มุมมอง ถึงความประทับใจในชีวิต อารมณ์แห่งความบันเทิงใจของผู้คนในสังคมไทย ผ่านเรื่องราวของบทละครวิทยุ เมื่อมีนามของละครวิทยุคณะเกศทิพย์ เป็นหนึ่งในเนื้อหาเรื่องราวและความหมาย ของการโหยหาอดีต โหยหาความงดงามแห่งชีวิต

คณะเกศทิพย์ขอเสนอ

อ้างอิง - ภาพ http://burabhawayu.multiply.com/photos

ช่วงเวลาแห่งความบันเทิงต่อจากนี้

คณะเกศทิพย์ ขอเสนอ

อมตะละครโศกเศร้าเคล้าน้ำตา เรื่อง

โปรดกรุณาทำเสียงสะท้อนก้องในหู เหมือนพระเอกหนังไทยกำลังพูด หลังจากจินตนาการตามไป แล้วเงี่ยหูฟังด้วยใจระทึกก่อนที่จะนำท่านเข้าสู่ โลกแห่งการฟังอันน่าอภิรมย์ ด้วยเสียงและเรื่องอันจินตนาการในห้วงคำนึงของท่าน เมื่อละครวิทยุเรื่องดังกำลังจะเริ่มเล่น ขอให้ท่านได้ร่วมโลดแล่นในจินตนาการชีวิต ครั้งนี้ร่วมกัน

ยิ่งเมื่อได้คิดย้อนหลังชีวิต

ว่าท่านกำลังกลับไปเป็นเด็ก

แล้วหมุนคลื่นเปิดวิทยุ รอคอยช่วงเวลาอันระทึก

ขณะกำลังจะฟังละครวิทยุเรื่องดัง ฟังเสียงอ่านข่าวไขข่าวยามเช้ากับลุงขาวไขข่าว ฟังเสียงอ่านอาชญากรรมปล้นฆ่าข่มขืนฉกชิงวิ่งราว ด้วยน้ำเสียงแหบของสมหญิง ดาวราย หรือกระทั่งรอคอยนักพาทย์ฝีปากเอก และนักจัดรายการคนดังทั้งหลาย ได้ออกมาโลดแล่นพูดจาเสียงนิ่มเสียงน้อย ให้ท่านได้จินตนาการถึงหน้าตาอันหล่อเหลาคมคาย หรือหน้าตาสดสวยตามน้ำเสียงสดใส

วันนี้โลกแห่งจินตนาการ

จากการได้ยินได้ฟังแล้วคิดตาม

แทบจะลางเลือนไปพร้อมกับการก้าวกระโดด

เมื่อโลกของภาพพัฒนาล้ำหน้าโลกของเสียง วิ่งเกินไปไกลจนกระทั่งสามารถมองภาพถ่ายทอดสดได้ในปลายมือ เมื่อล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นดูข่าวโทรทัศน์ได้ โดยไม่ต้องฟังแต่เสียงผู้ดำเนินรายการ หรือคนอ่านข่าวตามสถานีวิทยุทุกต้นชั่วโมง

คนอ่านข่าวที่เราไม่ต้องจินตนาการ

เพราะเห็นหน้าได้เต็มเต็ม

ประเภทเสียงสวยแต่หน้าตาพื้นฐาน

กลายเป็นข้อจำกัดขึ้นมาทันที ในท่ามกลางความลดด้อยขาดแคลนจินตนาการ เมื่อเรากำลังเข้าสู่ยุคที่วิทยุและเสียง เกือบกลายเป็นอดีต และโลกของสีสันมากมายในภาพดึงดูดเสียงให้กลายเป็นข้อด้อย เมื่อเสียงเป็นเพียงส่วนตามมากกว่าส่วนนำ ความจริงจึงปรากฎ

ยุคแห่งความยิ่งใหญ่ของคณะละครวิทยุ

ทั้งละครเกศทิพย์ กันตนา และนิลิกานนท์

เกิดขึ้นในช่วงกึ่งพุทธกาล 2500 จนกระทั่งถึงช่วงปี 2515

กระทั่งความยิ่งใหญ่ของภาพและเสียง เริ่มเข้ามาพร้อมสถานีโทรทัศน์ขาวดำ และสถานีโทรทัศน์สีซึ่งสามารถถ่ายทอดพลังของละคร ได้อย่างสมจริงสมจัง ไม่นับพัฒนาการของงานข่าว ที่ภาพข่าวโทรทัศน์มีพลังมากกว่าเสียงข่าววิทยุ และอักขระในหนังสือพิมพ์รายวัน

แต่ใช่ว่าการล่วงล้ำในโลกของเสียง

จะกระโดดโลดเต้นจนพาให้โลกวิทยุต้องสูญหาย

เพราะโลกภาพและเสียงยังเพิ่งเริ่มต้น

ยังต้องรออีกหลายปีกว่าจะสามารถเข้ามาแทนที่ แม้กระทั่งโลกของข่าวสารบนหน้าปัดวิทยุ ก็ยังกลับมาครองความยิ่งใหญ่ ในท่ามกลางชีวิตคนเมืองใหญ่ ซึ่งรถติดแน่นขนัดบนท้องถนนทั้งเช้าและเย็น จนเมื่อโทรทัศน์ติดรถยนต์พัฒนาประสิทธิภาพขึ้นมา การต่อสู้ของข่าววิทยุเช้าและเย็นก็ยังคงร้อนแรงอยู่ แม้จะถูกเบียดให้หล่นขอบไปบ้าง แต่ก็ยังมีพื้นที่ในการรับข่าวสารจากประชาชนและชาวบ้านทั่วไปได้

 

ละครวิทยุยามกลางวัน

เมื่อพ่อแก่แม่เฒ่าผู้คนหัวไร่ปลายนาได้ตั้งหูรอฟัง

ไม่ใช่เรื่องราวไกลตัวเกินไปนัก

เพราะไม่ใช่ทุกที่ของไร่นา ที่จะสามารถหิ้วโทรทัศน์ติดตัวคนไปได้ โลกของการฟังและการได้ยลยินความสนุกจากละครวิทยุ ยังเป็นสีสันชีวิตบ้านทุ่งอันงดงาม แม้แต่ในเมืองที่คนเมืองตามตึกสำนักงาน ยังต้องเปิดสถานีวิทยุคลื่นโปรดไว้ฟังเสียงเพลงที่พยายามจะไม่หยุด ฟังให้หูเฉาก่อนจะฟังเสียงผู้จัดรายการ

การต่อสู้ของโลกแห่งเสียงยังคงปรากฎ

แม้ว่าจะมีเสียงทำนายทายทัก

ถึงโอกาสแห่งการล้มหายตายจาก

ไปจากสังคมแห่งการสื่อสาร เมื่อโลกภาพและเสียงเบียดกลืนโลกของเสียงเพียงประการเดียว แต่โลกแห่งเสียงก็ยังคงปรากฎพื้นที่แห่งความงดงามในจินตนาการ เหมือนเมื่อครั้งหนึ่งในวัยเด็ก ก่อนสังคมข่าวบนหน้าปัดวิทยุกรุงเทพจะร้อนระอุ ผมยังต้องเปิดฟังรายการข่าวยามเช้า

ฟังอาจารย์สมเกียรติ อ่อนวิมล

จัดรายการวิทยุโลกยามเช้า

อ่านทั้งข่าวการเมืองในบ้าน และข่าวต่างประเทศ

ก่อนจะรีบกุลีกุจอนั่งรถเมล์ไปเรียน หรือกระทั่งติดตามฟังอาจารย์ปทุมพร วัชรเสถียร จัดรายการวิเคราะห์โลกการเมืองต่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่างๆ ด้วยความสนุกสนาน พอๆกับการหมุนคลื่นไปฟังเสียงคุณพิชัย วาสนาส่ง อธิบายบทเพลงคลาสลิค ว่ามีสี่ช่วง แต่ละช่วงแต่ละท่อนอธิบายถึงเรื่องราวใดบ้าง

กระทั่งมานั่งทำงานข่าวครั้งแรก

ก็เริ่มต้นชีวิตจากสถานีวิทยุ และคลื่นข่าววิทยุ

ควบคู่กับความพยายามเขียนข่าวรายวัน

ชีวิตและการวนเวียนในโลกของการฟัง เท่าที่โลกอันแวดล้อมชีวิตปรากฎขึ้น จึงกลายเป็นหนึ่งความงดงามในชีวิต เมื่อยามนึกถึงและได้เงี่ยหูฟัง ทั้งงดงามและโลดแล่นในยามได้คิดตามไปในแต่ละครั้ง ของคำขับขานและการอ่านข่าว

เหมือนยามเป็นเด็ก

นั่งฟังเสียงของผู้ประกาศคณะปฏิวัติ

ในเวลาที่สถานีโทรทัศน์ยังยึดกันไม่เสร็จและออกอากาศไม่ได้

ความตื่นเต้นในการฟังคำประกาศคณะปฏิวัติ กระตุ้นให้รู้สึกได้รุนแรงและโหมแรงกว่าการดูโทรทัศน์ เหมือนจดจ่ออยู่หน้าวิทยุ ซึ่งไม่ตื่นเต้นเท่ากับการดูจากภาพข่าวโทรทัศน์

แต่สำหรับความเปลี่ยนแปลง

ความโหยหาและประทับใจไม่ใช่คำตอบของการเหนี่ยวรั้ง

โลกยังคงเปลี่ยนแปลง และเวลาหมุนไป

ชีวิตในแต่ละความประทับใจ เมื่อคิดถึงและโหยหา จึงเป็นเพียงสรวงสวรรค์ในใจมากกว่าการก้าวล่วงไปเหนี่ยวรั้ง เพียงยึดมั่นให้นิรันดร์ชีวิต หรือโน้มนำให้ย้อนกลับมาสู่ความพึงใจลำพังเพียงการฟัง ใช่หรือไม่ที่ชีวิตไม่เคยไหลย้อนกลับ

เหมือนสายน้ำเมื่อไหลผ่านชีวิตไป

และเหมือนเสียงวิทยุในวันวาน

ที่ไม่เคยย้อนกลับมา