วันนี้เป็นวันดีเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ขอนำบทความของท่านอาจารย์สุเมธ ตันติเวชกุล จากหนังสือ “ข้าแผ่นดินสอนลูก” ในหัวข้อหลักการถวายงาน มาลงเพื่อเป็นการมอบสิ่งที่ดี ๆ แด่ท่านทั้งหลายเนื่องในโอกาสนี้ครับ <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๔</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ลูกรักของพ่อ</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; text-align: justify" class="MsoNormal">ในการถวายงานนั้น หลังจากที่พ่อได้ถวายงานติดต่อกันตั้งแต่เป็นผู้อำนวยการกองวางแผนเตรียมพร้อมด้านเศรษฐกิจที่สภาพัฒน์ รับผิดชอบโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้วย จนถึงดำรงตำแหน่งเลขาธิการกปร. และเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นเวลาต่อเนื่องกันถึง ๒๒ ปีนั้น พ่อพยายามจะรวบรวมหลักการและปรัชญาของพระองค์เพื่อจะเป็นประโยชน์ให้กับคนรุ่นหลังบ้าง หลักการคงมีเท่าที่คิดสรุปได้ดังต่อไปนี้</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; text-align: justify; tab-stops: .75in" class="MsoNormal">๑. ทรงเน้นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต เรื่องนี้ทรงสั่งสอนพวกเราอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นพระราชดำริ หรือเป็นพระราชอักษร</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: justify; tab-stops: .75in" class="MsoNormal"> ทรงเน้นว่า หากอยากจะรวยก็ไม่ทรงว่าอะไร แต่ให้ลาออกจากราชการเสียแล้วไปประกอบธุรกิจ การรับราชการต้องเสียสละ ต้องยึดความซื่อตรง สุจริตเป็นที่ตั้ง บางครั้งทรงรับสั่งค่อนข้างรุนแรงอย่างกรณีป่าสัก ทรงรับสั่งที่วิหารเซียนเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ว่า หากใครทุจริตในโครงการนี้ ในสมัยโบราณคงต้องเอาไปตัดหัว เพราะทรงทราบดีว่าโครงการนี้ใช้เงินจำนวนมาก คงจะมีคนคิดหวังประโยชน์อย่างแน่นอน</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: justify; tab-stops: .75in" class="MsoNormal"> คำพรที่พระราชทานในปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๔๔ ก็ทรงขอให้ทกคนตั้งอยู่ในความดี และความบริสุทธิ์สุจริตใจในทุกกรณี</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: justify; tab-stops: .75in" class="MsoNormal"> ในส่วนพระองค์เอง เงินทุกบาททุกสตางค์ทรงกำชับให้ใช้ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค เช่นหากระบุว่าโดยเสด็จพระราชกุศลนั้นต้องนำไปทำบุญอย่างเดียว ทำอย่างอื่นไม่ได้ เงินบริจาคโครงการโค-กระบือ หากเปลี่ยนวัตถุประสงค์ก็จะทรงรับสั่งขอผู้บริจาคก่อน</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; text-align: justify; tab-stops: .75in" class="MsoNormal">๒. ทรงเน้นความอ่อนน้อมถ่อมตน จะเห็นได้ว่าไม่ทรงนิยมวิธีการทำงานที่หักหาญน้ำใจ ทรงเน้นการประสานสามัคคี ดังพระราชทานหลักการประงานต้องประสานกับคนอื่นได้ และคนอื่นก็ประสานกลับมาได้ด้วย เน้นเรื่องการประสานงาน การคุยโวโอ้อวดเบ่งใช้อำนาจในการสั่งการเป็นสิ่งที่ต้องห้าม</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; text-align: justify; tab-stops: .75in" class="MsoNormal">๓. ทรงเน้นความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน ไม่ทรงนิยมการถกเถียงไม่รู้จบ ทรงรับสั่งให้ปรึกษาหารือกัน ไม่ยึดความคิดตนเองเป็นที่ตั้ง ให้ฟังคนอื่นแสดงความคิดเห็น แล้วเราก็แสดงความเห็น เสร็จแล้วประมวลข้อยุติที่ยอมรับกันได้ทั้ง ๒ ฝ่าย แล้วให้ดำเนินการทนที หากมีอะไรผิดพลาดบกพร่องก็แก้ไขไปเรื่อย ๆ กรณีน้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ หลังประชุมตกลงกันแล้วรับสั่งให้ดำเนินการคืนนั้นเลย</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; text-align: justify; tab-stops: .75in" class="MsoNormal">๔. ทรงเน้นให้เริ่มจากหลักการ หลักวิชาการ และทดสอบทดลอง จะเห็นได้ว่าทรงเริ่มการทดลองทดสอบในพระราชวังจิตรลดาก่อน และจากนั้นก็มีการจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาถึง ๖ แห่ง เพื่อทดลอง ค้นคว้า ศึกษา เมื่อแน่ใจแล้ว พิสูจน์ทราบแล้ว ก็นำออกเผยแพร่ประชาชน</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; text-align: justify; tab-stops: .75in" class="MsoNormal">๕. ทรงเน้นความต้องการของประชาชนเป็นหลัก จะเห็นได้ว่า ทุกโครงการทรงปรึกษาหารือประชาชนก่อน จะเรียกว่าทรงทำประชาพิจารณ์ด้วยพระองค์เองก็ว่าได้ ภาพที่เห็นพระองค์ประทับนั่งกลางพื้นดินพื้นทรายปรึกษาหารือประชาชนรับฟังความคิดความเห็นของเขา ตลอดจนความเห็นของข้าราชการทุกส่วนเป็นสิ่งทีทรงทำตลอดเวลา</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; text-align: justify; tab-stops: .75in" class="MsoNormal">๖. ทรงเน้นธรรมชาติเป็นหลัก การพัฒนาใด ๆ คงต้องยึดหลักสภาพภูมิศาสตร์เป็นสำคัญ และยึดลักษณะของมนุษย์หรือคนในสภาพแวดล้อมทั้งทางธรรมชาติ เศรษฐกิจ สังคม โดยเน้นปรัชญา วัฒนธรรมจารีตประเพณีด้วย โครงสร้างทางสังคมและธรรมชาตินี้จะเป็นหักใหญ่ในการปฏิบัติการพัฒนา ไม่โปรดที่จะนำความแปลกปลอมใหม่เข้าไปใช้โดยที่ความพร้อมของคนยังไม่มี การพัฒนาต้อง “ระเบิดจากข้างใน” และต้องสอดคล้องกับ “ภูมิสังคม”</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; text-align: justify; tab-stops: .75in" class="MsoNormal">๗. ทรงเน้นให้ยึดหลักรู้ รัก สามัคคี เป็นหลักปฏิบัติในการทำงาน จะเริ่มทำอะไรก็ต้องรู้เรื่องราวต่าง ๆ รู้ถึงเหตุรู้ถึงผลรู้วิธีทางแก้อย่างถ่องแท้เสียก่อน มิฉะนั้นจะเป็นการทำอะไรไปตามความรู้สึก หรืออารมณ์ สุดท้ายเราก็จะหลงไปในวังวนของปัญหา เพราะเหตุของความอวิชชา เมื่อรู้แล้วก็ต้องมีความรัก คือ ความปรารถนา ความเมตตา ความต้องการที่จะนำความรู้นั้นออกมาใช้ประโยชน์ เพื่อตัวเองเพื่อชุมชน และเพื่อประเทศชาติ และก็ควรสังวรอยู่เสมอว่าเราลำพังคนเดียวจะเก่งกาจสามารถสักเพียงใด พละกำลังของคนคนเดียวคงจะไม่สามารถทำอะไรให้เกิดประโยชน์มากมายกว้างขวางนักหรอก จะต้องมีความสามัคคีธรรมด้วยคือ ทำเป็นหมู่เป็นคณะ รวมพลังเป็นหนึ่ง ก็จะส่งผลมหาศาล สรุปคือต้อง “รู้ รัก สามัคคี” คืออะไร</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; text-align: justify; tab-stops: .75in" class="MsoNormal">๘. การจะทำอะไรก็ขอให้เริ่มจากเล็กไปหาใหญ่ อย่าได้เกิดความโลภ หรือ “ตาโต” ใจร้อนหวังผลรวดเร็ว ผลสุท้ายจะพังพินาศ</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; text-align: justify; tab-stops: .75in" class="MsoNormal">๙. ทำอะไร พูดอะไร คิดอะไร ปฏิบัติอะไร ก็ขอให้ยึดความพอดีพอควรเป็นที่ตั้ง อะไรที่เกินพอดีเป็นสิ่งทำลาย เป็นพิษเป็นภัยทั้งสิ้น และทรงแนะให้“หยุดก่อนชน”ด้วย</p> <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; text-align: justify; tab-stops: .75in" class="MsoNormal">๑๐. และสุดท้าย ยึดธรรมะเป็นที่ตั้งในทุกเรื่อง ดังเสมือนพระองค์ที่ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ธรรมะจะต้องเป็นพื้นฐานและรากฐานของการปฏิบัติกายปฏิบัติใจอยู่ทุกขณะ และยึดจุดมุ่งหมายสำคัญว่า ผลที่เกิดขึ้นต้องเป็นประโยชน์ที่ให้ความสุข มิใช่อย่างอื่น</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in; text-align: justify; tab-stops: .75in" class="MsoNormal"></p>
ขอบคุณคะ ^^