เมื่อวานนี้ 18 ธันวาคม   ผมได้มีโอกาสเข้าไปร่วมงาน KM สายงานผลิตไฟฟ้า ที่บางกรวย  นนทบุรี   ช่วงเช้า  ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช  ไปพูดเรื่อง "ผู้บริหารกับองค์กรแห่งการเรียนรู้"     และการไฟฟ้าขอให้ สคส. ไปออกบูธ พร้อมเอาโปสเตอร์ไปใช้ในงานนี้ด้วย   จึงมี คุณนภินทร ศิริไทย  ไปคอยบริการตอบคำถาม  และน้องมุจลินท์ ศรีหิรัญ ไปขายหนังสือ   ส่วนผมได้รับมอบหมายให้ช่วยเป็นผู้ดำเนินรายการช่วงบ่าย  เวที่ ลปรร. ของกลุ่ม CFT : Cross Funtional Team  จากหลายหน่วย อาทิ ฝ่ายบำรุงรักษาโยธา (CFT ด้านอ่างเก็บน้ำและเขื่อน,  ฝ่ายบำรุงรักษาเครื่องกล (CFT ด้านหม้อน้ำ),  ฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าบางปะกง, โรงไฟฟ้าแม่เมาะ, ฝ่ายบำรุงรักษาไฟฟ้า  

ตอนเตรียมงานก็ได้นัดหมายคุยกับคณะทำงานของการไฟฟ้า  เวทีนี้มีเวลา 150 นาที แบบ non-stop  ไม่มี break    ตอนแรกหารือกันว่าจะให้เวลาท่านละ 10 นาที เล่า highlight ของแต่ละงานว่าเห็นอะไรเกิดขึ้นบ้าง และเกิดขึ้นได้อย่างไร  และรอบหลังก็จะให้ share เรื่องจะทำอะไรกันต่อของแต่ละงาน   แต่พอวันงานจริง  เราคุยกันว่า  สงสัยบรรยากาศจะน่าเบื่อไป  เลยลองเอาไอเดียจากเวที Lead & Learn วันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา   คือพูดให้น้อยที่สุด  และค่อยๆ เดินเวทีด้วยคำถามจากผู้เข้าร่วม

ปรากฏว่าบรรยากาศเห็นชัดเจนเลยครับว่า  ช่วงแรก  คนละ 10 นาที่ 6 ท่าน   บรรยากาศจะนิ่งๆ ไปหน่อย   แต่พอเข้าช่วงหยิบเอาคำถามมาให้ผู้ร่วมเสวนานาบนเวทีหมุนเวียนกันตอบ   บรรยากาศเริ่มดีขึ้น   แต่เสียนิดเดียว   ไม่มีผู้ที่ขึ้นถามสด    ทั้งหมดเขียนใส่กระดาษส่งขึ้นมา

หากถามผมว่าน่าจะปรับปรุงตรงไหนในครั้งหน้า   ผมว่ารอบแรกให้พูดสั้นกว่า 10 นาทีน่าจะดีกว่า  เช่น 5 นาทีพอ   เอาเฉพาะ highlight จริงๆ  แล้วใครอยากรู้อะไรก็ถามกันเอาเลย   ตรงความต้องการดีกว่า    เพราะเวลาสั้นๆ แบบนี้เล่าประสบการณ์ 1 ปี 2 ปี ให้เหลือ 10 นาที่   เป็นอะไรที่ต้องบีบคั่นมาก    

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าจะเกี่ยวข้อง  คือเวลาจัดงานภายในหน่วยงานเช่นนี้  มันจะเจอกับปัญหา  คนเข้าร่วมเขาอดไม่ได้ที่จะต้องไปทำภารกิจอื่น   ยิ่งเจอหลายงานชนกัน ยิ่งไปกันใหญ่   ประเด็นแบบนี้ผู้จัดอาจจะต้องเจอโจทย์การจัดการที่ยุง่ยากยิ่งขึ้นครับ