การเข้าค่ายธรรมะนักเรียน ที่เด็กไม่ได้เคลื่อนไหว ไม่มีอิสระ และการสื่อสารทางเดียว ไม่น่าจะได้ผลนัก

     จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ได้สังเกตุการนำนักเรียนเข้าค่ายธรรมะที่โรงเรียนจัดขึ้นหลายค่าย หลายครั้ง  กิจกรรมหลัก มักจะหนีไม่พ้นการ สวดมนต์  ฟังเทศน์  นั่งสมาธิ  เดินจงกรม และเน้นให้นักเรียนมีระเบียบวินัย นั่นคือ นั่งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมด้วยความสงบ ทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น  และ ก่อนนอน เพื่อฟังพระเทศน์  นั่งสมาธิ   รับศีล  สวดมนต์   เท่าที่สังเกตดู  นักเรียนส่วนใหญ่ไม่มีความสุขครับ ผมมองว่าเป็นการฝืนอารมณ์ ฝืนความรู้สึ ฝืนความต้องการ   เพราะเด็กมีอารมณ์ มีความรู้สึก และ มีชีวิตจิตใจครับ  เขาต้องการความผ่อนคลายสบายๆ เป็นตัวของตัวเอง  เมื่อเขาสบายกายสบายใจแล้ว เขาก็จะพร้อมที่จะเรียนรู้ธรรมะ และการเรียนรู้ธรรมะ ก็น่าที่จะเริ่มที่การพัฒนาระบบความคิด และ ผลักดันให้ศูนย์กลางของการดำเนินการอยู่ที่ตัวนักเรียนเอง  การอบรมธรรมะ ที่ให้ความสำคัญกับรูปแบบพิธีการ และ การบรรยาย เป็นหลัก น่าจะได้ผลน้อยกว่าการให้นักเรียนคิดเองครับ  ไม่ใช่ว่าผมไม่เห็นด้วยกับการฟังพระ นั่งสมาธิ สวดมนต์ หรือ การมีระเบียบวินัย นะครับ  เพียงแต่ว่าต้องให้มันพอดี ๆ ตามหลักจิตวิทยาการเรียนรู้ของเด็ก.....ขอบคุณครับ