กว่าเตยจะยิ้ม...1

กว่าเตยจะยิ้ม…1                                 ฉันเจอเด็กหญิงเตยหอม    เด็กน้อยวัย  7  ขวบ  รูปร่างผอมบาง  ผิวคล้ำ  แววตาหม่นหมองเมื่อสองเดือนก่อนขณะอยู่เวรให้บริการที่สถานีอนามัยในวันหยุด    ครั้งแรกที่เจอหน้าเตยฉันรู้สึกแปลกในใจและสะเทือนใจในขณะเดียวกัน   สายตาคู่นั้นของเตยฉายแววเศร้าหม่น   เหงา   อ้างว้าง   ตื่นตระหนก และอีกหลายความรู้สึกที่คนเป็นแม่อย่างฉันสัมผัสได้   ท่าทีหวาดกลัวนั้น  ทำให้ฉันเริ่มไม่แน่ใจว่าเตยจะให้ความร่วมมือในการให้การพยาบาล                                   สวัสดีจ๊ะ…เตยหอมฉันทักทายเมื่ออ่านชื่อของเตยจากแฟ้มประวัติครอบครัว                                ………………………….เด็กหญิงซุกหน้ากับชายเสื้อผู้ที่พามา  แขนที่มีแต่หนังหุ้มกระดูกกอดผู้พามาแน่น   เตยเป็นอะไรมาค่ะแม่ฉันเบนความสนใจมาที่คนพามา                                ป้าค่ะ..ป้า…ไม่ใช่แม่….แม่เตยตายเมื่อปีที่แล้ว   เป็นโรค…..เอ่อ…….โรคที่ไม่มีใครอยากเป็นตอนนี้เตยอยู่บ้านกับพ่อและพี่ชายเตย   พ่อติด…..เตยก็ติด  แต่พี่ชายเตยไม่เป็นไร   วันนี้พาเตยมาฉีดยาตามแพทย์สั่งค่ะ    วันนี้เป็นวันแรกที่ต้องฉีดยา   คงกลัวหน่ะหมอ   อีกอย่างคงไม่คุ้นด้วยแหล่ะค่ะ                                ป้าเตยให้ข้อมูล       ก่อนจะหยิบถุงยาจากโรงพยาบาลศูนย์และสมุดประจำตัวผู้ป่วยยื่นให้   ฉันหยิบถุงยาและสมุดประจำตัวผู้ป่วยขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด   วันนี้วันหยุด   มีเตยเป็นคนไข้รายเดียวฉันจึงมีเวลานั่งคุยกับป้าได้นาน  แล้วทำไมวันนี้พ่อไม่พามาหล่ะเตยฉันหันหน้าไปถามเตยหอม    ทั้งที่รู้ว่าคงไม่ได้คำตอบ                                พ่อเตยไม่ยอมรักษาหน่ะคุณหมอ….ส่วนเตยนี่ถ้ายายไม่สนใจก็คงจะไม่ได้รักษา                                ทำไมหล่ะค่ะ                                ก็บ้านเตยอยู่ติดกับบ้านยาย   ตั้งแต่แม่ตายก็มียายช่วยพ่อดูแลเป็นหลัก  ส่วนพ่อเตยหน่ะเก็บตัว   ไม่ยอมสุงสิงกับใคร  แต่รักลูกและดูแลลูกดีนะ   แปลกใจตรงที่ไม่ยอมพาลูกไปรักษานี่สิ  ยายเตยก็เลยคุยกับพ่อเตยว่า   พ่อเตยไม่รักษาก็ไม่เป็นไร  แต่ยายขอพาเตยไปรักษา  และจะช่วยดูแลเตยอีกแรงหนึ่งพ่อจึงยอมตกลงป้าสรุปให้ฟัง   ส่วนเตยหอมนอกจากจะไม่ยอมพูดกับฉันแล้วยังเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น ผู้เป็นป้าโอบกอดหลานสาว   ลูบหลังลูบไหล่ปลอบเตยเอ้ย..คุยกับคุณหมอหน่อยเร็ว                                ความจริงแล้ว  ฉันเป็นพยาบาลในชุมชนทำงานที่สถานีอนามัย   แต่ถูกชาวบ้านแต่งตั้งให้เป็นหมอในชุมชน   ส่วนคุณหมอจริงๆที่โรงพยาบาลนั้น   ชาวบ้านส่วนใหญ่จะเรียกแพทย์                                                                          หลังจากพูดคุยสอบถามข้อมูลจากป้าเรียบร้อย   ฉันหยิบสมุดนัดขึ้นมานัดเยี่ยมบ้านก่อนที่จะลุกไปเตรียมยาฉีด                                     เดี๋ยวเตยรอแป๊บนึงนะจ๊ะ…..                                ……………………………………และเตยก็เริ่มร้องไห้เสียงดังอีกครั้งหลังจากสงบลงช่วงที่ฉันคุยกับป้า    เมื่อฉันเยี่ยมหน้าออกมาจากห้องพยาบาลบอกว่าเตรียมยาฉีดพร้อมแล้ว   พาคนไข้เข้ามาได้เลยค่ะป้าเตย…ให้หมอฉีดยานะลูก   จะได้หายและกลับไปเรียนหนังสือกับเพื่อนไงหล่ะป้าพูดให้กำลังใจ   โอ้โห….นี่ไปโรงเรียนแล้วเหรอเตย   เก่งจังลูก…..อยู่ปอไหนแล้ว ฉันพูดคุยสร้างความคุ้นเคยอยู่ปอหนนึ่งแล้วคุณหมอ….ป้าตอบ  ก่อนที่จะพยักเพยิดกับฉันทำนองว่าคงต้องชวนคุยนานหน่อยกว่าจะได้รับความไว้วางใจ   ฉันยิ้มรับ งานนี้…..สบายมากหรับคุณแม่ที่มีลูกชายสองทะโมนอย่างฉัน  เอ…เตยอยู่โรงเรียนไหนหนอ….บอกป้าได้ไหมลูกฉันเริ่มมีคำแทนตัว………………………………….ฉีดยาเถอะเตย   หายแล้วจะได้ไปเล่นตุ๊กตามที่โรงเรียนไงหล่ะป้าบอกเด็กน้อย   คราวนี้ได้ผล   เตยเริ่มเช็ดน้ำตาก่อนที่จะหันมามองหน้าฉัน   เมื่อจับทางได้   จึงเริ่มชวนคุยเรื่องตุ๊กตา      กว่าเตยหอมจะยอมตกลง   ฉันต้องเอาวิชาแม่ลูกสองมาใช้สารพัดแบบ     และท้ายที่สุดก็สัญญาว่าจะหาตุ๊กตามาฝากถ้าเตยหอมมาฉีดยาทุกวันและไม่ดิ้นเมื่อฉีดยา   ส่วนเรื่องร้องไห้…อนุโลมกันได้เตยหอม….ฉีดยาได้แล้วนะลูกน้ำเสียงอ่อนโยนของฉันทำให้เตยทำหน้างงๆ  สำหรับเตยคงคิดว่าฉันจะมาไม้ไหนกับเธออีก    ส่วนตัวฉันเองหน่ะหรือรู้เพียงแต่ว่านอกจากจะให้การพยาบาลเตยแล้ว   ยังมีสิ่งหนึ่งที่ฉันอยากให้ก็คือสัมผัสรักอบอุ่นจากความรู้สึกของคนเป็นแม่อย่างฉัน                                ถ้าเตยทำตามที่สัญญากับป้าไว้   ป้าจะหาตุ๊กตามาฝาก    ตกลงไหมจ๊ะ                                ……………………….เตยพยักหน้ารับก่อนที่จะก้าวขึ้นเตียงเจ็บนิดหนึ่งนะลูก                                ฉันบอกเตยก่อนจะฉีดยาให้อย่างเบามือ…….                                                                                  ************        <p> </p>