จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ได้สังเกตุการนำนักเรียนเข้าค่ายธรรมะที่โรงเรียนจัดขึ้นหลายค่าย หลายครั้ง กิจกรรมหลัก มักจะหนีไม่พ้นการ สวดมนต์ ฟังเทศน์ นั่งสมาธิ เดินจงกรม และเน้นให้นักเรียนมีระเบียบวินัย นั่นคือ นั่งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมด้วยความสงบ ทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น และ ก่อนนอน เพื่อฟังพระเทศน์ นั่งสมาธิ รับศีล สวดมนต์ เท่าที่สังเกตดู นักเรียนส่วนใหญ่ไม่มีความสุขครับ ผมมองว่าเป็นการฝืนอารมณ์ ฝืนความรู้สึ ฝืนความต้องการ เพราะเด็กมีอารมณ์ มีความรู้สึก และ มีชีวิตจิตใจครับ เขาต้องการความผ่อนคลายสบายๆ เป็นตัวของตัวเอง เมื่อเขาสบายกายสบายใจแล้ว เขาก็จะพร้อมที่จะเรียนรู้ธรรมะ และการเรียนรู้ธรรมะ ก็น่าที่จะเริ่มที่การพัฒนาระบบความคิด และ ผลักดันให้ศูนย์กลางของการดำเนินการอยู่ที่ตัวนักเรียนเอง การอบรมธรรมะ ที่ให้ความสำคัญกับรูปแบบพิธีการ และ การบรรยาย เป็นหลัก น่าจะได้ผลน้อยกว่าการให้นักเรียนคิดเองครับ ไม่ใช่ว่าผมไม่เห็นด้วยกับการฟังพระ นั่งสมาธิ สวดมนต์ หรือ การมีระเบียบวินัย นะครับ เพียงแต่ว่าต้องให้มันพอดี ๆ ตามหลักจิตวิทยาการเรียนรู้ของเด็ก.....ขอบคุณครับ
เข้าค่ายธรรมะ : มนุษย์นะ ไม่ใช่หุ่นยนต์
การเข้าค่ายธรรมะนักเรียน ที่เด็กไม่ได้เคลื่อนไหว ไม่มีอิสระ และการสื่อสารทางเดียว ไม่น่าจะได้ผลนัก
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
JJ · 6 ธ.ค. 2550
อิงฟ้า · 6 ธ.ค. 2550
ชรินทร์ทิพย์ · 6 ธ.ค. 2550
cuty · 6 ธ.ค. 2550
ชำเลือง · 6 ธ.ค. 2550
สวัสดีครับคุณSmall man
กิจกรรมนี้คงคล้ายสมัยก่อนที่เรียกว่า"การละลายพฤติกรรม"เป็นการนำเด็กที่สอบเข้าเรียนได้มาเข้าค่ายธรรมะเช่นกัน แต่ผมประเมินด้วยผลการเปลี่ยนแปลงของเด็กที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว...ค่อนข้างออกไปในทางลบ...
แต่ทุกวันนี้คาดว่าน่าจะดีขึ้นแล้ว...ลางเนื้อชอบลางยาครับ...วัตถุประสงค์ของผู้ดูแลโครงการอาจจะมีความต้องการเช่นนั้นจริง ๆ เหมือนที่ท่านเขียนมาว่าหนักไปหน่อย...แต่ถ้าเขารู้จักบูรณาการให้เข้ากับจิตวิทยาการเรียนรู้ของเด็กก็จะดีมากครับ...ปัญหาคนรุ่นใหม่เยอะเหลือเกินทั้งหน่วยงานเอกชนและราชการ...
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะท่านผู้อำนวยการ
เป็นธรรมชาติของเด็ก ชอบสนุกสนานตามวัย และอีกอย่างคือประสบการณ์ชีวิตยังน้อย ยังไม่เคยผ่านร้อนผ่านหนาวเหมือนพวกเรา เลยยังไม่รู้สึกอะไรมาก การเข้าค่ายธรรมะ เราอาจทรอดแทรกกิจกรรมอื่นด้วยก็ได้ให้เขาเรียนรู้สิ่งแวดล้อมในธรรมชาติเพื่อไม่ให้เบื่อ โดยเฉพาะการลงมือปฏิบัติ