ  74.84  ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้
                    การประยุกต์ใช้ทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้และเทคนิคผังกราฟฟิกเพื่อพัฒนา     ทักษะการคิดและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
มีวิธีการดังนี้
 ดังต่อไปนี้
***                    ** 1.  ศึกษาและวิเคราะห์ความสำคัญและสภาพปัญหา 
                             2.   เสนอโครงการและประชุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
                             3.  วางแผน/กรอบแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรม
                             4.   กลุ่มเป้าหมาย
                             5.  รูปแบบการวิจัย
**                    ****6.  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
**                    ****7.  การสร้างและหาประสิทธิภาพเครื่องมือ
                    ******8.  การเก็บรวบรวมข้อมูล
                   ** ****9.  การวิเคราะห์ข้อมูล
                             10.  การสรุปและรายงานผลการใช้นวัตกรรม
                             11.  การนำเสนอ และเผยแพร่ผลการใช้นวัตกรรม
 นวัตกร นางพคพร  คำยิ่ง โรงเรียนบ้านเหล่าหลวงเตาถ่าน สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามุกดาหาร        โทรศัพท์ 083-4040755,   089-5702556       
E-mail Address   [email protected],      [email protected]