โชคดีมากครับผมที่เข้าไม่ยิงถ้ายิงคงต้องเป็นผีเฝ่าชายแดนแน่เลย

<p>เรื่องเล่ากลับกาจชายแดนตอนที่ ๖</p>ช่วงการสับเปลี่ยนหน้าที่กำลังพล ของการปฏิบัติหน้าตามแนวชายในช่วงเดือนสุดท้าย คือ ๖ เดือน <p>เรื่องราวต่าง ๆ มักเกิดขึ้นอยู่เป็นบางครั้งจึงต้องคอยระวัง เหตุการต่างๆมักเกิดขึ้น มีอยู่วันหนึ่งมีรถกระปะนิสันสีเขียวพร้อมกับชายแต่งตัวชุดทหารพาน นั่งอยู่ด้านหน้ารถ ๒ คน ด้านหลัง ๕ คน มาขอผ่าน เพราะช่วงเป็นเวลา ๐๔ .๒๕ นในตอนนั้นผมกำลังจะเปลี่ยนเวณพอดี แต่ยังไม่นอนเพราะเพื่อนกำลังหยุดรถไว้ที่ดานตรวจ ได้ยินเสียงพูดเสียงดังมากผมจึงเดินไปดู เพื่อนผมก็ขอตรวจบัตร แต่บัตรไม่มีจึงถามไปว่าอยู่จุดตรวจที่ เท่าไรชายคนก็พูดว่าผมเป็นทหารพานแต่บังเอิณเสียงที่พูดออกมาเป็นภาษาไทยแต่ไม่ชัดเจนมีพิรุด เพื่อนผมบอกให้ผมโทรศัพท์ติดต่อกับหัวหน้าทหารพานในช่วงนาที นั้นเป็นเหตุการณ์ที่ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ ชาย ๕ คนที่นั่งอยู่ด้านหลังรถ กระโดดลงจากรถอย่างเร็วมากมีปืนอาวุธพร้อมระเบิดด้วยครับผม ที่ติดมากับรถ คนที่อยู่ด้านหน้าก็เปิดประตูวิ่งไม่เอาอะไรเลยครับ วิ่งหนีสุดชีวิตอย่างว่านะ คนมีความผิดมักจะแสดงอาการออกมาให้เห็น เพื่อนผมตกใจจึงใช้ปืนยิ่งเพื่องป้องกันตัวไว้ก่อน แต่ไม่โดนเพราะตกใจมาก เสียงปืนดังมากครับ ส่วนผมโทรศัพท์ยังติดต่อไม่ได้เลย เรื่อก็เกิดขึ้นเสียก่อนดีนะไม่เป็นอะไรครับมีทั้งปืนอาวุธระเบิด ที่อยู่ในรถกระปะที่ติดมากลับรถที่ขโมยมา พร้อมอาวุธพร้อมยิง โชคดีมากครับผมที่เข้าไม่ยิงถ้ายิงคงต้องเป็นผีเฝ่าชายแดนแน่เลย เป็นนาทีสุดยอดมากครับของการทำหน้าที่ตรงนั้น เรื่องราวที่เขียนมาที่เป็นประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง วันเวลาผ่านไปยังไม่ลืมของครั้งหนึ่ง ของลูกผู้ชายคงต้องจบเรื่องเล่าไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อนครับผม</p>

และยังจะมีเรื่องเล่ากับสิ่งดี ๆ ที่จะมาเล่าสู่กันฟังอีก เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนร่วมกัน ขอขอบคุณครับผม

</font><p> </p>