"ตัวอย่างที่ดี มีค่ากว่าคำสอน"

วิถีปฏิบัติสู่ความถึงพร้อมแห่งจิตวิญญาณครูที่ช่วยในการเสริมสร้างความดีอันเจริญงอกงามให้มีขึ้นทั้งต่อบุคคลและสังคมอย่างยั่งยืน (Sustainable) นั้น ประกอบด้วย

1) มีความเจริญและสมดุลทั้งด้านIQ และ EQ ( I.Q. ย่อมาจาก Intelligence Quotient   หมายถึง ความเฉลียวฉลาดทางสติปัญญา ส่วน E.Q. ย่อมาจาก Emotional Quotient หรือ Emotional Intelligence หมายถึง ความฉลาดทางอารมณ์) ซึ่ง IQ นั้นเกิดจากการศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ พินิจพิจารณาสร้างความรู้ให้มีขึ้นในตัวเอง ส่วน EQ นั้นเกิดจากการฝึกและพัฒนาภายในตัวตนของบุคคล ซึ่งคนที่มี IQ สูงหรือมีอัจฉริยภาพเพียงอย่างเดียวนั้นอาจไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้เพราะภาวะสังคมที่เป็นพิษ ทำให้จิตใจคนแปรเปลี่ยนไป สมองเฉื่อยชาไม่รู้วิธีจัดระบบให้กับตัวเอง ทั้งนี้คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต EQ มักจะนำ IQ 6 ดังนั้นในความเป็นครูทั้งสองส่วนนี้ต้องสมดุลกันมิฉะนั้นจะเป็นไปได้ยากที่จะพัฒนาบุคคลอื่นได้

2) ยึดหลักศาสนธรรมทั้งนี้เพราะศาสนธรรมเป็นหลักพื้นฐานในการดำรงชีวิตร่วมกับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นศีล 5 มรรค 8(อัฏฐังคิกมรรค) พรหมวิหาร 4 อิทธิบาท 4 หิริ-โอตตัปปะ (ความละอายเกรงกลัวต่อบาป) เป็นต้นเพื่อให้การดำเนินชีวิตเต็มไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก มีสติและขัดเกลาจิตใจให้มีความนบน้อม อ่อนโยน เมตตาจิต มีจิตประภัสสรเชื่อมั่นในเรื่องผลแห่งกรรม (การกระทำ) ดังพุทธพจน์ที่ว่า ธมฺโม สุจิณฺโณสุขมาวหาติ ผู้ประพฤติธรรมดีแล้วย่อมนำความสุขมาให้

3) เคารพต่อตนเองและผู้อื่น เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำมองเห็นคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนล้วนมีพลังศักยภาพที่สามารถพัฒนาได้ รวมทั้งมีสำนึกดีต่อสังคมมุ่งมั่นในการทำความดีในทุกขณะ มองโลกในแง่ดี ศรัทธาในพุทธพจน์ที่ว่า ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว

4) ใช้ชีวิตอยู่ทั่วจักรวาล มีคำกล่าวว่ามนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่อยู่ทั่วจักรวาล ทั้งนี้เพราะมนุษย์มีอดีต มีปัจจุบันและมีอนาคต ดังนั้น ครูจะต้องเชื่อมโยงทั้ง 3 มิตินี้เข้าด้วยกันโดยการนำเอาอดีตมาเรียงร้อยประสานเข้ากับปัจจุบัน แล้วมองภาพอนาคต (Scenario) ที่พึงปรารถนาให้เห็น โดยมีสมมติฐานว่าอนาคตที่ดีมาจากการวางรากฐานของปัจจุบันที่พัฒนามาจากประสบการณ์ของอดีต

5) ครึ่งหนึ่งของชีวิตอุทิศเพื่อสังคม คนเราไม่ได้เกิดมาด้วยตัวคนเดียวโดดๆแต่ชีวิตคือผลรวมของความมุ่งมั่นจากสิ่งรอบตัวเพราะฉะนั้นชีวิตแต่ละชีวิตต่างติดหนี้สังคมอยู่ครึ่งชีวิตการกระทำที่ยุติธรรมทั้งต่อตนเองและบุคคลอื่นคือการแบ่งผลประโยชน์ครึ่งหนึ่งของชีวิตคืนให้แก่สังคม เปิดกระบวนทัศน์ ( Paradigm ) ของตัวเองให้พ้นกรอบของความเห็นแก่ตัว ความยึดมั่นถือมั่นและการไขว่คว้าเพื่อสนองตัณหาเฉพาะในช่วงชีวิตของตัวเอง ต้องระลึกอยู่เสมอว่ามนุษยชาตินั้นมีระยะเวลาที่ยาวไกลมากนัก เราในฐานะ ผู้มาเยือนจะหลงเหลืออะไรไว้บ้าง นั่นจะเป็นคำ ขอบคุณหรือ ประณามกันแน่?

6) ครูคือผู้สร้างค่านิยม-กระแสสังคม การกระทำใดๆจะต้องใส่ใจและรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช่เพื่อสนองตอบต่อมายาคติของตนเองเท่านั้นทั้งนี้เพราะบทบาทของครูนั้นมีอิทธิพลต่อการกำหนดค่านิยม ทัศนคติและกระแสสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นตัวอย่างที่ดีย่อมมีความสำคัญเสมอ

 

จิตวิญญาณครู ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ใช่โลกในอุดมคติแต่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนในตัวบุคคล หากเรามุ่งมั่นที่จะทำซึ่งถือเป็นความคาดหวังของสังคมโดยรวม เพราะนั่นหมายถึงการเผื่อแผ่เจือจานกระจายคุณความดี ความงาม ระหว่างชีวิตต่อชีวิต คนต่อคนซึ่งเชื่อแน่ครับว่ากลิ่นอายหอมจรุงอันละไมนี้จะสถิตอยู่ในสังคมอย่างยั่งยืนยาวนาน

 

            สิ่งสำคัญที่สุดนั้น จะต้องระลึกไว้เสมอครับว่าครูที่ดีต้องเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณครู คือการเป็นครูทั้งชีวิตและวิญญาณไม่ใช่เพียงเพราะมีอาชีพเป็นครูเท่านั้น