กองล่อ (2) กาพย์เซิ้งล่อศึกในสงครามพระวอพระตาก่อนตั้งเมืองอุบลราชธานี


ส่วนชะตากรรมของ บักเลิด และบักเซียงเสือ และลูกน้องกองล่อของทั้งสอง ซึ่งเอากาพย์ไปเซิ้งร้องด่าทหารเชียงใหม่เหย็ง ๆ ในประวัติเมืองอุบลราชธานีไม่ได้กล่าวว่า ที่สุดแล้วเป็นตายร้ายดีอย่างไร...

        วีรกรรมของหน่วยทหาร กองล่อมอญ-พม่า ซึ่งเจ้าพระยาพระคลัง(หน) และคณะ เรียบเรียงในเรื่องราชาธิราช  เป็นเกร็ดกลศึกชนิดหนึ่งที่เราพอหาได้จากงานวรรณคดีของไทย                        

            ส่วนเอกสารประวัติศาสตร์-วรรณกรรมที่กล่าวถึงประวัติเมืองอุบลราชธานี  ดวงไซ  หลวงพะสี (2544 : 1) นักเขียนประวัติศาสตร์ของลาวกล่าวว่า            

            พระวรราชกบฎ... ปี พ.ศ. 2309 (ค.ศ. 1776) พระวรราชวงศา  ซึ่งเป็นเสนาบดีผู้ใหญ่อยู่ในนครเวียงจันทน์  บ่พอใจเรื่องใดบ่ทราบกับพระเจ้าสิริบุญสาร  จึงอพยพบ่าวไพร่  และครอบครัวไปตั้งอยู่หนองบัวลุ่มภู  ตั้งบ้านหนองบัวนั้นขึ้นเป็นเมือง เขื่อนขันธ์กาบแก้วหนองบัวบาน  แล้วพระวรราชก็ประกาศตัวเป็นอิสระบ่ขึ้นกับเวียงจันทน์            

             สงครามระหว่างเวียงจันทน์กับฝ่ายพระวรราชวงศา หรือพระวอและพระตา(บางเอกสารว่าเป็นพ่อลูกกัน  บางเอกสารก็ว่าเป็นพี่น้องกัน) ทำให้ฝ่ายพระวอพระตา  ต้องทิ้งหนองบัวลุ่มภู  ไปพึ่งเจ้าไชยกุมาร แห่งนครจำปาศักดิ์  ในที่สุดก็มาอยู่ที่ดอนมดแดงบริเวณเมืองอุบลราชธานีปัจจุบันนี้             

             “กองล่อในการสงครามหลายครั้งที่กองทัพเวียงจันทน์พร้อมกองทัพพม่า (เชียงใหม่) ซึ่งยกมาช่วยตามคำขอของพระเจ้าเวียงจันทน์ต่อพระเจ้าเชียงใหม่  เพื่อปราบพระวอพระตา  ในเอกสารประวัติเมืองอุบลราชธานี สำนวนอีสาน โดยปรีชา  พิณทอง (2535: 53) กล่าวถึงบทบาทกองล่อของ บักเลิด ซึ่งไปร้องกาพย์ด่าทหารเมืองเชียงใหม่  ว่า          

             “พระวอแต่งกาพย์ให้บักเลิดไปฮ้องด่า  คำกาพย์ของเก่าพุ้นพอค้นเขี่ยหา... ฟังเจ้าฟัง  ฟังกาพย์มานสาว  ฟังลุงอาวฟังกาพย์ไทม่าน  บักขาก่านนุ่งผ้าแดงแดง  สูฮีบแทงให้มันถืกหอก  สูฮีบบอกให้ออกตัดหลัง สูฮีบบัง  จับไว้เอามัน  สูฮีบฟัน  ให้มันคอขาด...  บ่มีใผมืนตาต่อได้  เป็นใบไม้ตกหล่นสนสน  เป็นห่าฝนหมากเห็บเดือนสี่  เสียงมีก้องน้ำหมอกหลั่งไหล ฯ...          

             ทหารกองล่อที่คู่กับ บักเลิด อีกคนคือกองของ บักเซียงเสือ ซึ่งจ่ายกาพย์เซิ้งยั่วยุทหารพม่า(เชียงใหม่) ว่า          

            สูอย่าล้อกูนี่คนดี  กูละบักหมอดีอยู่เวียงภูเก่า  แต่ก่อนเค้ากูอยู่หนองบัว  กูสิตัดเอาหัวไทเวียงมากองอ้อมบ้าน  กูบ่ย่านฝูงม่านขาลาย  สูสิตายในวันมืออื่น  สูอย่าลื่นตั้งค่ายเข้ามา  อาชญาหลวงให้กูมาเว้า  ให้สูเจ้ายกทัพคืนเมือ  บักเซียงเสือแม่นกูนี่แหละ ฯ...”  (ปรีชา  พิณทอง: 2535: 54)            

ศัพท์ที่ควรรู้            

            1) มานสาว : สาวตั้งครรภ์ครั้งแรก (หมายถึงกาพย์ที่ประพันธ์สด ๆ ใหม่ๆ เปรียบสาวตั้งครรภ์ใหม่).  2) ไทเวียง : พวก  กลุ่ม หมู่ของชาวเวียงจันทน์.  3) อาว : อาว์ น้องพ่อ.  4) ม่าน : พม่า (หมายถึงทหารเชียงใหม่ซึ่งเป็นเมืองประเทศราชพม่า).  5) ขาก่าน : ขาลาย (ก่าน : ในที่นี้คือรูปรอยสักเส้นลายดำไปตามขาเหนือเข่าไปต้นขา คนอีสานรุ่นสุดท้ายที่สักขาก่าน/ดำถ้ามีอายุถึงปัจจุบันคงราว 100 ปีขึ้น ซึ่งน่าจะหมดคนรุ่นนี้แล้วราว 30 ปีมาได้).  6)  มืนตา : ลืมตา.  7)เวียงภูเก่า : ภูเวียง (ทหารของพระวอส่วนหนึ่งอพยพม่าจากเมืองภูเวียง  พร้อมกับการแตกมาจากเมืองหนองบัวลุ่มภูของทัพและครัวไพร่บ้านของพระวอพระตา). 8) อย่าลื่น : อย่าเกิน.  9) เมือ : กลับ  (เมือบ้าน : กลับบ้าน)           

            ในการสงครามก่อนการตั้งเมืองอุบลราชธานี  แม่ทัพใหญ่คือพระวรราชวงศา หรือพระวอ เสียชีวิตในสนามรบอันเป็นวีรกรรมอันสูงส่งที่ลูกหลานเมืองอุบลราชธานีควรจดจำ               

             ส่วนชะตากรรมของ  บักเลิด  และบักเซียงเสือ และลูกน้องกองล่อของทหารทั้งสอง   ซึ่งเอากาพย์ไปเซิ้งร้องด่าทหารเชียงใหม่เหย็ง ๆ นั้น ในประวัติเมืองอุบลราชธานีไม่ได้กล่าวว่า  ที่สุดแล้วเป็นตายร้ายดีอย่างไร...            

             แต่ก็ควรถือได้ว่า บักเลิด  และบักเซียงเสือ  ถึงจะเป็นชื่อจริง  หรือชื่อสมมติที่ผู้จารคำประพันธ์อีสานแต่งขึ้น  แต่ก็น่าจะมีกองทหารกองล่ออย่างนี้จริงในทัพหัวเมืองลาวโบราณ  จึงนับเป็นทหารกองหนึ่งที่เก่งกล้า  เป็นเหล่าบรรพชนที่สำคัญของเมืองอุบลราชธานีด้วย...

อ้างอิง

ดวงไซ  หลวงพะสี.  2544.  สมเด็ดพะเจ้าอะนุวง.  (พิมเทื่อที่ 3). เวียงจัน : โรงพิมแห่งลัด.

ปรีชา  พิณทอง.  2535.  ประวัติเมืองอุบลราชธานี : สำนวนอีสาน.  อุบลราชธานี: ศิริธรรมออฟเซ็ท.               

(บันทึกต่อไปผมอยากเสนอสำนวน ยั่วเยาะเย้ยศึกของกบฎในประวัติศาสตร์ภาคอีสาน  ครับผม)

หมายเลขบันทึก: 151200เขียนเมื่อ 4 ธันวาคม 2007 01:13 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 21:49 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (6)
  • เอาอีกครับ ผอ.
  • อ่านแล้ว สนุก อยากอ่านอีก อยากอ่านอีก
  • อ่านแล้วรู้จักคนบ้านเรามากขึ้น
  • ขอบคุณ อ.ออต ที่แวมายามเสมอมา
  • มีอีกแน่นอนครับ

- สวัสดีค่ะ

- ยินดีที่รู้จัก ผอ. กศน.เก่งๆ อีกท่านหนึ่งนะคะ

- ขอบคุณสำหรับความรู้ ครูหล้ามีคุณตามาจากหลวงพระบางค่ะ

  • สวัสดีครับท่านP  ครูหล้า
  • เข้าไปอ่านบล็อกท่าน ทำได้ดีมากเลย ไม่บอกไม่รู้ว่าเริ่มบันทึกหลังอบรมที่ปากช่อง ict 5
  • จะพยายามทำเทคนิคเรื่องการโยง  รูปภาพ เสียง ...อย่างท่านบ้างนะครับ
  • ยินดีมากครับ  ขอให้คุณตาสบายดี..
  • สวัสดีครับลุงวอผู้อารมณ์ดี
  • ผมก็อยากอ่านบทว่าด้วยคำอีสานสั้น ๆ จำง่าย ๆ จากลุงวอเช่นกัน
  • ขอบคุณครับ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี