การประชุมหารือวันที่ 18 ธค 50               

  โครงการวิจัยนำร่องขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมและการจัดสวัสดิการสังคมเชิงพื้นที่ ในพื้นที่เป้าหมาย 4 จังหวัด  คือ  จันทบุรี  ลำปาง  ขอนแก่น  พัทลุง  เป็นความร่วมมือของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับ โครงการวิจัยและพัฒนาองค์กรการเงินและระบบสวัสดิการชุมชน (คุณภีม ภคเมธาวี เป็นผู้ประสานงานโครงการ) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)  เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัด  ใช้การจัดการความรู้เป็นกระบวนการหลักในการสนับสนุนการทำงานขับเคลื่อนขบวนการสวัสดิการชุมชนท้องถิ่น               

เปิดฉากโครงการฯเหมือนกันทั้ง 4 จังหวัด ด้วยการเปิดเวทีหารือระหว่างคณะทำงานที่แต่งตั้งขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการจัดสวัสดิการระดับจังหวัด ที่หลัก ๆได้แก่ คณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมจังหวัด คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมสวัสดิการสังคมจังหวัด  คณะทำงานสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนท้องถิ่นจังหวัด และตัวแทนจากพื้นที่นำร่องที่ได้รับคัดเลือกแล้วจำนวน 3 ตำบล 2 เทศบาล(สำหรับพื้นที่พัทลุง ได้แก่ ต.ลำสินธุ์ ต.ชุมพล ต.ทะเลน้อย ท.ป่าบอน ท.ปากพะยูน)  มีผู้ประสานงานโครงการทำหน้าที่ให้ข้อมูลและเชื่อมประสานให้เกิดความร่วมมือของแต่ละคณะทำงาน  ซึ่งผู้ประสานงานของจังหวัดพัทลุง คือ คุณเทพรัตน์ จันทพันธ์(พี่โต)              

 ในการหารือครั้งแรกนี้เป็นไปเพื่อทำความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัยนำร่องฯให้ทุกฝ่ายรับทราบและเข้าใจตรงกัน  ทั้งให้เห็นบทบาท สถานภาพ ผลการปฏิบัติงานของแต่ละคณะทำงานในปัจจุบัน และระดมความคิดเห็นถึงแนวทางการขับเคลื่อนต่อไป               

การเปิดฉากโครงการฯเริ่มมาจากเวทีของจังหวัดจันทบุรี( 1 พย 50)  ลำปาง(23 พย 50)  ขอนแก่น(11 ธค 50) และพัทลุง(18 ธค 50)                

ตนเองมีโอกาสเข้าร่วมในเวทีสุดท้าย คือ ที่จังหวัดพัทลุง ขอนำเสนอภาพรวมการหารือของจังหวัดพัทลุงเป็นตัวอย่างซึ่งมีวาระคล้าย ๆ กันทั้ง 4 จังหวัดคะ  

การทำงานของแต่ละคณะทำงาน               

ตัวแทนคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมจังหวัด ให้ข้อมูลว่าคณะทำงานชุดนี้มีอาจารย์ประวิง เป็นประธาน และมีที่ปรึกษาจากหน่วยงานรัฐประมาณ 20 หน่วยงาน เช่น นายกอบจ.  อบต.  สำนักงานพระพุทธศาสนา  ธกส.  สำนักงานตำรวจ  เป็นต้น  มี พมจ.เป็นเลขาฯ  การทำงานที่ผ่านมา  มีการประชุมร่วมกันเรื่องยุทธศาสตร์พัฒนาสังคมแต่ความคิดยังไม่ลงตัว

ตัวแทนคณะทำงานสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนท้องถิ่นจังหวัด  ให้ข้อมูลถึงการเคลื่อนงานสวัสดิการที่ผ่านมา มองเป็น 2 ภาค คือภาคชุมชนกับภาคราชการ ภาคชุมชนมีกระบวนการ มีข้อมูลชัดเจน  การให้สวัสดิการแก่ใครต้องผ่านเวที ผ่านกระบวนการตรวจสอบของชุมชนทำให้ไม่มีสิ่งซ่อนเร้น เช่น การจัดสวัสดิการในพื้นที่ตำบลลำสินธุ์  ตำบลชุมพล  ดังนั้นหากจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ต้องมีกลไกทำงานระดับตำบล ต้องมีส่วนร่วมจากทุกองค์กร/กลุ่มในตำบล เช่น กลุ่มออมทรัพย์  กองทุนหมู่บ้าน  อบต. และเจ้าหน้าที่ภาครัฐร่วมเป็นคณะกรรมการร่วมในการจัดสวัสดิการ   การขับเคลื่อนเรื่องสวัสดิการในจังหวัดพัทลุงได้ผ่านมาระยะหนึ่งแล้ว  สิ่งที่จะเกิดประโยชน์ในการขับเคลื่อนต่อไปคือการถอดบทเรียน กระบวนการที่ทำให้การจัดสวัสดิการประสบความสำเร็จ และที่ไม่สำเร็จ การจัดการสวัสดิการชุมชนต้องให้ชัดเจนว่าต้องทำโดยชุมชน เพื่อชุมชน ต้องศึกษากิจกรรมของแต่ละกองทุนที่มีอยู่  ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบให้ชัดเจนจึงหาแนวทางบูรณาการกองทุนได้     

           

ตัวแทนจากพื้นที่นำร่อง  ให้ข้อมูลว่าการบูรณาการกองทุนในพื้นที่กำลังดำเนินการ โดยการนำกำไรของแต่ละกองทุนมารวมเป็นส่วนกลาง  เริ่มต้นพบกับปัญหาเพราะแต่ละกองทุนมีเจ้าของ เช่น กทบ.  กขคจ  ฯ เจ้าของกองทุนไม่ได้จัดการให้เกิดการบูรณาการกัน  แต่ให้ระดับผู้ปฏิบัติในกองทุนเป็นผู้บูรณาการซึ่งมักจะติดขัดในวิธีการ(อุทัย : ลำสินธุ์)               

การบูรณาการกองทุนต้องเริ่มต้นจากชาวบ้าน  มีการตกลงกันถึงการจัดการและเมื่อเห็นตรงกันก็ทำบันทึกความร่วมมือ(ผู้ใหญ่ย้วน:ชุมพล) 

ระดมความเห็นถึงแนวทางขับเคลื่อน                         

อาจารย์ภีม  ปัจจัยเอื้อต่อการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนครั้งนี้มี 2 ส่วน ส่วนแรก  ยุทธศาสตร์  กระทรวง พม. สร้างความร่วมมือกับ อปท.  สปสช. ฯ  โดยสรุปเงินที่ลงมาในจังหวัดพัทลุงมีจำนวนมากจากหลายส่วน และด้านความรู้ที่จะได้มาจากโครงการวิจัยนี้ ส่วนที่สอง คือ พันธมิตรอีก 3 จังหวัด(ขอนแก่น ลำปาง จันทบุรี) และจังหวัดขยายใกล้เคียงประมาณ 2-3 จังหวัดเป็นพื้นที่เรียนรู้  เป็นกระบวนการที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อน ในรายละเอียดต้องอยู่ที่ทีมวิจัยทั้งหมดซึ่งได้แก่ คณะทำงานทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมประชุมวันนี้ 

ข้อเสนอของที่ประชุม  คณะวิจัยควรมี 3 ทีม มาจาก1) ชุดหลัก(ระดับจังหวัด) มาจากคณะทำงาน 3 ชุด  2) ชุดระดับตำบล/เทศบาล ซึ่งเป็นพื้นที่ทำงานคัดเลือกตัวแทนจากพื้นที่เข้ามา และ 3) ชุดคณะทำงานทั้งหมดที่ทำงานนี้ ขนาดของทีมวิจัยหลัก ไม่ควรเกิน 8-12 คน/ทีม และเพื่อให้การเคลื่อนงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วผู้เข้าร่วมประชุมวันนี้ต้องไปถ่ายทอดต่อให้วงของตนเองรับทราบและเลือกตัวแทนนักวิจัยแต่ละทีมด้วย          

การเสนอรายชื่อทีมวิจัยหลัก  จำนวน 15 ท่าน (เท่าที่จดรายละเอียดได้) คือ สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) คุณสุนทร, ท้องถิ่นจังหวัด, พัฒนาชุมชน (คุณสารภี), รองนายกอบจ., ผู้ใหญ่ย้วน(ตำบลชุมพล), น้าแก้ว สังข์ชู, อุทัย (ตำบลลำสินธุ์), คุณวิเชียร เป็นต้น

กำหนดประชุมทีมวิจัยหลักครั้งต่อไปวันที่ 27 ธค 50 เวลา 09.00 . ศาลากลางจังหวัดพัทลุง