บริษัทที่ใช้ KM

ความรู้สาธารณะและความรู้ส่วนตัว (explicit knowledge  and tacit knowledge)

              Nonaka , Mr Takeuchi (1995)  ให้คำจำกัดความ tacit knowledge ว่า คือความรู้ที่อยู่ในใจคน อยู่ในพฤติกรรมคน อยู่ในแนวคิดคน จะออกมานอกตัวคนก็โดยการมีปฏิสัมพันธ์กัน เป็นความรู้ที่เกิดจากทักษะในการทำงาน จากประสบการณ์ชีวิต ตนเชื่อว่าเป็นของจริงเฉพาะตน ตกผลึกอยู่ในที่ซ่อน (crystalized) ยากที่เครื่องมืออิเล็กโทรนิคส์จะสามารถล้วงออกมาได้  และ Knowledge ในภาพรวมก็คือปฏิสัมพันธ์ระหว่าง tacit knowledge และ explicit knowledge ที่จะกล่าวถึงต่อไป  ส่วน explicit knowledge ก็คือความรู้ที่เราสามารถจะรับรู้ได้ผ่านเครื่องมือสื่อสารต่างๆ เป็นสิ่งสาธารณะ เนื้อหาคงที่  ความรู้แบบส่วนตนนั้นสำคัญต่องานขององค์กร ไม่แพ้ความรู้แบบสาธารณะซึ่งหาได้ทั่วไป  หากสามารถเปลี่ยน tacit knowledge มาเป็น explicit knowledge ได้แล้ว ความรู้สำคัญๆหลากหลายจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรธุรกิจ อย่างคุ้มค่า เช่น ความรู้ส่วนตัวอันเกิดจากประสบการณ์ในงานเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

              Nonaka และคณะ (2000) เสนอว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารองค์กรธุรกิจ ทุกระดับที่จะต้องทำให้เกิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยใช้ KM เป็นเครื่องมือ  ซึ่งหน้าที่ดังกล่าว แบ่งได้เป็น 3 ประการคือ  (1) สร้างความรู้ (knowledge creation) (2)  บำรุงรักษาความรู้นั้นไว้ ( knowledge maintenance) และ (3) นำความรู้นั้นไปใช้ (knowledge exploitation)  ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะประการที่ 1  

              (1)  การนำในการสร้างความรู้ เป็นหน้าที่ของ KM manager ต้องทำ 4 งานคือ  

                     (1.1)  จัดให้มีสถานที่ที่บุคคลจะมามีปฏิสัมพันธ์กันถึงขั้นถ่ายทอดความรู้กัน ภาษาญี่ปุ่นใช้คำว่า “ba-บะ”  ซึ่งแปลว่า place-สถานที่  

                     (1.2)   การจัดกระบวนการ SECI ในสถานที่ ba  อย่างต่อเนื่อง  คือ Socialisation  (ไปพบปะบุคลากรผู้ปฏิบัติงานภายในและบุคคลภายนอก เพื่อให้ได้ tacit knowledge )  Externalisation ( แปลง tacit knowledge ที่ได้มาเป็น explicit knowledge)  Combination (นำ explicit knowledge ที่แปลงมาแล้ว มาเข้าสู่ระบบ explicit knowledge ที่มีอยู่แล้ว)  และ Internalisation (นำ explicit knowledge ทั้งหลายเหล่านั้นส่งถ่ายไปยังบุคลากรทั่วทั้งองค์กร กลายเป็น tacit knowledge ของบุคลากรทั้งหมด)  วงจรนี้ดำเนินการต่อไป ไม่หยุดยั้ง นำโดย KM manager  

                     (1.3)  จัดระบบทรัพย์สินความรู้ขององค์กร (knowledge assets) และนำไปใช้งานอย่างมีคุณค่า  มีทั้งการรับเข้า นำออกใช้ การทำให้เกิด ba  อย่างต่อเนื่อง  ทรัพย์สินความรู้มี 5 แบบ คือ ก.ความรู้ที่อยู่ในรูปทักษะ วิธีการทำงาน เกิดจากประสบการณ์ ข. แนวคิดต่างๆ  ค. ความรู้ที่เป็นระบบอยู่แล้ว เช่นความรู้ทางเทคโนโลยี  ง. ความรู้ที่กำลังใช้งานอยู่ในกระบวนการทำงาน และ จ. ความรู้ในการจัดระบบความรู้ที่ได้นำเข้ามาสู่องค์กร

                     (1.4)  Nonaka และ คณะ เสนอแนะวิธีการบริหาร ba ซึ่งเป็นสถานที่สร้างความรู้ที่สำคัญที่สุดในองค์กร ดังนี้

                KM manager หรือ knowledge producer มีหน้าที่ทำให้เกิด ba  อาจจะกำหนดไว้เป็นทางการ ไม่เป็นทางการ หรือให้มีขึ้นโดยฉับพลันแล้วแต่กรณี มี 3 ลักษณะให้เลือกคือ  แบบ physical space-สถานที่จริง  แบบ virtual space-สถานที่จำลอง เช่นใน computer network และ mental space- สถานที่ในสมองบุคลากร คือนำความคิดไปใส่ไว้ให้คิดต่อ  จากนั้น KM manager จะต้องสร้างสภาพการหรือบรรยากาศที่เป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการมี ปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรเพื่อการสร้าง SECI  อาจทำได้ 8 อย่างคือ  (1) Autonomy-สร้างบรรยากาศแบบตามสบาย  (2) Creative chaos- สร้างปัญหาให้ช่วยกันขบคิด เช่นเสนอแนวคิดที่ขัดแย้งไว้ให้วิจารณ์      (3) Redundancy-นำเสนอข้อมูลของบริษัทที่หลากหลาย มากเกินกว่างานในหน้าที่ของบุคลากร เพื่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์แบบล้ำเส้นบ้าง จะเกิดการใช้ความคิดริเริ่ม  (4) Requisite variety –นำเสนอข้อมูลขององค์กรที่ขัดแย้งกันเอง แต่ต้องพองามตามความจำเป็น  (5) –(8)   Love, Care, Trust, Commitment - บรรยากาศแห่งความเป็นมิตร ความเอาใจใส่กันและกัน ความไว้วางใจกัน ความผูกพันธ์กับเป้าหมายงานร่วมกัน

ที่มา  :

<table border="0" class="contentpaneopen"><tbody>

1.  Ikujiro Nonaka , A Dynamic Theory of Organizational Knowledge Creation, Organization Science, Volume 5, Issue 1 ,1994.

2.  Karl M.Wiig, Knowledge Management: an Introduction and Perspective, The Journal of Knowledge Management, Volume 1, Number 1 , September 1997.

3.  Colin J. , Coulson-Thomas, The Future of the organization: selected knowledge management issues, The Journal of Knowledge Management ,Volume 1, Number 1, September 1997.

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( วันอังคารที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2549 )

สรุป

</tbody></table></font></em></strong><p>KM-Knowledge Management คือวิธีการบริหารจัดการสร้างความรู้ให้เป็นทรัพย์สินขององค์กร ในรูปแบบ ความรู้สาธารณะและความรู้ที่ฝังแน่นหรือตกผลึกอยู่ในตัวบุคลากร เพื่อให้ความรู้นั้นเป็นเครื่องมือในการทำงานของบุคลากรทุกระดับในองค์กร ส่งผลให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร
</p>