ฉันคือผู้สร้างรอยยิ้ม วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ฉันจะต้องมาลงพื้นที่ร่วมทำกิจกรรมกับเด็กป่วย ในภาคบ่ายของวันนี้ฉันต้องมาร่วมทำกิจกรรมกับเด็กที่ตึก ส. 7 B ซึ่งที่นี่ฉันก็เคยมาร่วมทำกิจกรรมกับเด็กป่วยบ้างแล้ว แต่การมาในครั้งนี้ของฉันมันเป็นการเว้นว่างมาซักระยะหนึ่งแล้ว ฉันคิดว่าวันนี้เด็กป่วยที่ส. 7 B คงจะไม่เยอะมากนัก และงานของฉันก็จะไม่หนักเหมือนอย่างที่เคยมีมา วันนี้อากาศค่อนข้างจะเย็นแล้วและลมหนาวก็ได้หอบเอาความเย็นพาดผ่านเข้ามาอย่างเต็มตัว นี่ก็เข้าสู่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนแล้วสินะ การทำงานของฉันเพิ่งจะเริ่มต้นและกำลังจะผ่านพ้นในช่วงเดือนแรกของงาน ในช่วงเวลาที่ผ่านมาของฉัน ฉันได้มีความสนิทชิดเชื้อกับ “น้องใหม่” สาวน้อยจากแดนสะตอวัย 10 ขวบที่มานอนพักรักษาตัวที่ตึก ส. 8 ตลอดระยะเวลาในการลงพื้นที่ที่โรงพยาบาลเด็กของฉัน เราได้มีการทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยๆจึงทำให้เราได้สนิทกันมาก น้องใหม่ได้มานอนพักรักษาตัวอยู่ที่นี่นานมากและเป็นที่รักของทุกคนที่ได้พบเห็น ทุกคนจึงได้เรียกเธอว่าเป็นเจ้าแม่แห่งตึก ส. 8 และเมื่อถึงวันที่น้องใหม่เธอต้องกลับไปนอนพักรักษาตัวที่บ้านและฉันก็ต้องขาดเด็กป่วยคนสนิทไป และวันนี้ในการลงพื้นที่ ส. 7 Bฉันคงต้องมาร่วมกิจกรรมกับเด็กป่วยไปด้วยอาการคิดถึงน้องใหม่อย่างมาก จะมีเด็กป่วยคนไหนอีกบ้างนะที่จะมีรอยยิ้มที่สดใสอย่างเธอ แต่แล้ววันนี้มีเด็กป่วยอีกหนึ่งคนที่จะมาทำให้ความคิดถึงของฉันที่มีต่อน้องใหม่จืดจางลงได้ “น้องแอม” เธอเป็นเด็กหญิงวัยสิบขวบตัวอวบอ้วนผิวเข้มตาโต ตอนแรกที่ฉันได้พบเจอกับน้องแอม ฉันได้เข้าไปทักทายเพื่อทำความรู้จักและสร้างความไว้วางใจในตัวอาสาสมัครอย่างฉันมากขึ้น “ไปร่วมทำกิจกรรมกับพี่ไหม” นี่คือประโยคแรกที่ฉันได้พูดกับน้องแอมซึ่งทำหน้างงๆอยู่บนเตียง ในตอนนั้นน้องแอมได้ส่ายหน้าปฏิเสธการชักชวนจากฉันเพราะเนื่องจากเห็นว่าเป็นคนแปลกหน้า ฉันพยายามอ้อนวอนให้น้องแอมมาร่วมทำกิจกรรมกับฉันอยู่พักหนึ่ง น้องเค้าก็ยังพยายามที่จะปฏิเสธด้วยอาการเขินอาย ฉันไม่หมดความพยายามอย่าง่ายๆหรอกฉันจึงร้อยสร้อยข้อมือห้อยกระดิ่งสีเขียวมาคล้องให้กับน้องแอมที่เตียง ฉันถามน้องแอม” ว่าสวยไหม แล้วหนูอยากทำเป็นหรือเปล่า ถ้าหนูอยากทำเป็นไปทำที่ห้องสันทนาการดีกว่าไหมเยวพี่จะสอน” หลังจากฉันพูดเสร็จแล้วน้องแอมก็ประคองสายน้ำเกลือแล้วลุกออกจากเตียงมาร่วมทำกิจกรรมกับฉันทันที น้องแอมร้อยลูกปัดทำกำไลข้อมือด้วยลูกปัดสีชมพูอย่างตั้งใจโดยที่มีฉันคอยบอกน้องอยู่ข้างๆ ฉันได้เห็นถึงความตั้งใจและรอยยิ้มแรกของน้องแอมฉันก็รู้สึกได้ว่า ฉันก็เก่งเหมือนกันนะที่สามารถทำให้เด็กป่วยที่เพิ่งจะผ่านการผ่าตัดสมองมาหมาดๆ และเป็นเด็กที่ค่อนข้างจะเก็บตัวอย่างนี้ ได้กลับขึ้นมามีรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ แสดงว่าฉันก็เป็นที่น่าเชื่อถือและน่าสนใจของเด็กป่วยเหมือนกัน คุณภูมิใจอย่างฉันไหมคะ
ฉันคือผู้สร้างรอยยิ้ม
ฉันก็เก่งเหมือนกันนะที่สามารถทำให้เด็กป่วยที่เป็นเด้กค่อนข้างจะเก็บตัว "ยิ้มได้"
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ดร. นิรันดร์ กุลฑานันท์ · 11 ธ.ค. 2550
Dr.Anongpanuch · 11 ธ.ค. 2550
ชายชาญ วงศ์ชิดวรรณ · 11 ธ.ค. 2550
คนตานี · 11 ธ.ค. 2550