ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนให้ออกมาใช้สิทธิกันอย่างเต็มที่ เพราะสิทธิที่มีอยู่ขณะนี้ เป็นสิทธิที่หาซื้อไม่ได้ เป็นสิทธิที่ควรจะออกไปใช้สิทธิเพื่อชี้ชะตาของบ้านเมืองต่อไป

บันทึกนี้ เป็นบันทึกเหตุการณ์สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่จะมีผลกระทบต่อคนไทยทั้งมวล  เป็นข้อมูลตามความเป็นจริง เท่านั้นค่ะ 
  เรื่องการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้น ในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 นี้
ตลอดจนถึงการตั้งรัฐบาลใหม่  ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณส่วนตัวของท่าน
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2550 ดิฉันได้ไปร่วมงาน
เทวาลัยรำฦก : รวมพลคนอักษร ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดขึ้น ณ ศาลาดุสิดาลัยเพื่อให้ชาวชงโคสีเทา  มารวมพลกัน เพื่อรวมหลั่งรินน้ำใจให้คณะ และเพื่อสานต่อปรัชญาการศึกษาด้านอักษรศาสตร์ของชาติ และเพื่อให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจ สร้างประวัติศาสตร์ อีกหน้าหนึ่งของการศึกษาไทย   ฝากไว้ที่  อาคารมหาจักรีสิรินธร

 

โดยได้มีศิษย์เก่าทุกรุ่นมาร่วมงานประมาณ 1000 คนและได้รวบรวมเงินบริจาคทั้งหมด ประมาณ 100 กว่าล้าน ทูลเกล้าฯถวายเพื่อสมทบทุนมูลนิธิมหาจักรีสิรินธร เพื่อคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ในโอกาสนี้ ดิฉันได้พบปะเพื่อนฝูง  รวมทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้องมากมาย เรามีเรื่องมาคุยกัน ไม่ได้หยุดตลอดเวลาที่พบปะกัน   ซึ่งหนึ่งในหลายๆเรื่อง คือ เรื่องการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้น ในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 นี้

 

ส่วนใหญ่พวกเพื่อนๆ ไม่ค่อยให้ความสนใจเรื่องการเลือกตั้ง อย่าง ลงลึก นัก  ทราบแต่ว่า มีความเหมือนของความเป็นนโยบายประชานิยม  แต่มีความต่างของระดับกันบ้าง  เพราะการเน้นไปที่นโยบายประชานิยม  จะเป็นนโยบายที่ชาวบ้านเข้าใจง่าย ซึ่งนักการเมืองดีๆ ก็ยังต้องเอนไปทางประชานิยมด้วย เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับเลือก

 และนโยบายของพรรคต่าง ๆ ก็มีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไปด้วย  จะมีพรรคขนาดใหญ่ 2 พรรคที่  เน้นนโยบายที่สนองกลุ่มเป้าหมายคือประชาชนทั้งประเทศ เพราะฐานเสียงของพรรคที่มีความหลากหลาย      แต่พอถามกันว่า นอกจาก 2 พรรคใหญ่นี้ แล้ว มีพรรคอื่นๆ ชื่ออะไรกันบ้าง มีนโยบายอะไรบ้าง   ก็ไม่ค่อยมีใครทราบชื่อพรรคพร้อมทั้งนโยบาย ได้ครบนัก

 

ดิฉันจึงคิดว่า   น่าจะไปรวบรวมชื่อและนโยบายของพรรคต่างๆมาให้อ่านกันก่อนไปเลือกตั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้   อาจเป็นประโยชน์บ้างค่ะ    แต่เป็นเรื่องของข้อมูลล้วนๆเท่านั้นค่ะ  โดยดิฉัน ขออ้างถึง........

  จากผลการสัมมนา  เวทีนโยบายเศรษฐกิจและสังคม : พรรคการเมืองพบสภาที่ปรึกษาฯ และประชาชน.

จัดเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2550  ณ โรงแรมปริ๊นซ์พาเลส  มหานาค กรุงเทพฯ  และมีรายงานการสัมมนาอยู่ใน สารสภาที่ปรึกษา ฉบับที่ 70  ปีที่ 4 เดือนพฤศจิกายน 2550

มีพรรคการเมืองเข้าร่วมสัมมนา 7 พรรคด้วยกัน ซึ่งแต่ละพรรคได้แสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นรูปธรรมดังนี้ค่ะ.....

 

1.               พรรคประชาธิปัตย์   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรค นำเสนอว่า จะยกเลิก พรบ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวทันที   เนื่องจากเป็นการปิดกั้นเงินทุนต่างชาติ รัฐบาลที่จะเข้ามาต้องเร่งสร้างความมั่นใจ เพื่อให้การประกอบการของภาคธุรกิจเกิดการแข่งขัน    และจะลงทุนสร้างรถไฟรางคู่ทั่วประเทศเพื่อประหยัดเวลาและต้นทุนค่าขนส่ง   จะลงทุนด้านระบบชลประทาน เพื่อให้เกษตรกรสามารถได้ผลผลิตมากขึ้น และจะเน้นในด้านการพัฒนาคนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดด้วย.  เด็กไทยทุกคนได้เรียนฟรีจริง 15 ปี   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ประกาศนโยบาย 99 วัน ทำได้จริง  คนไทยต้องมีชีวิตที่ดีกว่า" จะเห็นได้ว่าปัญหาอย่างหนึ่งของการเมืองไทย คือ เราไม่มีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง สถานการณ์ของประเทศมีความขัดแย้งในสังคมสูง เศรษฐกิจฝืดเคืองมานาน พี่น้องประชาชนกินอยู่ด้วยความยากลำบาก รวมถึงความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น และทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกวัน การเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ เป็นโอกาสที่ดีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น



การเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีทางเลือก โดยมีโอกาสเลือกคนที่เข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประชาชนได้ โดยยึดหลักว่า ประชาชนต้องมาก่อน ประชาชนมีโอกาสได้เลือกผู้นำที่มีไฟ มีความก้าวหน้า และมีความสามารถในการนำความปรองดองและความมั่นคงกลับมาสู่ประเทศไทย มากกว่าเลือกผู้นำรุ่นเก่าที่มีแต่ความขัดแย้งและปล่อยให้ปัญหาเรื้อรังต่อไปอีก



2.  พรรคประชาราช   นายกร ทัพพะรังสี  รองหัวหน้าพรรค(ในขณะที่กำลังนำเสนอนโยบายของพรรคนี้)

        ต่อมา อีกไม่นาน ในปลายเดือนตลาคม นายกร ทัพพะรังสี ได้ลาออกจากพรรคนี้) หลังจากนั้น ดร.เชียรช่วง กัลยาณมิตร เป็นเลขาธิการพรรค ส่วนตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรคว่างลง

         กล่าวว่า จะขับเคลื่อนคนทั้ง 64 ล้านชีวิต โดยนำจุดแข็งคือการเกษตรกรรม สู่เวทีโลก ต้องทำให้ทุกตารางนิ้วของแผ่นดินไทยมาได้มาใช้ประโยชน์  จะนำที่ดิน สปก. มาแปลงเป็นเอกสารสิทธิ์   เพื่อประโยชน์ต่อเกษตรกร   รวมทั้งจะพัฒนาคนซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาชาติ ให้อยู่บนพื้นฐานของความยั่งยืน

 

 

            3.   พรรคมัชฌิมาธิปไตย   นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์  หัวหน้าพรรคเสนอนโยบาย ชีวิตคนไทย ร่ำรวย อยู่เย็นเป็นสุข พร้อมเสนอลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เหลือร้อยละ 20 และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่เกิน ร้อยละ 20 เพื่อขยายฐานภาษี ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น  รวมทั้ง สร้างรถไฟฟ้า 10 สายทาง ค่าโดยสาร 15 บาท   สร้างรถไฟฟ้ารางคู่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ จะเร่งแก้ปัญหาคนตกงาน ส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีแบบนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง  ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น  รวมทั้งพักชำระหนี้ประชาชนทั่วไป  ที่ไม่เป็นเอนพีแอล ส่งเสริมให้มีการเรียนฟรี  รักษาพยาบาลฟรี  และยกระดับโรงพยาบาลให้ดีขึ้น  ส่วนสถานีอนามัย จะยกระดับเป็นโรงพยาบาลตำบล

 

          4.   พรรคพลังประชาชน  น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี  เลขาธิการพรรค ประกาศนโยบายพรรค แนวทางเศรษฐกิจ 2 แนวทาง  3 ยุทธศาสตร์ 4 เป้าหมาย    คือฟื้นฟูเศรษฐกิจ   ฟื้นความเชื่อมั่น ต่อไปจะ เร่งสร้างความปรองดอง  สร้างการลงทุนและความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ   โดยประกาศเป็น เศรษฐกิจคู่ขนาน   ส่งเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในประเทศ    เพื่อเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจต่างประเทศ    และสานต่อนโยบายเศรษฐกิจรากหญ้า    นอกจากนี้ จะยกเลิกมาตรการกันเงินสำรอง ร้อยละ 30 ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเปิดกว้าง รับเงินทุนจากต่างชาติ รวมทั้งยกเลิกกฎอัยการศึกทุกพื้นที่  ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญชุดที่ 3  โดยมีตัวแมนจากภาคประชาชน ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับข้าราชการในการปฏิบัติราชการ เพื่อการไม่ถูกฟ้อง และเช็กบิลภายหลัง   พร้อมจะขยายฐานภาษี เพื่อให้มีการจัดเก็บอย่างเป็นธรรมในสังคม

 

            5. พรรคชาติไทย   โดย นายธรรมา ปิ่นกาญจนะ เหรัญญิก พรรค แถลงนโยบาย คือการรักษาเสถียรภาพทางการเงินการคลัง สร้างการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในอัตราที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและกระจายรายได้ให้ทั่วถึง  พร้อมทั้งพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน  ทั่วถึง และเท่าเทียม มุ่งเน้นการบริหารจัดการ ด้วยเทคโนโลยี พัฒนาที่ดิน การจัดการน้ำ การถือครองและปฎิรูปที่ดิน   นอกจากนี้ เสนอให้มีการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมขนาดเล็ก กลาง และชุมชน เพื่อมุ่งเน้นคุณภาพ ลดต้นทุนและมลพิษ  รวมทั้งการเน้นด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  ส่งเสริการท่องเที่ยวท้องถิ่น ลดช่องว่างของรายได้ระหว่างคนในเมืองกับชนบท และด้านการต่างประเทศ      ทางพรรคจะทำตามเงื่อนไขกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อนำมาสู่การเจรจาแก้ไข

 

          6.    พรรคเพื่อแผ่นดิน   นายจิรายุ วสุรัตน์  ตัวแทนพรรค แสดงนโยบายว่า จะนำความสุขคืนสู่ประชาชน มีนโยบาย 9 ความสุขแผ่นดิน โดยเริ่มจากครอบครัวและชุมชน พร้อมทั้งแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น คุณภาพการศึกษา การขาดแคลนครู และเน้นการสอนภาษาต่างประเทศ ส่งเสริมการศึกษาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน และส่งเสริมให้มีโรงเรียนอัจฉริยะ รวมทั้งการสาธารณธสุขที่ทั่วถึงและฟรี

จะเห็นได้ว่า นโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ  ค่อนข้างที่จะมุ่ง   ตอบสนองต่อฐานเสียงของตนเอง   

แต่ละพรรคจะพยายามพัฒนานโยบายให้มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น และมีจุดเด่นของนโยบายที่แตกต่างกันไป เช่น พรรคพลังประชาชน เน้นยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวสร้างรายได้ 1.5 ล้านล้านบาทต่อปี และการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ด้วยงบประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท   

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ชูนโยบายเร่งด่วน 99 วัน 

 ส่วนพรรคมัชฌิมาธิปไตย เสนอนโยบายรถไฟฟ้า 15 บาทตลอดสายเป็นเวลา 10 ปี ประกันราคาสินค้าเกษตร 7 ชนิด และส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ 7 ประเภท

ดังนั้น  ก่อนที่ประชาชนจะตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคใดเข้ามาบริหารประเทศ   ควรพิจารณานโยบายของพรรคการเมืองอย่างรอบคอบ รอบด้าน ครบถ้วน โดยจะต้องพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการนำมาปฏิบัติจริงค่ะ

     การเลือกตั้งล่วงหน้า  นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ด้านกิจการพรรคการเมือง ให้สัมภาษณ์ว่า การกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งช่วงการเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งนอกเขต วันที่ 15 - 16 ธันวาคม 2550 จะมีน้อย

อย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิด สามารถแจ้งหรือร้องเรียนได้ที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือกกต.ประจำจังหวัดได้ทันที ซึ่งที่ผ่านมา มีการร้องเรียนการกระทำผิดเข้ามาเป็นจำนวนมาก และได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

นางสดศรี กล่าวต่อว่า ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนให้ออกมาใช้สิทธิกันอย่างเต็มที่ เพราะสิทธิที่มีอยู่ขณะนี้ เป็นสิทธิที่หาซื้อไม่ได้    เป็นสิทธิที่ควรจะออกไปใช้สิทธิเพื่อชี้ชะตาของบ้านเมืองต่อไป   ทั้งนี้ ประชาชนสามารถออกมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าได้ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น.       

 

หมายเหตุ:: รายชื่อพรรคที่รวบรวม ณ ที่นี่นี้ อาจไม่ครอบคลุมหมดทุกพรรค เพราะอ้างถึง เฉพาะพรรคที่ไปร่วมสัมนา  เวทีนโยบายเศรษฐกิจและสังคม : พรรคการเมืองพบสภาที่ปรึกษาฯ และประชาชน.จัดเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2550   เท่านั้น