เมื่อเทียบกับการวิ่งเหยาะเร็วๆ ซึ่งถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนักสัปดาห์ละ 17 ไมล์ หรือ 27.2 กิโลเมตรเท่าๆ กันพบว่า การวิ่งให้ผลดีกว่าการเดินเพียงเล็กน้อย

<p>พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังเรื่องประโยชน์ของการเดินเร็ว (brisk walking) หรือการเดินเร็วหน่อย วันนี้มีผลการศึกษาว่า การเดินเร็วทุกวันให้ผลดีกว่าการวิ่งสัปดาห์ละ 2-3 วันมาฝากครับ</p>

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์วิลเลียม อี. แครนส์ ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและคณะ แห่งศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยดุค เดอร์แฮม รัฐนอร์ธ แคโรไลนา สหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างวัยกลางคน 171 คนที่มีปัญหาน้ำหนักเกิน ติดตามไป 8 เดือน

...

คนอเมริกัน 1 ใน 4 มีกลุ่มปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน เบาหวาน เส้นเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต

กลุ่มปัจจัยเสี่ยงนี้เรียกว่า "เมทาโบลิค ซินโดรม (metabolic syndrome)" หรือ "กลุ่มอาการอ้วนลงพุง"

...

กลุ่มอาการเมทาโบลิคประกอบด้วยปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ 3 ใน 5 ข้อดังต่อไปนี้

  • เส้นรอบเอวเกินเกณฑ์ (คนไทย = 90 เซนติเมตรในผู้ชาย / 80 เซนติเมตรในผู้หญิง)
  • ความดันเลือดสูงเกินเกณฑ์
  • ไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงเกินเกณฑ์
  • โคเลสเตอรอลชนิดดีหรือ HDL ต่ำกว่าเกณฑ์
  • น้ำตาลในเลือดสูงเกินเกณฑ์

คำว่า "สูงเกินเกณฑ์" ในที่นี้หมายถึงสูงกว่าปกติ แต่ยังไม่เป็นโรคชัดเจน

...

ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่เดินเร็ววันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 6 ครั้งมีเส้นรอบเอวลดลง หรืออ้วนลงพุงลดลงทุกราย

กลุ่มที่ไม่ได้ออกกำลังมีน้ำหนักตัวเพิ่มเฉลี่ย 1 ปอนด์ หรือ 0.454 กิโลกรัม และมีเส้นรอบเอวเพิ่มขึ้น 0.5 นิ้ว

...

ก่อนการศึกษากลุ่มตัวอย่างมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดหัวใจ เส้นเลือดสมองที่เรียกว่า "เมทาโบลิค ซินโดรม" 41% หลังการเดินเร็ววันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 6 ครั้ง ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ลดลงเหลือ 27% หรือลดลง 34.15% (ประมาณ 1 ใน 3)

การเดินเร็ววันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 6 ครั้งคิดเป็นระยะทาง 17 ไมล์ หรือประมาณ 27.2 กิโลเมตร

...

เมื่อเทียบกับการวิ่งเหยาะเร็วๆ ซึ่งถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนักสัปดาห์ละ 17  ไมล์ หรือ 27.2 กิโลเมตรเท่าๆ กันพบว่า การวิ่งให้ผลดีกว่าการเดินเพียงเล็กน้อย

นอกจากนั้นการออกกำลังหนักในช่วงสั้น เช่น วิ่งเร็วคราวละ 10-15 นาที ฯลฯ ให้ผลดีน้อยกว่าการเดินคราวละ 30 นาที

...

อาจารย์ท่านแนะนำว่า การเดินเร็ววันละ 30 นาทีหลังอาหารเย็นให้ผลดีต่อสุขภาพมากกว่าที่คิดทั้งๆ ที่ตลอดการศึกษานี้ไม่ได้ให้กลุ่มตัวอย่างควบคุมอาหาร หรือเปลี่ยนแปลงอาหาร

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเราหันมาออกกำลังเป็นประจำ เพื่อสุขภาพจะได้ดีไปนานๆ ครับ

...

ข่าวประกาศ                                                

  • ผู้เขียนลาพักร้อนไปสังเวชนียสถานอินเดีย-เนปาล 21 ธันวาคม 2550 - 3 มกราคม 2551.

ที่มา                                                          

  • Thank Reuters > Waliking packs hugh health punch, study confirms > [ Click ] > December 17, 2007. / AJ of Cardiology. December 15, 2007.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 18 ธันวาคม 2550.

</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span>