คนบ้านนอกน่าสงสาร ซื่อ บริสุทธิ์
ชีวิตของคนบ้านนอกน่าสงสาร...ซื่อ...บริสุทธิ์...อยู่ในความพอเพียงเพื่ออนาคตของลูกหลาน...
การทำมาหากินในพื้นบ้านของเรา...อาชีพหลักคือผลิตยางพารา...ทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยอิสลาม...
ลักษณะของการปลูกยางพาราที่เราเห็น...จะแบ่งเป็น ๒ แบบ คือ แบบโบราณ เราเรียกว่า " ป่ายาง " การปลูกเจ้าของจะปลูกระเกะระกะไปหมด ไม่มีแถวมีแนวที่แน่นอน ปล่อยให้วัชพืชขึ้นเต็มไปหมด....เหลือเฉพาะแนวทางเดินเล็ก ๆ จากโคนต้นยางต้นหนึ่งไปยังโคนต้นยางอีกต้นหนึ่งตลอดทั้งสวน...
ส่วนอีกแบบหนึ่ง เราเรียกว่า " สวนยาง " เจ้าของจะปลูกเป็นแถวเป็นแนวระยะห่างเท่ากันตลอด มีการทำลายวัชพืช หรือปลูกพืชตระกูลถั่วไว้เป็นระยะ
เมื่อยางถึงอายุ...ที่สามารถกรีดเอาน้ำยางได้แล้ว...เจ้าของต้องตื่นนอนตั้งแต่ตี ๒ แล้วกลับมาตอนเช้า...เอายางมาทำตามวิธีการผลิตยางแผ่น...จากนั้นเอาไปตากรวมกันไว้ที่ราวไม้ไผ่ให้แห้ง...เหมือนเราตากผ้ายังไงยังงั้น...แล้วเอาไปขายที่ตลาดหรือพ่อค้าจะมารับซื้อถึงบ้าน...
แล้ววันหนึ่ง...ร้านซ่อมวิทยุของเราก็มีโอกาสต้อนรับลูกค้าวัยชรา...วันนั้นเป็นวันเสาร์ที่ตลาดโคกโพธิ์จะเป็นวันนัด...มีการนำสินค้ามาขายกันมากมาย...ลูกค้าคนนี้เป็นชาวไทยมุสลิม...เอาวิทยุมาฝากให้ซ่อมเดี๋ยวจะมารับคืน...เอายางไปขายก่อน แล้วปั่นจักรยานที่มียางแผ่นพาดอยู่ที่วางของตอนท้าย...ไปยังร้านรับซื้อยางที่อยู่ห่างออกไปประมาณ ๑ กิโลเมตร
เราก็ให้บริการเต็มที่...ซ่อมเสร็จ...ทดสอบ...แล้วทำความสะอาดซะดูใหม่ไปเลย...
สองชั่วโมงผ่านไป...ลูกค้าวัยชราท่านนั้นก็กลับมาพร้อมอาหารที่ซื้อในตลาดนัดวางอยู่บนท้ายรถจักรยาน...
ถามเราว่าซ่อมวิทยุเสร็จหรือยัง...ก็บอกว่าเสร็จแล้ว...ถามว่าค่าซ่อมเท่าไร...ก็บอกว่าสิบบาท...เขาก็ถลกผ้าโสร่ง...ล้วงในกระเป๋ากางเกงขาก๊วย...หยิบถุงพลาสติกม้วนและรัดยางซ้ำ..แกะออกมาก็เจอถุงพลาสติกรัดยางอีกชั้นหนึ่ง...ผมก็นึกว่าเสร็จแล้ว...แต่ที่ไหนได้...ยังมีถุงพลาสติครัดยางอีกชั้นหนึ่ง...แล้วก็เห็นแบงค์ร้อยม้วนกลมเป็นมวนบุหรี่...เราไม่ทราบจำนวน...เขาคลายม้วนกระดาษออกก็เห็นแบงค์ร้อยประมาณ ๗-๘ ใบ เอามาส่งให้ใบนึง...
เห็นวิธีรักษาเงินอย่างสุดชีวิตนี้แล้ว...ไม่อยากเอาสตางค์เขาเลยครับ...เขาคงหวงของเขามาก...คงเอากลับไปให้ลูกหลานที่บ้าน...แล้วลูกหลานเขาจะคิดอย่างไรที่เห็นเขาเก็บเงินไว้มิดชิดขนาดนี้.....ผมรับมาแล้วทอนให้เขา ๙๐ บาท เขารับวิทยุคืนไป...แล้วปั่นจักรยานจากไปช้าช้า...
แล้วท่านละคิดอย่างไรกับเรื่องนี้.....
สวัสดีครับผม
สวัสดีคะ นายช่างใหญ่
นึกถึงตอนเป็นเด็กเวลาแม่ให้สตางค์มาก็ต้องเอาหนังยางรัดไว้กับเสื้อเพราะกลัวหาย เหตุเพราะกว่าจะได้มายากนักหนา จะใช้จะจ่ายก็ต้องระวัง ซื้อขนมก็จะไม่ได้ซื้อตุ๊กตากระดาษ ซื้อตุ๊กตากระดาษก็จะไม่ได้ซื้อลูกโป่งวิทยาศาสตร์...ได้มายาก อยากใช้เยอะ ก็เลยต้องรักษากันอย่างดี
รักษาสุขภาพนะคะนายช่าง
---^.^---
สวัสดีครับหนูพิมพ์
เหมือนเลยใช่ไหมครับ...ลูกค้าผมคนนั้นคงคิดเหมือนหนูพิมพ์นั่นแหละ
ขอบคุณครับ ขอให้รักษาสุขภาพเช่นกันครับ
ขอบคุณครับผม
สวัสดีค่ะ
ลูกค้าของนายช่างยังดีกว่าลูกค้าของดิฉัน สมัยที่คนไข้ต้องจ่ายเงินค่ารักษา แม้จะคิดไม่กี่บาท แต่คนไข้ก็นับเหรียญเศษ จนหมอใจอ่อน และให้เงินค่ารถกลับไปอีก สงสารคนจน
สวัสดีครับคุณบุญรุ่ง
ครับ...รายได้ต่างกัน...แต่ลูกค้าผมเขาใช้จ่ายประหยัดมาก ๆ ครับ...เพราะเขามีลูกหลายคนครับ...
ขอบคุณครับผม
สวัสดีครับ
สวัสดีครับ...เรื่องนี้ต้องมองด้วยหลัก อุเบกขา ครับ เขาพอมีสตางค์บ้าง ก็เก็บค่าใช้จ่ายเขาไปเถิดครับ ถ้าเราไม่เก็บค่าใช้จ่าย มันจะเสียหลักการอุเบกขาไปครับ เพราะบางที่สังคมไทยเรา เป็นสังคมของความเมตตา กรุณา ก็ดีครับ แต่ต้องมีหลักอุเบกขามาถ่วงดุลย์กัน...ขอบคุณครับ
สวัสดีครับคุณธวัชชัย
ในช่วงนั้นก็พยายามคิดเช่นนั้นเหมือนกันครับ...บางคนน่าสงสารมาก...เขาอาจซื้อวิทยุไว้ตอนที่เขามีกำลังพอ...แต่พออายุมากกำลังก็ถดถอย...รายได้ลดลงมากครับ
ขอบคุณครับผม
สวัสดีครับคุณSmall man
ก็เลือกดูครับ...บางคนน่าสงสารมากก็ไม่คิดสตางค์...บางคนที่มีฐานะดีเราก็คิดตามปกติครับ...ซึ่งเขาก็ยินดีจ่าย เพราะเราทำให้เขาอย่างดีเขาพอใจครับ...
ขอบคุณครับ
เคยเจอลูกค้าอย่างนี้เช่นกันสมัยเป็นพยาบาล เจอเหรียญเหมือนคุณรุ่งบ่อย ๆคะ น้องจะแกล้งถามเสมอป้าหมูวันนี้พกเงินมาเท่าไร
สวัสดีครับอาจารย์หมู
ทึ่ง...อึ้ง...ในความพยายามของเขาครับ...ใบละร้อย เจ็ดแปดใบม้วนจนเหลือเล็กนิดเดียว...ใส่ถุงพลาสติกรัดยางสามชั้น...แถมอยู่ในกางเกงขาก้วยชั้นที่สอง...คงกลัวคนแย่งชิง...เลยแอบซะจนหาไม่เจอแน่ ๆ ครับ
สวัสดีครับ
สวัสดีครับคุณ Little Jazz
นับเป็นการสร้างบารมีให้ตัวเอง...ไม่ฉวยโอกาสในขณะที่...เขากำลังงงงวยครับ...
ขอบคุณครับ