ความหมายของสื่อ
สื่อ เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดเรื่องราวเนื้อหาจากผู้ส่งไปยังผู้รับในการเรียนการสอน สื่อเป็นตัวกลางนำความรู้จากผู้สอนสู่เด็กทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ ตามจุดประสงค์ที่วางไว้ช่วยให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง ทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมเข้าใจยากกลายเป็นรูปธรรมที่เด็กเข้าใจง่าย เรียนรู้ได้ง่าย รวดเร็ว เพลิดเพลิน เกิดการเรียนรู้และค้นพบตัวเอง
การเลือกสื่อ มีวิธีการเลือกสื่อดังนี้
• เลือกให้ตรงกับจุดมุ่งหมายและเรื่องที่สอน
• เลือกให้เหมาะสมกับวัยและความสามารถของเด็ก
• เลือกให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นที่เด็กอยู่หรือสถานภาพของสถานศึกษา
• มีวิธีการใช้ง่าย และนำไปใช้ได้หลายกิจกรรม
• มีความถูกต้องตามเนื้อหาและทันสมัย
• มีคุณภาพดี เช่น ภาพชัดเจน ขนาดเหมาะสม ไม่ใช้สีสะท้อนแสง
• เลือกสื่อที่เด็กเข้าใจงายในเวลาสั้น ๆ ไม่ซับซ้อน
• เลือกสื่อที่สามารถสัมผัสได้
• เลือกสื่อเพื่อใช้ฝึก และส่งเสริมการคิดเป็น ทำเป็นและกล้าแสดงความคิดเห็นด้วยความมั่นใจ
การจัดหาสื่อสามารถจัดหาได้หลายวิธี คือ
• จัดหาโดยการขอยืมจากแหล่งต่าง ๆ เช่นศูนย์สื่อของสถานศึกษาของรัฐบาล หรือสถานศึกษาเอกชน ฯลฯ
• จัดซื้อและเครื่องเล่นโดยวางแผนการจัดซื้อตามลำดับความจำเป็นเพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณที่ทางสถานศึกษาสามารถจัดสรรให้และสอดคล้องกับแผนการจัดประสบการณ์
• ผลิตสื่อและเครื่องเล่นขึ้นใช้เองโดยใช้วัสดุที่ปลอดภัยและหาง่ายเป็นเศษวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ เช่นกระดาษแข็งจากลังกระดาษ รูปภาพจากแผ่นป้ายโฆษณา รูปภาพจากหนังสือนิตยสาร เป็นต้น
ขั้นตอนการดำเนินการผลิตสื่อสำหรับเด็ก มีดังนี้
• สำรวจความต้องการของการใช้สื่อให้ตรงกับจุดประสงค์ สาระการเรียนรู้และกิจกรรมที่จัด
• วางแผนการผลิตโดยกำหนดจุดมุ่งหมายและรูปแบบของสื่อให้เหมาะสมกับวัยและความสามารถของเด็กสื่อนั้นจะต้องมีความคงทนแข็งแรง ประณีตและสะดวกต่อการใช้
• ผลิตสื่อตามรูปแบบที่เตรียมไว้
• นำสื่อไปทดลองใช้หลาย ๆ ครั้งเพื่อหาข้อดี ข้อเสียจะได้ปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น
• นำสื่อที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปใช้จริง
การใช้สื่อ ดำเนินการดังนี้
การเตรียมพร้อมก่อนใช้สื่อ มีขั้นตอนคือ
1. เตรียมตัวผู้สอน
• ผู้สอนจะต้องศึกษาจุดมุ่งหมายและวางแผนว่าจะจัดกิจกรรมอะไรล้างและวางแผนว่าจะจัด
กิจกรรมอะไรบ้าง
• เตรียมจัดหาสื่อและศึกษาวิธีการใช้สื่อ
• จัดเตรียมสื่อและวัสดุอื่น ๆ ที่จะต้องใช้ร่วมกัน
• ทดลองใช้สื่อก่อนนำไปใช้จริง
2. เตรียมตัวเด็ก
ศึกษาความรู้พื้นฐานเดิมของเด็กให้สัมพันธ์กับเรื่องที่จะสอน
• เร้าความสนใจเด็กโดยใช้สื่อประกอบการเรียนการสอน
• ให้เด็กมีความรับผิดชอบรู้จักใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ไม่ใช่ทำลาย เล่นแล้วเก็บให้ถูกที่
• เตรียมสื่อให้พร้อมก่อนนำไปใช้
• จัดลำดับการใช้สื่อว่าจะใช้อะไรก่อนหรือหลังเพื่อความสะดวกในการสอน
• ตรวจสอบและเตรียมเครื่องมือให้พร้อมที่จะใช้ได้ทันที
• เตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับสื่อ
2. การนำเสนอสื่อ เพื่อให้บรรลุผลโดยเฉพาะในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ควรปฏิบัติดังนี้
• สร้างความพร้อมและเร้าความสนใจให้เด็กก่อนจัดกิจกรรมทุกครั้ง
• ใช้สื่อตามลำดับขั้นของแผนการจัดกิจกรรมที่กำหนดไว้
• ไม่ควรให้เด็กเห็นสื่อ หลาย ๆ ชนิด พร้อม ๆ กันเพราะจะทำให้เด็กไม่สนใจกิจกรรมที่สอน
• ผู้สอนควรยืนอยู่ด้านข้างหรือด้านหลังของสื่อที่ใช้กับเด็ก ผู้สอนไม่ควรยืนหันหลังให้เด็ก
จะต้องพูดคุยกับเด็กและสังเกตความสนใจของเด็ก พร้อมทั้งสำรวจข้อบกพร่องของสื่อเพื่อ นำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น
• เปิดโอกาสให้เด็กได้ร่วมใช้สื่อ
ข้อควรระวังในการใช้สื่อการเรียนการสอน การใช้สื่อในระดับปฐมวัยควรระวังในเรื่องต่อไปนี้
• วัสดุที่ใช้ ต้องไม่มีพิษ ไม่หักและแตกง่ายมีพื้นผิวเรียบไม่เป็นเสี้ยน
• ขนาด ไม่ควรมีขนาดใหญ่เกินไป เพราะยากต่อการหยิบยกอาจจะตกลงมาเสียหายแตกเป็นอันตรายต่อเด็กหรือใช้ไม่สะดวก เช่น กรรไกรขนาดใหญ่ โต๊ะเก้าอี้ที่ใหญ่และสูงเกินไป และไม่ควรมีขนาดเล็ก เด็กอาจจะนำไปอมหรือกลืนทำให้ติดคอหรือไหลลงท้องได้ เช่น ลูกปัดเล็ก ลูกแก้วเล็ก ฯลฯ
• รูปทรง ไม่เป็นรูปทรงแหลม รูปทรงเหลี่ยม เป็นสัน
• น้ำหนัก ไม่ควรมีน้ำหนักมาก เพราะเด็กยกหรือหยิบไม่ไหวอาจจะตกลงมาเป็นอันตรายต่อตัวเด็ก
• สื่อที่เป็นอันตรายต่อตัวเด็ก เช่น สารเคมี วัตถุไวไฟ ฯลฯ
• สีที่เป็นอันตรายต่อสายตา เช่น สีสะท้อนแสง ฯลฯ
การประเมินการใช้สื่อ
ควรพิจารณาจากองค์ประกอบ 3 ประการ คือ ผู้สอน เด็ก และสื่อเพื่อจะได้ทราบว่าสื่อนั้นช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้มากน้อยเพียงใด
จะได้นำมาปรับปรุงการผลิตและการใช้สื่อให้ดียิ่งขึ้นไป โดยใช้วิธีสังเกตดังนี้
• สื่อนั่นช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้เพียงใด
• เด็กชอบสื่อนั้นเพียงใด
• สื่อนั่นช่วยให้การสอนตรงกับจุดประสงค์หรือไม่ ถูกต้องตามสาระการเรียนรู้และทันสมัยหรือไม่
• สื่อนั้นช่วยให้เด็กสนใจมากน้อยเพียงใด เพราะเหตุใด
การเก็บ รักษา และซ่อมแซมสื่อ
การจัดเก็บสื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กฝึกการสังเกตการเปรียบเทียบ การจัดกลุ่มส่งเสริมความรับผิดชอบ ความมีน้ำใจ ช่วยเหลือ ผู้สอนไม่ควรใช้การเก็บสื่อเป็นการลงโทษเด็กโดยดำเนินการดังนี้
• เก็บสื่อให้เป็นระเบียบและเป็นหมวดหมู่ตามลักษณะ ประเภทของสื่อ สื่อที่เหมือนกันจัดเก็บหรือวางไว้ด้วยกัน
• วางสื่อในระดับสายตาของเด็ก เพื่อให้เด็กหยิบใช้จัดเก็บได้ด้วยตนเอง
• ภาชนะที่จัดเก็บสื่อควรโปร่งใส เพื่อให้เด็กมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในได้ง่ายและควรมีมือจับเพื่อให้สะดวกในการขนย้าย
• ฝึกให้เด็กรู้ความหมายของรูปหรือสิ่งทีเป็นสัญลักษณ์แทนหมวดหมู่ เป็นประเภทสื่อ เพื่อเด็กจะได้เก็บเข้าที่ได้ถูกต้องการใช้สัญลักษณ์ควรมีความหมายต่อการเรียนรู้ของเด็ก สัญลักษณ์ควรใช้สื่อของจริงภาพถ่ายหรือสำเนา ภาพวาดภาพโครงร่างหรือภาพประจุด หรือบัตรคำติดคู่กับสัญลักษณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง
• ตรวจสอบสื่อหลังจากที่ใช้แล้วทุกครั้งว่ามีสภาพสมบูรณ์ จำนวนครบถ้วนหรือไม่
• ซ่อมแซมสื่อชำรุด และทำเติมส่วนที่ขาดหายไปให้ครบชุด
การพัฒนาสื่อ
การพัฒนาสื่อเพื่อใช้ประกอบการจัดกิจกรรมในระดับปฐมวัยนั้นก่อนอื่นควรได้สำรวจข้อมูล สภาพปัญหาต่าง ๆของสื่อทุกประเภทที่ใช้อยู่ว่ามีอะไรบ้างที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขเพื่อจะได้ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับความต้องการแนวทางการพัฒนาสื่อ ควรมีลักษณะเฉพาะดังนี้
• ปรับปรุงสื่อให้ทันสมัยเข้ากับเหตุการณ์ ใช้ได้สะดวกไม่ซับซ้อนเกินไป เหมาะสมกับวัยของเด็ก
• รักษาความสะอาดของสื่อ ถ้าเป็นวัสดุที่ล้างน้ำได้เมื่อใช้แล้วควรได้ล้างเช็ด หรือปัดฝุ่นให้สะอาด เก็บไว้เป็นหมวดหมู่วางเป็นระเบียบ หยิบใช้ง่าย
• ถ้าเป็นสื่อที่ผู้สอนผลิตขึ้นมาใช้เองและผ่านการทดลองใช้มาแล้ว ควรเขียนคู่มือประกอบการใช้สื่อนั้น โดยบอกชื่อสื่อประโยชน์และวิธีใช้สื่อรวมทั้งจำนวนชิ้นส่วนของสื่อในชุดนั้นและเก็บคู่มือไว้ในซองหรือถุงพร้อมสื่อที่ผลิต
• พัฒนาสื่อที่สร้างสรรค์ ใช้ได้เอนกประสงค์ คือเป็นได้ทั้งสื่อเสริมพัฒนาการและเป็นของเล่นสนุกสนานเพลิดเพลิน
<p> </p>