ห่างหายไปนานกับการบันทึกเรื่องราวความคิดความรู้สึก
ด้วยเหตุปัจจัยหลากหลายอย่างที่ทำให้ไม่ได้มาบันทึกร่องรอยของความนึกคิด ณ ที่แห่งนี้
และวันนี้คงมีปัจจัยอันเหมาะสมกระมัง เราจึงได้หันมาบันทึกมันอีกครั้ง
อ๋อ วันนี้เป็นวันดีนี้เอง ... วันนี้เป็นวันพระ ค่ะ วันจันทร์ ที่ 17 ธันวาคม 2550
เราตื่นมาแต่เช้าไปตักบาตร และตั้งใจที่จะสะสางงานที่คั่งค้าง แต่ก็ยังทำไม่ได้ถึงไหน ได้แต่ตามระลึกรู้และเข้าใจในส่วนของความเป็นอนัตตาในสิ่งทั้งหลาย ว่า เราไม่สามารถบังคับควบคุมสิ่งใดให้เป็นไปตามความประสงค์ได้ สิ่งทั้งหลายมีการเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปเป็นธรรมดา
แม้แต่อารมณ์จิตของเราเองนั้น ก็มีการเปลี่ยนแปลงทุกขณะจิต
เมื่อก่อน เรามักจะมองเห็นว่า ตนเองนี่ควบคุมอารมณ์จิตได้ เมื่อทุกข์เราจะห้ามความทุกข์ได้
ซึ่งนั้นเป็นเพียงการบังคับ ระงับทุกข์ของเราได้แค่นั้นเอง แต่อย่างไรเราก็ไม่สามารถที่จะฝืนความเป็นจริงได้ ด้วยความที่เราไม่ได้ฝึกพิจารณาจิต ไม่ได้ฝึกตามรู้ความรู้สึกของตน เราจึงมีความทะนงตนว่า ตนนี้สามารถควบคุมความรู้สึกได้ (มันเป็นเพียงความไม่รู้ ของคนโง่นี้เอง) แต่อย่างไร เราก็รู้ว่า เรายังไม่รู้อยู่อีกเยอะ เรายังมีความโง่อยู่มากทีเดียว
เราจึงยังเป็นผู้เสาะแสวงหา หนทางที่ดีที่สุดสำหรับตน ....
ปัจจุบันพยายามที่จะเป็นผู้ดู ตามรู้จิตมากขึ้น ไม่ไปบังคับความคิด ความรู้สึกมากนัก เพียงแต่ตามดูมัน และเห็นความเป็นไป ความเกิดและดับของจิต เห็นความไม่เที่ยงของสังขาร ทั้งร่างกายและจิตใจ .... ความรู้สึกปล่อยวางมีมากขึ้น มันเป็นเพียงแค่มากขึ้น แต่ยังไม่หมด หลายครั้งยังมีความรู้สึกสลด สังเวช กับชีวิตที่หาความแน่นอนไม่ได้ ...
แต่อย่างไรเสีย เราก็มีความภาคภูมิใจที่สุดที่เรายังได้มีโอกาสดีๆ ได้พบพระพุทธศาสนา ได้รู้จักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและได้ปฏิบัติตามคำสอน เราก็ยังไม่รู้ชีวิตของหน้าจะเป็นเช่นไร หนทางข้างหน้ายังยาวไกลแต่เราก็ตั้งใจที่จะไปให้ถึง เราเชื่อว่า ศรัทธาที่ตั้งมั่นแล้วย่อมยังผล หากเราไม่ถอยซึ่งความเพียรแล้ว ฝั่งที่เราจะไปนั่นย่อมไม่ไกลเกินกำลัง
.....................
แค่นี้ก่อนสำหรับบันทึกความรู้สึกนึกคิด