เล่าเรื่องจากอาสา สู่ เพื่อนอาสาสร้างสุข


ความงอกงามของจิตใจ เกิดขึ้นได้ในทุกสถานที่ ทุกสถานการณ์ อยู่ที่ตัวเราเองเป็นผู้ทำให้มันงอกงามขึ้นมา

จิตงอกงาม

ธนวัชร์ เกตน์วิมุต

16 พ.ย.50 

คงดีนะหากมีคนมาอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับหนู เล่านิทานให้หนูฟัง หนูจะได้ไม่นอนป่วยเหงาอยู่บนเตียงทั้งวัน  

              ความทรงจำที่ได้อ่านผ่านสายตาจากเวปไซต์กระจกเงา  สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมเกิดความรู้สึกว่าอยากเป็นผู้ให้และมอบความรู้สึกดีดีให้กับเด็ก ๆ ที่ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล นั่นคือโครงการโรงพยาบาลมีสุขที่จัดขึ้น เพื่อเปิดรับอาสาสมัครเข้าไปมอบรอยยิ้มและความสุขให้กับเด็กป่วยที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ( รพ.เด็ก )               

               จำได้ว่าวันแรกที่เข้าไปเป็นอาสาสมัครเป็นวันที่ตัวเองไม่ค่อยสบาย มีน้ำมูกนิดหน่อย ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปทำความรู้จักและดูสถานที่เฉย ๆ เพราะกลัวจะเอาหวัดไปติดเด็ก ๆ แต่พอไปถึงได้รับ Mask สำหรับปิดจมูกและปากจากพยาบาล ปฏิบัติการจิตอาสาจึงเกิดขึ้นในวันนั้น ซึ่งเป็นวันที่ผมได้รู้จักกับเด็กน้อยคนหนึ่งอายุ 3 ขวบครึ่ง มีเข็มคาไว้ที่แขน ผิวสีดำคล้ำ ร่างกายซูบผอม แขนขาเล็ก พุงป่อง ๆ ดูแล้วเหมือนเด็กอายุประมาณ 2 ขวบ ไม่พูด สีหน้ายากที่จะเดาว่ากำลังรู้สึกอะไร มีนามว่า น้องเอ็กซ์  การเรียนรู้แห่งความงอกงามของจิตใจของผมจึงเริ่มขึ้น               

              น้องเอ็กซ์จะเล่นของเล่นที่ละหลายอย่าง เดี๋ยวเล่นนู่น เดี๋ยวเล่นนี่ เล่นอะไรก็จะเล่นแค่แป๊ปเดียว  เวลาวาดรูประบายสีก็เหมือนกัน เปลี่ยนเป็นสีนู้นสีนี้อยู่ตลอดเวลา เลยเดาว่าน้องเอ็กซ์ น่าจะเป็นเด็กที่มีสมาธิสั้น ผมเลยชวนแกยืดเวลาในการเล่นของเล่นแต่ละอย่างให้นานขึ้น ใส่เรื่องราวในการเล่นจนจบเป็นชิ้น ๆ ไป นอกจากทำให้อาการสมาธิสั้นของน้องเอ็กซ์ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการสร้างสัมพันธภาพระหว่างน้องเอ็กซ์กับผมให้ดีขึ้นด้วย เริ่มคุยโต้ตอบและแสดงความรู้สึก ความต้องการให้เราได้รับรู้ ทำให้จบภารกิจในวันนั้นด้วยความรู้สึกดีๆ รู้สึกอิ่มเอมใจจากการเป็นผู้ให้ โดยไม่ได้รับสิ่งตอบแทน        

           จากที่ผมมีเวลาไปเป็นอาสาสมัครสัปดาห์ละหนึ่งวัน ปกติคือวันพุธ ทำให้รู้ว่าน้องเอ็กซ์ไม่เหมือนเด็กป่วยคนอื่น ที่มักจะมีผู้ปกครองมาเยี่ยมเยียนเสมอ แต่น้องเอ็กซ์อยู่ในขั้นเหงา ซึมเศร้า เพราะไม่มีผู้ปกครองมานั่งข้างเตียงให้กำลังใจเหมือนเตียงอื่น ๆ  เนื่องจากผู้ปกครองต้องทำงานและต้องดูแลลูกอีก 2 คนอยู่ที่จังหวัดอยุธยา ซึ่งเป็นเดือน ถึงจะมาเยี่ยมเอ็กซ์สักครั้ง น้องเอ็กซ์จะร้องไห้ทุกครั้งด้วยความเจ็บปวดเพราะต้องถูกสวนทวารทุกวัน เนื่องจากใส่ลำไส้เทียม ผมจึงมอบเวลาส่วนใหญ่ให้น้องเอ็กซ์ จนน้องเอ็กซ์เริ่มรู้สึกยอมรับและเรียกผมว่า  พ่อ ซึ่งคงเป็นกลไกชดเชยจากตัวเด็กที่มีความรู้สึกขาด เหมือนกับที่น้องเอ็กซ์เรียกเจ้าหน้าที่บางคนในนั้นว่าแม่ทดแทน

                พ่อ หิวแล้ว พ่อกินนี่ พ่อป้อน พ่อปวดฉี่ พ่อพระอาทิตย์มันมองหนู พ่อสวนทวารให้หน่อย พ่ออุ้ม พ่อเกาหลัง พ่อแหย่หู ประโยคเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นในตอนที่เราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ผมก็จะพยายามสอดแทรกทัศนคติของการเป็นผู้ให้ค่อย ๆ ซึมซาบในตัวน้องเอ็กซ์เท่าที่จะทำได้ เช่นน้องเอ็กซ์อยากให้อุ้มไปฉี่ที่ห้องน้ำ เนื่องจากแกมีเข็มเจาะคาอยู่ที่หลังเท้า และที่ร่องก้นเป็นแผลเสียดสีคงทำให้เจ็บเวลาเดิน ขากลับผมก็จะอุ้มน้องเอ็กซ์ไปเยี่ยมผู้ป่วยเตียงอื่น ๆ เช่น ไปเยี่ยมน้องที่โดนน้ำร้อนลวกกัน น้องเอ็กซ์ก็จะเอามือไปลูบแขนน้อง แล้วปลอบน้องว่าหายเร็ว ๆ นะ เดี๋ยวก็ได้กลับบ้านแล้ว

            แล้ววันหนึ่งผมก็ได้รับข่าวดีทางโทรศัพท์จากแม่น้องเอ็กซ์ว่าน้องเอ็กซ์กำลังจะกลับบ้านแล้ว ผมจึงอาสาขับรถไปส่งน้องเอ็กซ์ที่บ้าน ซึ่งอยู่จังหวัดอยุธยา ทำให้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของน้องเอ็กซ์ พ่อน้องเอ็กซ์ทำงานรับจ้างทั่วไป แม่น้องเอ็กซ์อยู่บ้านเลี้ยงลูกอ่อน และยังมีลูกชายคนโตอายุ 5 ขวบอีกหนึ่งคน

            แม่น้องเอ็กซ์เล่าให้ฟังว่าน้องเอ็กซ์เข้าโรงพยาบาลตั้งแต่เกิดแล้ว ไม่เคยอยู่บ้านเกิน 2 อาทิตย์ ไม่เคยไปเที่ยวไหน นอกจากโรงพยาบาล ได้ฟังเช่นนั้นแล้วปฏิบัติการจิตอาสานอกโรงพยาบาลของผมจึงเริ่มขึ้น ปฏิบัติการครั้งนี้ ผมชวนคุณแม่ผมไปด้วย ทุกครั้งที่ไปก็จะซื้อนม ไข่ไก่ ข้าวสาร ผ้าอ้อม และของเล่นไปฝาก  การไปแต่ละครั้งนั้นน้องเอ็กซ์จะขอตามกลับไปกับผมด้วยทุกครั้ง ผมจึงถือโอกาสนี้พาน้องเอ๊กซ์ไปเที่ยวและเรียนรู้โลกภายนอก ที่แตกต่างไปจากบ้านและโรงพยาบาล ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่ที่พาไปจะเป็นครั้งแรกของตัวน้องเอ๊กซ์ เช่น เล่นเครื่องเล่นที่สวนสนุกเด็ก กินไอศกรีม ไปดูสัตว์ ไปใส่บาตร ปล่อยปลา ให้อาหารปลา ไปเที่ยวทะเล พิพิธภัณฑ์เด็ก รวมทั้งมานอนค้างที่บ้านผมบางครั้ง คืนแรกที่น้องเอ็กซ์มานอนค้างที่บ้านผม น้องเอ็กซ์ถ่าย 10 กว่าครั้งตลอดคืน ทำให้ผมไม่ค่อยได้นอนต้องตื่นมาล้างตัว เช็ดอุจาระ เปลี่ยนแพมเพิรช ชงนม จนเกือบสว่าง ผมรู้สึกเหนื่อยมาก ทำให้ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เราทำหน้าที่พ่อที่เลี้ยงลูกเพียงแค่คืนเดียวยังเหนื่อยขนาดนี้ แม่เราจะต้องเหนื่อยขนาดไหนที่ต้องเลี้ยงเรามาตั้งหลายปี ผมรักแม่ครับ ผมพึมพำในใจด้วยความซาบซึ้งจนเกินบรรยาย  ผมรู้สึกขอบคุณน้องเอ็กซ์ที่ให้โอกาสผมได้เป็นผู้รับโอกาสดีดีที่จะได้เรียนรู้คุณค่าของชีวิต ได้ซาบซึ้งความรักของแม่ที่มีต่อลูกมากขึ้น ซึ่งเมื่อก่อนผมคิดว่าผมเป็นผู้ให้ ให้กับน้องเอ็กซ์ แต่จริง ๆ ไม่ใช่เลย ผมเป็นเพียงผู้รับโอกาสดี ดี เท่านั้นเอง

ท่ามกลางจิตงอกงามที่เติบโตขึ้นมาของผม ผมเห็นความเติบโตของพัฒนาทางด้านร่างกายและจิตใจของเอ็กซ์ไปพร้อม ๆ กัน ตอนนี้ประมาณ 2 เดือนแล้วที่น้องเอ็กซ์ได้อยู่ที่บ้าน อยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าซึ่งนับว่านานที่สุดในชีวิตของน้องเอ็กซ์ที่แกได้อยู่ที่บ้าน แกมีความจำ มีการเรียนรู้ที่ดี ตลอดทางเวลาที่ผมขับรถพาแกไปเที่ยวแกจะคอยถามตลอดเวลา นั่นอะไร นู่นอะไร  เช่น รถตักดิน รถแท็กซี่ รถเต่า เวลาขับไปเที่ยวทะเล แกจะบอกว่า พ่อจะไปไหน ไปไกลเดี๋ยวกลับบ้านไม่ถูกหรอก น้องเอ็กซ์กินได้มากขึ้น ร่างกายเริ่มเติบใหญ่ขึ้น เวลาผมอุ้มแกรู้สึกเลยว่าหนักขึ้น บางครั้งแกคงเจ็บแผลที่ก้น แกจะบอกว่า พ่ออุ้มดีดีซิหลายครั้งผมฝึกให้แกมีจิตใจเอื้อเฟื้อโดยจะแกล้งบอกว่าผมอุ้มไม่ไหว เพราะต้องหิ้วของ แกจะยื่นมือมาช่วยหิ้ว แต่ด้วยสภาพแวดล้อมทางบ้านที่มักจะใช้คำพูดสรรพนามสมัยพ่อขุนรามฯ และด่าหยอกล้อกันในหมู่เพื่อนบ้านละแวกที่แกอยู่ แกก็เรียนรู้และจำไปใช้ ผมจึงใช้เวลาทุกครั้งที่ไปเยี่ยมแก บอกแกว่าสิ่งที่แกพูดไม่น่ารัก พูดไม่เพราะ พ่อไม่ชอบเลย แกรับรู้และเรียนรู้ได้ เพราะผมสังเกตดูระยะหลังเมื่อแกอยู่กับผมแกไม่เคยพูดด่าคำหยาบเลย มากสุดที่แกเผลอแกจะหลุดปากออกมาว่า ไอ้..อ.ออ แล้วก็หันมามองหน้าผมแล้วก็หัวเราะด้วยความรู้สึกว่าเผลอไป ทุก ๆ 2-3 วันแกจะโทรมาหา พ่อจะมาหรือยัง ซึ่งผมก็จะหาเวลาไปเยี่ยมแกทุกอาทิตย์ ก็จะวางแผนไว้ว่าอาทิตย์หน้าจะเลือกซื้ออะไรไปให้บ้าง แล้วจะพาไปเที่ยวไหน รวมถึงวางแผนเผื่อไว้ในปีหน้าว่าถ้าแกไม่ต้องกลับเข้าไปอยู่โรงพยาบาลอีก แกจะต้องเข้าโรงเรียน ผมตั้งใจว่าจะสนับสนุนเรื่องการศึกษาให้แกตามกำลังของผม

              คงไม่มีบทเรียนไหนในตำราหรือในห้องเรียนที่ให้เราเห็นความงอกงามแห่งจิตใจได้ดีเท่าบทเรียนชีวิตของอาสาสมัครที่มีจิตอาสาอีกแล้ว คงไม่สามารถตีราคาค่างวดได้สำหรับการไปแลกซื้อช่วงเวลาที่มีค่าเหล่านี้ได้ ผมคงได้แต่อยากบอกว่าอย่าเพิ่งเชื่อผม แต่อยากให้พวกเราลองทำดูครับ ว่าจริง ๆ แล้วเราเป็นผู้ให้สิ่งดี ดีกับผู้อื่น หรือเป็นผู้รับสิ่งดี ดีที่มีคุณค่าทางด้านจิตใจจากผู้อื่นที่หยิบยื่นโอกาสนั้นให้เรา โอกาสนั้นมีอยู่แล้ว ขอเพียงมีจิตอาสาที่จะเข้าให้ถึงโอกาสย่างแท้จริง อย่าปล่อยให้โอกาสดี ดี เหล่านี้ต้องหายไปเลยครับ

 ******************************************************************

หมายเลขบันทึก: 151814เขียนเมื่อ 6 ธันวาคม 2007 16:11 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 มิถุนายน 2012 19:59 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (2)

ยอดเยี่ยมครับ ขออนุโมทนาด้วย (_/|\_)
บอยเพิ่งกลับจากไปบำเพ็ญประโยชน์ พร้อมเพื่อนผู้บริหารเครือนำทอง ที่ ร.ร.บ้านหนองตะกู  ตำบลขนงพระ  อำเภอปากช่อง  จังหวัดนครราชสีมา สนุกดีและอิ่มบุญ  ได้เห็นความตั้งใจคุณครูเสียสละเพื่อพัฒนาอนาคตชาติ พวกเราก็ลงมือกันเต็มที่ ทั้งปูหญ้า ทาสี ทำสนามเด็กเล่น ปรับปรุงสุขา ฯลฯ นอกจากเงินบริจาคเพื่อสาธรณศึกษาที่รวมกันวันนี้ได้ราว 2 แสนบาท ก็มีอุปกรณ์กีฬาฯ ร่ม และ หนังสือ โดยเฉพาะบทสวดมนต์ที่ประธานเครือ ตั้งใจนำมาให้คุณครูได้สอนเด็กๆ

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

อนุโมทนาจิตค่ะ ได้รับ blog นี้จากเพื่อนที่ไปร่วมทำตุ๊กตา ไปเล่นละครหุ่นมือให้น้องๆ ค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี