โรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนไม่ถึง 120 คน ทั้งโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งเกือบทั้งหมดอยู่ในชนบทห่างไกลความเจริญ ต่างก็มีปัญหาให้ผู้บริหารและบุคลากรได้ขบคิด ดิ้นรน เพื่อหาทางอยู่รอด เนื่องจากการขาดงบประมาณ กำลังคน วัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับโรงเรียนขนาดใหญ่ของรัฐและเอกชน นับวันนักเรียนก็ยิ่งน้อยถอยลงเพราะผู้ปกครองเชื่อว่าโรงเรียนขนาดใหญ่กว่าย่อมมีความพร้อมมากกว่า จะทำให้ลูกหลานมีคุณภาพดีกว่า
ในความรู้สึกส่วนตัว ที่เคยผ่านการเป็นครูมัธยมศึกษาขนาดเล็กมาก่อนและปัจจุบันเป็นผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กอีกเช่นเดียวกัน มีความคิดว่าหนทางที่จะฟื้นคืนชีพของโรงเรียนขนาดเล็กให้มีนักเรียนเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะไม่มากจนล้นห้องอย่างในอดีตก็ตาม แต่ก็ให้สามารถตรึงตัวป้อนให้อยู่กับพื้นที่ อย่าออกไปอยู่กับเอกชนและโรงเรียนในเมืองจนหมด ได้แก่การเร่งรัดพัฒนาคุณภาพการศึกษาของตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ (แม้จะเป็นเรื่องยาก) ซึ่งผู้ที่จะมีบทบาทสำคัญ ได้แก่
1. ผู้บริหาร จะต้องแสดงจุดยืนของการพัฒนา และเสียสละทุ่มเทกับภารกิจ ไม่ใช่มองโรงเรียนเหมือนต้นไม้ที่ให้นกมาพึ่งพิงแล้วบินจากไป การย้ายการเปลี่ยนผู้บริหารบ่อยเกินไปมีแต่ทำให้โรงเรียนทรุดลง นอกจากนี้ ยังต้องมีความเป็นผู้บริหารมืออาชีพ
2. ครู ต้องอุทิศใจกาย ที่จะทำการสอนอย่างมีคุณภาพโดยจะต้องอัพเดทตัวเอง ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย สามารถที่จะใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อการเรียนรู้ ไม่จมอยู่กับความคิดว่าอายุมากแล้ว ปล่อยให้เด็ก ๆเขาทำเถอะ เราเอาแค่นี้แหละ แล้วก็ปล่อยให้นักเรียนเคว้งคว้าง จมอยู่กับอวิชา
3. ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ต้องให้ความโอบอุ้ม อุปถัมภ์ เป็นมิตรแท้ทำเพื่อการศึกษา เพื่อความงอกงามของเยาวชนในท้องถิ่น เพื่อต้นกล้ามนุษย์ที่จะสืบทอดมรดกสังคมในวันข้างหน้า
4. ผู้ปกครอง ต้องเป็นครูที่บ้าน หากไม่สามารถสอนวิชาการก็สอนวิชาความเป็นมนุษย์ การปล่อยให้เป็นหน้าที่ของครูเพียงฝ่ายเดียว ไม่มีทางที่จะเอาชนะกระแสฝ่ายต่ำในขณะนี้ได้ และในที่สุดก็จะตกเป็นเหยื่อของวังวนดังกล่าว และในขณะเดียวกันก็ควรมีความคิดว่าช้างเผือกอยู่ในป่า การส่งลูกไปเผชิญโลกในเมืองหรือโรงเรียนไกลบ้านก่อนวัยอันควร เป็นการเสี่ยงที่สูง หากได้อยู่ใกล้บ้าน ใกล้ครอบครัวจะเป็นกำแพงกั้นความชั่วได้อย่างดี และยังช่วยให้โรงเรียนอยู่รอด ผู้ด้อยโอกาสก็ยังมีที่ให้ศึกษาเล่าเรียนอีกด้วย
5. นโยบายแห่งรัฐ ควรเป็นหลักให้โรงเรียนมิใช่เปลี่ยนแปลงไปกับตัวรัฐมนตรี หรือรัฐบาล จนโรงเรียนไม่สามารถปรับตัวได้ทัน และจะต้องดูแลเป็นพิศษ การที่ปล่อยให้โรงเรียนตามมีตามเกิด ตามจำนวนนักเรียนที่มี ไม่กี่ปีก็บ๊าย บายกันไปทั้งครู ผู้บริหาร ทิ้งไว้แต่ซากแห่งความล้มเหลวของการศึกษาและน้ำตาของผู้ยากไร้ที่ไม่สามารถส่งลูกไปศึกษาที่อื่น และในที่สุด เด็กก็เป็นปัญหาให้รัฐบาลต้องแก้ไขไม่รู้จบ
โรงเรียนขนาดเล็กเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารในทุกระดับ แม้แต่ครู ผู้ปกครองหรือเด็กเองก็น่าเห็นใจ แต่ถ้าจะว่าไปแล้วเมื่อก่อนโน้นโรงเรียนแต่ละโรงเรียนก็มีนักเรียนไม่กี่มากน้อย นับจำนวนไม่กี่สิบคน ไม่ถึงร้อยคนเสียด้วยซำ แต่ทำไมเขาอยู่ได้ และที่สำคัญเขาสอนจนเด็ก้หล่านั้นได้ดิบได้ดี
ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่านักเรียนที่เราเห็นว่ามีอยู่ไม่ดี่คนนั้น ถ้าครูจะได้เอาวิกฤตนี้มาเป็นโอกาส จัดการเรียนการสอนกันอย่างจริงจัง ดูแลเอาในใส่กันอย่างทั่วถึง สอนให้ทุกคนสามารถไปสอบเรียนต่อได้ หรือประกอบอาชีพได้จริง ก็จะสร้างความเชื่อถือและมั่นใจให้กับผู้ปกครอง
วัดวาอารามสมัยก่อน สอนลูกศิษย์ลูกหาไม่กี่คน แต่สอนให้เขาเป็นคนดีได้ พาตัวเองรอด อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ก็สามารถเป็นสถาบันคนเชื่อถือได้ พ่อแม่ผู้ปกครองนำลูกหลานมาฝากให้เรียน จนบางคนได้ดิบได้ดีมากต่อมาก
เพราะฉะนั้นผมไม่อยากให้คุณครูหมดกำลังใจ ทำอย่างเต็มความสามารถ ทำต็มที่ สุดท้ายคงเป็นของเราสักวัน