1.จากเครือข่ายปลอดสารสู่เครือข่ายสุขภาพ
การจัดการความรู้เพื่อพิจิตรแข็งแรง
KM เพื่อเกษตรธรรมชาติและอาหารปลอดสารพิษ จ. พิจิตร

ชมรมเกษตรธรรมชาติและอาหารปลอดสารพิษ เป็นองค์กรที่มีเป้าหมายคือ การพึ่งตนเองและพึ่งพากันเองของเกษตรกร

1.เป็นองค์กรที่มีพื้นที่การทำงานในจังหวัดพิจิตร 
2.ก่อตั้งขึ้นเมื่อ เดือนกันยายน 2542
3.มีสมาชิก จำนวน 5,000 คน
4.ศูนย์ประสานงานตั้งอยู่เลขที่ 4 / 178 – 179 ถ.สระหลวง อ.เมือง จังหวัดพิจิตร
ยุทศาสตร์
1.การสร้างความเข้มแข็งขององค์กรและเครือข่าย
2.การเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้
3.การพัฒนาองค์ความรู้ภูมิปัญญา เทคโนโลยี รูปแบบการผลิต การแปรรูป การตลาด และการ
ชมรมเกษตรธรรมชาติ
โดยแบ่งการเข้ามาได้เป็น 3 ลักษณะ คือ ทำงานเกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนอยู่แล้ว ผ่านสื่อกลาง  เข้ามาเรียน วปอ.ภาคประชาชน
2.  ลำดับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น ในการทำงานของชมรมเกษตรธรรมชาติ
พ.ศ 2543
- ได้รับการสนับสนุน จากสถานทูตออสเตรเลีย ในเรื่องการทำเกษตร 
ปลอดสารพิษครบวงจร
- จัดอบรมเกษตรกรทำในพื้นที่นำร่อง 7 หมู่บ้าน
- ประสานการซื้อกากน้ำตาล ให้เกษตรกรในพื้นที่นำร่อง
-บุคคลากรที่มีบทบาทการทำงานเกษตรปลอดสารพิษร่วมงานเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านภาคอีสา 
พ.ศ. 2544
- ได้รับการสนับสนุน โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างยั่งยืน จากสถานทูตออสเตรเลีย
- ร่างหลักสูตร วปอ.ภาคประชาชน ที่ได้แนวคิดจากการร่วมงานเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านภาคอีสาน
- เปิดสอน วปอ.ภาคประชาชน รุ่นที่ 1
- ขยายพื้นทีเกษตรปลอดสารพิษ จำนวน 5 อำเภอ ในพิจิตร
- เริ่มแลกเปลี่ยนเกษตรกรนำร่องในแต่ละพื้นที่หมุนเวียนออกรายการวิทยุ
พ.ศ. 2545
-เปิดสอน วปอ.ภาคประชาชน รุ่นที่ 2 , 3,4,5
-ขยายพื้นที่นำร่องเกษตรปลอดสารพิษออกไปอีกจำนวน 10  อำเภอ     
-จัดตั้ง ศูนย์กระจายกากน้ำตาล
-เริ่มก่อตั้งกลุ่มระดับอำเภอ
พ.ศ.2546
- ขยายพื้นที่การทำเกษตรปลอดสารพิษ นำร่องครบทุกอำเภอในจังหวัดพิจิตร
- ขยายการก่อตั้งกลุ่มระดับอำเภอ
- เปิดสอน วปอ.ภาคประชาชน รุ่น ที่ 6,7,8,9  
3. ตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตเกษตรกร 
-ด้านเศรษฐกิจ
-ด้านสังคม
-ด้านจิตวิญญาณ 
-ด้านสิ่งแวดล้อม
-ด้านสุขภาพ
4.  หลักสูตร วิทยากรกระบวนการการเปลี่ยนแปลงสู่การพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง
-การคัดเลือกปราชญ์ชาวบ้านทำหน้าที่สอนและการร่างหลักสูตร
-การค้นหารายชื่อผู้เข้าร่วมร่างหลักสูตร
-เนื้อหาและกระบวนการจัดทำหลักสูตร
-การคัดเลือกปราชญ์ชาวบ้าน
                 วัตถุประสงค์
1.สร้างผู้นำการเปลี่ยนสู่การพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง
2.สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ผู้มีน้ำใจ
3.เป็นแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรปลอดสารพิษ
4.ส่งเสริมภูมิปัญญาและพัฒนาเทคโนโลยีพื้นบ้าน
5.ส่งเสริมการอนุรักษ์ ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

2. การจัดการความรู้ บริษัท AIS

การสร้างวิทยากรภายใน
บริษัทAISจัดการความรู้โดยการสร้างวิทยากรภายใน  ในการจัดการความรู้ของบริษัทAIS เพื่อช่วยลดบทบาทระดับบุคคลลง เพื่อให้เกิดการพัฒนาในภาพรวม โดยการสร้างศูนย์กลางของผู้เชี่ยวชาญ  ซึ่งการสร้างวิทยากรภายในนั้นจะเป็นการถ่ายทอดความรู้ประเทภTatic ที่วิทยากรมีไปเป็น Tatic ของผู้เรียนอีกหลายๆคน
มีขั้นตอนดังนี้
     กำหนดขอบเขต คือ กำหนดขอบเขตของโครงการเสียก่อนว่า  สิ่งที่ต้องการได้จากโครงการนี้คืออะไร  บริษัทต้องการมีวิทยากรกี่ท่าน  มีคู่มือผู้สอนกี่หลักสูตร  จากประสบการณ์

กำหนดชื่อหลักสูตร

เชิญตัวแทนจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องมา เพื่อร่วมกำหนดรายชื่อหลักสูตรที่ต้องการมี  ชื่อหลักสูตรมาจากข้อมูลความจำเป็นในการฝึกอบรมของบริษัท  

แต่งตั้งคณะทำงาน

     มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในเรื่องที่จะได้รับมอบหมาย
    จัดทำคู่มือผู้สอน
   1. กำหนดวัตถุประสงค์ของหลักสูตร
    2. กำหนดรายละเอียดของหลักสูตร

เขียนแผนการสอน

แผนการสอน คือ แนวทางที่วิทยากรเตรียมการไว้ล่วงหน้าว่าจะดำเนินการอย่างไรในการฝึกอบรม
จัดทำคู่มือผู้สอน    บรรจุเอกสารลงในแฟ้ม ซึ่งประกอบด้วย
ทดสอบสอน       ควรมีการทดสอบสอน โดยใช้คู่มือที่ผู้เรียนเป็นผู้พัฒนา  ในครั้งแรกควรให้เวลาประมาณ 15 นาที 
ติดตามผล      ควรมีผู้ให้การวิพากษ์ เพื่อให้ผู้ทดสอบสอนนำข้อเสนอแนะกลับไปปรับปรุงอีกครั้ง

ขึ้นเวทีจริง

ควรจัดการฝึกอบรม โดยให้โอกาสวิทยากรมือใหม่ได้มีโอกาสในการลองเวที 
ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข พนักงานติดงาน  ไม่มีเวลา แนวทางแก้ไข ควรเลือกเวลาที่เหมาะสมสำหรับทำโครงการ  เลือกช่วงที่ไม่มีงานเร่งด่วน ซึ่งจะทำให้พนักงานร่วมโครงการอย่างเต็มใจ
3 TRUE ทรู  คือผู้ให้บริการสื่อสารครบวงจรในประเทศไทย และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศ เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานรายใหญ่ที่สุดในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และเป็นผู้ที่ให้บริการบรอดแบนด์หรืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงรายใหญ่ที่สุดของประเทศ รวมทั้งเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตชั้นนำ

วิสัยทัศน์     ยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์ของ ทรู  คือ การเป็นผู้ให้บริการด้านการสื่อสารครบวงจรและมุ่งตอบสนองลูกค้าเป็นหลัก  แก่นแท้ซึ่งเป็นที่มาของวิสัยทัศน์ของบริษัท คือ คุณค่าความเป็น ทรู ที่แสดงออกในชีวิตประจำวันและเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งประกอบด้วย

1.  เชื่อถือได้
2.  สร้างสรรค์
3.  เอาใจใส่
4.  กล้าคิดกล้าทำ
5.  การเริ่มต้น KM ของ True
โครงการนำร่อง การจัดการความรู้ในองค์กร

การดำเนินการตามโครงการ

1 ขั้นตอน การปรับเปลี่ยนและการจัดพฤติกรรม
2.ขั้นตอน การสื่อสารทั่วทั่งองค์กร
3.การพัฒนากระบวนการและเครื่องมือ
4.การเรียนรู้
5.การวัดและติดตามประเมินผล
6.สร้างแรงจูงใจ
ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำ KM
1.ทำให้ True ได้ Central Knowledge Center ซึ่งได้รวบรวมเอกสารนับพันฉบับในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการตอบคำถามลูกค้า  
2.พนักงานกว่า 1,500 คนสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ให้แก่ลูกค้าได้ในเวลาอันรวดเร็ว  และเอกสารกว่า 50,000 หน้าที่ได้เปิดใช้งาน   ได้ระบบสื่อสารโทรคมนาคม ที่ทรงอานุภาพสำหรับ Call Center และตัวแทนขาย  
3.จากประสบการณ์ KM   4 ปี ทำให้ True ได้เรียนรู้สิ่งที่มีคุณค่าต่อการพัฒนากระบวนการทำงานที่จะนำไปสู่เป้าหมายขององค์กร   ถือได้ว่าเป็นชุดความรู้ที่เกิดขึ้นจากการลงมือทำ KM 
ชุดความรู้ที่เกิดขึ้นจากการทำ KM
1.   พฤติกรรมของคนที่มีต่อการเปลี่ยนแปลง   จำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้างความเข้าใจวัฒนธรรมความร่วมไม้ ร่วมมือในการทำงาน    รู้ว่าต้องค้นหาสิ่งจูงใจคนให้เจอเพื่อนำไปสู่การโน้มน้าวให้ยอมรับการเปลี่ยนแปลง  ซึ่งต้องมีแผนการจัดการความเปลี่ยนแปลงรองรับ
2.   การสื่อสารในทุกระดับ   ต้องหาวิธีอธิบายให้คนเข้าใจว่าทำ KM ไปเพื่ออะไร  การสร้างกลวิธีในการย้ำเตือน   เช่น  สร้างภาพลักษณ์บางอย่างให้ติด ตรึงใจ   และต้องทำอย่างต่อเนื่อง
3.   กระบวนการและเครื่องมือ  ต้องทำกระบวนการให้ง่ายและสะดวกใช้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้   ไม่ยุ่งยากต่อการทำความเข้าใจ    KM ไม่ใช้เทคโนโลยี  หรือว่าชุดวิธีการเพียงลำพัง   แต่เป็นการ “ปฏิบัติจริง” ที่ต้องเชื่อมมิติของ  คน  กระบวนการ  และเทคโนโลยี   ระบบ KM ที่ชาญฉลาดนั้นจำเป็นต้องสร้างขึ้นมาให้เหมาะกับการใช้ของคน
4.  ฝึกให้คนสามารถใช้ระบบที่สร้างขึ้นมาได้    พัฒนาคนมากพอจำนวนหนึ่งและทำแต่เนิ่นๆ เพื่อให้คนเหล่านี้สามารถช่วยเหลือระหว่างกันได้ด้วย   การแลกเปลี่ยนวิธีการทำงานจะช่วยให้พนักงานได้เกิดการเรียนรู้ระหว่างกันเอง
5.  การวัดผล   โลกธุรกิจจำเป็นต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่า  เกิดความคุ้มค่าทางการลงทุน  เกิดประสิทธิผล   เวลาตอบสายลูกค้าลดลง  สามารถตอบครั้งเดียวโดยไม่ต้องโอนสายต่อ   เกิดนวัตกรรมทางการบริการ  ลูกค้าสามารถแก้ไขปัญหาได้เองมากขึ้น
6.  การให้เกียรติและสร้างการให้รางวัล   จะช่วยเสริมแรงให้คนสร้างความรู้ใหม่  วิธีการทำงานใหม่ๆ  และสร้างวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม   สร้างระบบการให้รางวัลที่ไม่จำเป็นต้องตัวเงิน  แต่สร้างให้เกิดความภาคภูมิใจ 

4.ศูนย์ความรู้กรมอนามัย

วิสัยทัศน์
องค์กรหลักในการส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ
มีอะไรบ้างในศูนย์ความรู้กรมอนามัย
- ฐานความรู้และแนวปฏิบัติด้านการส่งเสริมสุขภาพ
- แหล่งสืบค้นที่สามารถเชื่อมโยงสู่ฐานความรู้
- เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของชุมชนแนวปฏิบัติด้านการส่งเสริมสุขภาพ
พันธกิจ
1.การพัฒนา ผลักดัน และสนับสนุนให้เกิดนโยบาย
2.การผลิต พัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม
3.การถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีด้านการส่งเสริมสุขภาพ
4.การพัฒนาระบบการส่งเสริมสุขภาพให้เข้มแข็ง
หน้าที่ความรับผิดชอบ กรมอนามัย
กรมอนามัยมีภาระกิจในการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี โดยมีการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี ด้านการส่งเสริมสุขภาพ เพื่อมุ่งเน้นให้ประชาชนมีความรู้และทักษะในการดูแลตนเอง ครอบครัว
ผลผลิตของกรมอนามัย
1.สื่อส่งเสริมสุขภาพ
2.เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้
3.สรุปการดำเนินงานของหน่วยงาน
4.ศูนย์ข้อมูล
5.ประชุมวิชาการ
6.ศูนย์ความรู้
7.เวปไซต์ความรู้
8.รณรงค์สร้างกระแส

5.การจัดการความรู้ของกรมส่งเสริมการเกษตร

                กรมส่งเสริมการเกษตรได้ยึดเอาพันธกิจหลักของกรม คือ ต้องการให้เกษตรกรพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน  เป็น เป้าหมาย / หัวปลา  ของการจัดการความรู้  พร้อมทั้งยืนยันในบทบาทของกรมที่เป็น  คุณอำนวย  ส่งเสริมเกษตรกร  คุณกิจ  ผู้ปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายอย่างแท้จริง
กรมส่งเสรมการเกษตรได้กำหนดวิธีการดำเนินงานเป็น  3  ขั้นตอนหลัก  คือ
1.ขั้นตอนการเตรียมการ
2.ขั้นตอนการดำเนินงาน
3.ขั้นตอนการติดตามและประเมินผล
คือ  ขั้นตอนการเตรียมการ  ขั้นตอนการดำเนินงาน  และขั้นตอนการติดตามและประเมินผล  โดย
-ขั้นตอนการเตรียมการ  เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่จะต้องสร้างความเข้าใจในทุกระดับเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ
-ขั้นตอนการดำเนินการ  จะดำเนินการตามแนวการบริหารจัดการความรู้ในองค์กร  มีการจัดทำเป้าหมาย  มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
-ขั้นตอนการติดตามและประเมินผล  จะติดตามผลว่า การดเนินงานนั้นประสบความสำเร็จหรือไม่อย่างไร  เพื่อจะได้นำมาแก้ไข  ปรับปรุง  และวางแผนขยายผล

6.ไม้เรียง

มหาวิทยาลัยชีวิต
"ไม้เรียง" เป็นที่รู้จักในฐานะชุมชนแห่งการพึ่งตนเอง ไม้เรียง  คือตำบลหนึ่งในอำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ไม้เรียงวันนี้   มี "ทุนทางปัญญา" เพราะมีการเรียนรู้
มีการคิดแบบยุทธวิธี  มีการวางแผนในการทำงาน  มีการ shareความรู้กันระหว่างผู้ทำงาน

ปัญหาชาวไม้เรียง
- ชาวสวนยางไม่สามารถกำหนดราคาเพราะคุณภาพยางแผ่นที่นำไปขายไม่สม่ำเสมอและแตกต่าง   เพราะต่างคนต่างทำ น้ำหนักพ่อค้าก็เป็นคนกำหนด
การแก้ไขปัญหา (การจัดการความรู้)
1.ชาวบ้านเข้าร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น
2.ส่งกลุ่มผู้นำไปเรียนรู้ดูงานจากที่อื่น
3.สร้างโรงงานเอง บริหารจัดการกันเอง ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น ทำในขนาดที่พอดีกับไม้เรียง   พอดีกับทรัพยากร ผลผลิตคน ขีดความสามารถในการบริหารจัดการ   ความรู้ตัวตระหนักว่า "พอดี" อยู่ตรงไหนสำคัญอย่างยิ่ง
ชุมชนเข้มแข็ง  ไม้เรียง
๑. ชุมชนเข้มแข็งเพราะเป็นชุมชนเรียนรู้ 
    ชุมชนเช่นนี้ไม่มีวันอ่อนแอไม่มีวันนั่งรอความช่วยเหลือจากรัฐหรือภายนอกแต่จะขวนขวายหาทางแก้ไขปัญหาด้วยสติปัญญาของตนเองชุมชนใดมีความรู้ มีปัญญาแม้ว่ามีทรัพยากรน้อยก็จะมีมากขึ้นเรื่อยๆมีเงินน้อยก็จะมีเงินมาก ตรงกันข้าม ชุมชนใดไม่มีความรู้  ไม่มีปัญญา แม้ว่ามีทรัพยากรมากก็จะหมด   แม้มีเงินมากก็จะไม่เหลือและเป็นหนี้
๒. ชุมชนเข้มแข็งตัดสินใจอย่างเป็นอิสระ
   ไม่ใช่คิดอะไรไม่ออกไปบอกไปถามนักการเมือง ข้าราชการ  พ่อค้า นักวิชาการ เอ็นจีโอ ซึ่งให้แนะนำได้เสมอ ดีๆ   ทั้งนั้น แต่เมื่อเอาไปทำแล้วเจ๊ง คนเสียหายคือชาวบ้าน ไม่ใช่คนที่แนะนำ ชาวบ้านต้องมีข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ  มีเป้าหมายการพึ่งตนเองอย่างมั่นคง ไม่ใช่คิดแต่จะรวย มืดบอดไปเพราะความโลภ ไม่เป็นตัวของตัวเอง ใครบอกว่าทำอะไรรวยก็รีบทำ
๓. ชุมชนเข้มแข็งจัดการ "ทุน" ของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ
ทุนซึ่งไม่ได้หมายถึงแต่เพียงเงิน แต่หมายถึงทรัพยากร  ความรู้ภูมิปัญญา ทุนทางสังคมวัฒนธรรม และอื่นๆ  โดยการค้นหาทุนเหล่านั้นให้พบให้มากที่สุด  เรียนรู้ว่าจะจัดการอย่างไรจึงจะพึ่งตนเองได้อย่างมั่นคง
๔. ชุมชนเข้มแข็งมีธรรมาภิบาล มีการบริหารจัดการที่ดีโปร่งใส ตรวจสอบได้ กระจายอำนาจ
ผู้ใหญ่โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ บ้านหนองกลางดง สามร้อยยอด  ประจวบคีรีขันธ์บอกว่า
"การรวมตัวกันต่อเนื่องเป็นตัวชี้วัดความเข้มแข็งของชุมชน ทำให้มั่นใจว่าเราแก้ปัญหาในหมู่บ้านได้  ที่เกินกำลังค่อยบอกข้างนอกมาช่วย พูดง่ายๆ  คำตอบอยู่ที่หนองกลางดง ไม่ได้อยู่ที่แหล่งงบประมาณเงินเป็นเรื่องเล็กแต่ความรู้สึกมั่นใจของคนในชุมชนเป็นเรื่องใหญ่กว่า"เขาย้ำอีกว่า
"ผมไม่เชื่อว่าคนข้างนอกจะไปสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนได้ ชุมชนต้องสร้างเองเหมือนผลึกที่มันต้องเกิดตรงนั้นแล้วก็โตขึ้นโดยธรรมชาติ"
7. TOYOTA
หลักการที่สำคัญ
1.พัฒนาตนเองอยูตลอดเวลาและอยางตอเนื่อง เรียกวา Kaizen
2.ในการปฏิบัติงานก็มีระบบการใช้ความรู้ในการวิเคราะห์ในแทบทุกกระบวนการ ซึ่งเรียกว่า 5 Whys
3.การแลกเปลี่ยน tacit knowledge ระหว่างกันในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาต่างๆ จะยึดหลัก Genchi-Genbutsu (Go and See)
4 "การเรียนรู้" ของโตโยต้าเน้นที่ OJT - on the job training
5.การนำเสนอ "ความรู้" ระดับบุคคล  ได้แก่  Suggestion System
6.การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประจำวัน   เรียกว่า Morning Talk
7.ตัวเครื่องมือสำหรับ Continuous  Improvement คือ PDCA หรือ QCC
8.เจ้าหน้าที่ระดับหน้างานได้ "เห็น" (visualize) กราฟหรือถ้อยคำง่าย ๆ ที่สะท้อนคุณภาพและการพัฒนาคุณภาพในภาพรวมของโรงงานและแต่ละ "หมู่บ้าน" ก็เขียนรายงานง่าย ๆ ว่าตนได้ปรับปรุงงานในลักษณะลดการสูญเสียอย่างไรบ้าง
9.ผู้บริหารทำหน้าที่เอาภาพย่อยๆ เหล่านี้ไปสังเคราะห์เป็นภาพรวมและสอดส่ายสายตาหา   "ผลงานเลิศ"/"วิธีการเลิศ"นำมายกย่องและทำให้เป็นมาตรฐานใหม่ในระดับองค์กรเห็นการบริหารงานแบบ empowerment ชัดเจน   แต่ไม่ใช่ empowerment แบบไร้โครงสร้าง
10. การบริหารต่อระดับล่างแบบ empowerment   ผู้บริหารระดับสูงก็บริหารทิศทางและความมั่นคงระยะยาว        
 5 Whys  ของ  บริษัท Toyota คือ
การปฏิบัติงานจะมีระบบการใชความรูในการวิเคราะหอยูในทุกๆกระบวนการ กล่าวคือ หากพบปัญหาใดๆ ก็ตามผูจัดการและผูปฏิบัติงานจะตองรวมกันวิเคราะหปญหาโดยตั้งคําถาม 5 ประการ และมีการแลกเปลี่ยน tacit knowledge ระหวางกันในการวิเคราะหรวมทั้งการแกปญหาตางๆ จะยึดหลัก Genchi-Genbutsu (Go and See) ซึ่งทําใหการวิเคราะหและแกปญหาเปนไปอยางลึกซึ้ง และสามารถลดระยะเวลาในการระบุสาเหตุของปญหาได้และสามารถแกไขปญหาไดรวดเร็ว ทันกาล และมีประสิ ทธิภาพสูง ซึ่งระบบการทํางานเชนนี้ เปนการบริหารจัดการองคความรู  โดยเฉพาะที่เปน Tacit Knowledge ไดอยางตอเนื่อง และชวยยกระดับประสิทธิภาพในการทํางานขององคกรไดอยางมาก
8. gotoknow
ขั้นตอนการใช้เวป มีด้วยกัน 3 สเต็ป
1.สมัครสมาชิก
2.สร้างบล็อก
3.บันทึกบล็อก
ประโยชน์ที่ได้จากเวปนี้ คือ
1.ใช้เป็นที่แลกเปลี่ยนความรู้
2.ใช้หาข้อมูลที่ตนสนใจ
3.สามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองในเวปได้
4.เป็นกระดานข่าว
5.ใช้ค้นหาการทำงานขององค์กรต่างๆ

9.การจัดการความรู้ของโรงพยาบาลศิริราช

       โรงพยาบาลศิริราชเป็นโรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล ระดับตติยภูมิ ( สถิติปี พ.ศ. 2546 งานพัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลศิริราชพยาบาล) มีหอผู้ป่วยในทั้งหมด 172 หอ คิดเป็นจำนวนเตียง 2,468 เตียง เฉลี่ยมีผู้ป่วยในเข้ารับการรักษาพยาบาลประมาณปีละ 75,271 รายและมีจำนวนบุคลากรทั้งหมด 9,924 คน

ปัจจัยที่ควรคำนึงถึงในการจัดการความรู้

1.ผู้บริหารต้องเข้าใจอย่างดีถึงประโยชน์ของการนำการจัดการความรู้มาใช้ ในองค์กรที่มีการสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่องโดยการแสดงรูปธรรมของการให้การสนับสนุนให้ประจักษ์
2.มอบหมายผู้รับผิดชอบอย่างเต็มเวลา
3.มีการพัฒนา Facilitator เข้าใจแนวคิดและมีทักษะเพียงพอ
4.กำหนด Milestone ให้ชัดเจน เพื่อให้มีการติดตามและประเมินผล
5.สื่อสารทำความเข้าใจกับคนในองค์กรให้เห็นความสำคัญของการจัดการความรู้
6.จัดให้มีช่องทางของการโอนความรู้ที่หลากหลาย  นอกเหนือจากเรื่อง ITที่เป็นช่องทางหลัก
7.กระตุ้นให้มีการจัดตั้ง  CoP  ทั้งในแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการทั่วทั้งองค์กร
10.การจัดการความรู้ใน  7 Eleven
ปรัชญาองค์กร
เราปราถนารอยยิ้มของลูกค้าด้วยทีมงานที่มีความสุข
วิสัยทัศน์
เราคือผู้ให้บริการสะดวกซื้อ กับลูกค้าทุกชุมชน
Knowledge Asset
1.แผนการพัฒนาองค์กรมุ่งสู่องค์กรที่มีคุณภาพ มีการประกาศนโยบาย “มุ่งเรียนรู้ทั่วทั้งองค์กร”
2.นำกิจกรรมเพิ่มผลผลิตต่างๆ มาใช้ในองกร ซึ่งก่อให้เกิดการเรียนรู้ Share กันภายในองค์กร
3. การสื่อสารแบบ 2 Way communication
4.นโยบายเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพขององค์กรโดยเน้นบุคคลที่มีศักยภาพ
5.มีการแต่งตั้งคณะทำงานจากตัวแทนทุกสำนัก เข้ามาร่วมประชุมและประเมินผลพื่อให้พนักงานในทุกกลุ่มทุกระดับได้มีส่วนร่วม

11สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม

แนวทางการดำเนินงานของ สคส.
1.สร้างขีดความสามารถในด้านการจัดการความรู้
    เน้นการส่งเสริมงาน   “พัฒนาและวิจัย”   ศาสตร์และรูปแบบการจัดการความรู้ในองค์กร(Organization-based), การจัดการความรู้เป็นรายประเด็น (Issued-based) และเป็นรายพื้นที่  (Area-based)  ภายใต้บริบทของไทย  พร้อมทั้งสร้างการเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายภาคีเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตลอดจนส่งเสริมการสร้างนักประสานงาน นักอำนวยความสะดวกจัดการความรู้ ณ จุดปฏิบัติการต่างๆ
2.สร้างกระแสการจัดการความรู้ในสังคมไทย
  ใช้การจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น “มหกรรมความรู้” หรือ “ตลาดนัดความรู้” ทั้งในระดับจังหวัด ภาค และประเทศ การตั้งรางวัลชุมชนกิจกรรมความรู้แห่งปี เพื่อสร้างกระแส และกระตุ้นให้คนในสังคมไทยเกิดความสนใจในการใช้การจัดการความรู้ เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งใช้วิธีการอื่นๆ และใช้การสื่อสารผ่านสื่อต่างๆ กับสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง

การดำเนินการตามยุทธศาสตร์สร้างขีดความสามารถในด้านการจัดการความรู้

1.  ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดโครงการ “พัฒนาและวิจัย” การจัดการความรู้ในกลุ่มหน่วยงาน หรือองค์กร กลุ่ม
1.1 โรงเรียน                                                                        1.2 สถาบันอุดมศึกษา
1.3 โรงพยาบาล                                                                  1.4 หน่วยราชการ
1.5 องค์กรเอกชนไม่แสวงกำไร (เอ็นจีโอ)                   1.6 ธุรกิจขนาดย่อม
1.7 องค์กรประชาชน
2. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดโครงการ “พัฒนาและวิจัย” การจัดการความรู้เป็นรายประเด็น
2.1 เกษตรยั่งยืน
2.2 การพัฒนาเมล็ดพันธุ์ระดับชาวบ้าน
2.3 ธุรกิจชุมชน
2.4 โครงการเชิงประเด็นอื่นๆ
3. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดโครงการ “พัฒนาและวิจัย” การจัดการความรู้เป็นรายพื้นที่ ภายใต้บริบทของไทย
4. ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการประชุมปฏิบัติการเพื่อฝึกอบรมหลักการ ทฤษฎี และวิธีการ แนวปฏิบัติ ด้านการจัดการความรู้
5. ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย เพื่อพัฒนาศาสตร์ ด้านการจัดการความรู้ที่เหมาะสมสอดคล้องกับวัฒนธรรมไทย และสอดคล้องกับบริบทต่างๆ ที่หลากหลาย
สคส. จะใช้วิธีเชื่อมโยงภาคีเข้ามาร่วมคิด ร่วมจัด และร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างกระแสการจัดการความรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย โดย สคส. จะเปิดรับภาคีที่สนใจมาร่วมในภารกิจดังกล่าว นอกจากนี้ สคส. จะมีการใช้สื่อต่างๆ ในหลากหลายรูปแบบเพื่อสื่อสารกับคนในสังคมไทยทุกระดับชั้นในเรื่องการจัดการความรู้เพิ่มมากขึ้น
12.บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
อุดมการณ์
“ ตั้งมั่นในความเป็นธรรม ” 
“ มุ่งมั่นความในความเป็นเลิศ ” 
“ เชื่อมั่นในคุณค่าของคน ”  
“ ถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม ”
Strategies  กลยุทธ์ของเครือซีเมนต์ไทย
Merit System : ระบบคุณธรรม
Fairness : มีความเป็นธรรม  มีเหตุผล
Best recruit and retain : มีกระบวนการในการสรรหา
Training and Development
องค์กรแห่งการเรียนรู้

บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่า........ พนักงานมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อองค์กร ให้ความสำคัญกับการดูแล เอาใจใส่สุขภาพอนามัย

13. . สคส
การจัดการความรู้ หรือที่เรียกว่า KM คือเครื่งมือ เพื่อใช้ในการบรรลุเป้าหมาย
ประเภทความรู้
ความรู้แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
1. ความรู้เด่นชัด ความรู้ที่อยู่นรูปแบบที่เป็นเอกสาร หรือวิชาการ
2. ความรู้เด่นชัด เป็นความรู้ที่แฝงอยู่ในคน
ความรู้เด่นชัดจะเน้นที่ การเข้าถึงแหล่งความรู้ ตรวจสอนและตีความได้ เมื่อนำไปใช้แล้วเกิดความรู้ใหม่ ส่วนความรู้ซ้อนเร้น จะเน้นไปที่การจัดเวทีเพื่อให้ มีการบ่งปันความรู้ที่มีอยู่ในตัวผู้ปฏิบัติทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน อันนำไปสู่ความรู้ใหม่
โมเดลปลาทู

  1. ส่วนหัว KV ส่วนที่เป็นเป้าหมาย วิสัยทัศน์หรือทิศทาง ของการจัดการความรู้ โดยก่อนที่จะทำการจัดการความรู้
  2. ส่วนตัวปลา KS เป็นส่วนของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญซึ่ง คุรอำนวย มีบทบาทในการกระตุ้นให้คุณกิจ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยความรู้ซ่อนเร้นมีอยู่ในตัวคุณกิจ
  3. ส่วนหางปลา  KA เป็นส่วนของ คลังความรู้ หรือขุมความรู้ ที่ได้จากการเก็บสะสม เกร็ดความรู้ ที่ได้จากกระบวนการแลกเปลี่ยนความรู้ ตัวปลา ซึ่งเราอาจเก็บส่วนของหางปลา

คนสำคัญที่ดำเนินการจัดการความรู้

  1. ผู้บริหารสูงสุด เป็นผู้บริหารสูงสุดควรเป็นผู้ริเริ่มกิจกรรมจัดการความรู้
  2. คุณเอื้อ 
  3. คุณอำนวย เป็นผู้คอยอำนวยความสะดวก ในการจัดการความรู้ ความสำคัญของ คุณอำนวย อยู่ที่การเป็นนักจุดประกายความคิดและการเป็นนักเชื่อมโยง
  4. คุณกิจ คือ ผู้ปฏิบัติ เป็นผู้ดำเนินกิจการจัดการความรู้ประมาร ร้อยละ 90-95 ของทั้งหมด
  5. คุณประสาน  เป็นผู้ที่คอยประสานเชื่อมโยงเครือข่ายการจัดการความรู้ระหว่างหน่วยงาน ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวงที่กว้างขึ้น เกิดพลังร่วมมือทางเครือข่ายในการเรียนรู้และยกระดับความรู้ดป็นทวีคูณ

แนวทางการดำเนินงานของ สคส. 1.สร้างขีดความสามารถในด้านการจัดการความรู้    เน้นการส่งเสริมงาน   “พัฒนาและวิจัย”   ศาสตร์และรูปแบบการจัดการความรู้ในองค์กร(Organization-based), การจัดการความรู้เป็นรายประเด็น (Issued-based) และเป็นรายพื้นที่  (Area-based)  ภายใต้บริบทของไทย  พร้อมทั้งสร้างการเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายภาคีเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตลอดจนส่งเสริมการสร้างนักประสานงาน นักอำนวยความสะดวกจัดการความรู้ ณ จุดปฏิบัติการต่างๆ2.สร้างกระแสการจัดการความรู้ในสังคมไทย  ใช้การจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น “มหกรรมความรู้” หรือ “ตลาดนัดความรู้” ทั้งในระดับจังหวัด ภาค และประเทศ การตั้งรางวัลชุมชนกิจกรรมความรู้แห่งปี เพื่อสร้างกระแส และกระตุ้นให้คนในสังคมไทยเกิดความสนใจในการใช้การจัดการความรู้ เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งใช้วิธีการอื่นๆ และใช้การสื่อสารผ่านสื่อต่างๆ กับสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง1.  ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดโครงการ “พัฒนาและวิจัย” การจัดการความรู้ในกลุ่มหน่วยงาน หรือองค์กร กลุ่ม 1.1 โรงเรียน                                                                        1.2 สถาบันอุดมศึกษา1.3 โรงพยาบาล                                                                  1.4 หน่วยราชการ1.5 องค์กรเอกชนไม่แสวงกำไร (เอ็นจีโอ)                   1.6 ธุรกิจขนาดย่อม1.7 องค์กรประชาชน2. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดโครงการ “พัฒนาและวิจัย” การจัดการความรู้เป็นรายประเด็น2.1 เกษตรยั่งยืน2.2 การพัฒนาเมล็ดพันธุ์ระดับชาวบ้าน2.3 ธุรกิจชุมชน2.4 โครงการเชิงประเด็นอื่นๆ3. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดโครงการ “พัฒนาและวิจัย” การจัดการความรู้เป็นรายพื้นที่ ภายใต้บริบทของไทย 4. ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการประชุมปฏิบัติการเพื่อฝึกอบรมหลักการ ทฤษฎี และวิธีการ แนวปฏิบัติ ด้านการจัดการความรู้5. ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย เพื่อพัฒนาศาสตร์ ด้านการจัดการความรู้ที่เหมาะสมสอดคล้องกับวัฒนธรรมไทย และสอดคล้องกับบริบทต่างๆ ที่หลากหลาย สคส. จะใช้วิธีเชื่อมโยงภาคีเข้ามาร่วมคิด ร่วมจัด และร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างกระแสการจัดการความรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย โดย สคส. จะเปิดรับภาคีที่สนใจมาร่วมในภารกิจดังกล่าว นอกจากนี้ สคส. จะมีการใช้สื่อต่างๆ ในหลากหลายรูปแบบเพื่อสื่อสารกับคนในสังคมไทยทุกระดับชั้นในเรื่องการจัดการความรู้เพิ่มมากขึ้น 12.อุดมการณ์ “ ตั้งมั่นในความเป็นธรรม ”  “ มุ่งมั่นความในความเป็นเลิศ ”  “ เชื่อมั่นในคุณค่าของคน ”   “ ถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม ” Strategies  กลยุทธ์ของเครือซีเมนต์ไทยMerit System : ระบบคุณธรรมFairness : มีความเป็นธรรม  มีเหตุผล Best recruit and retain : มีกระบวนการในการสรรหาTraining and Developmentองค์กรแห่งการเรียนรู้ 13.การจัดการความรู้ หรือที่เรียกว่า KM คือเครื่งมือ เพื่อใช้ในการบรรลุเป้าหมายประเภทความรู้ ความรู้แบ่งได้เป็น 2 ประเภท1. ความรู้เด่นชัด ความรู้ที่อยู่นรูปแบบที่เป็นเอกสาร หรือวิชาการ2. ความรู้เด่นชัด เป็นความรู้ที่แฝงอยู่ในคนความรู้เด่นชัดจะเน้นที่ การเข้าถึงแหล่งความรู้ ตรวจสอนและตีความได้ เมื่อนำไปใช้แล้วเกิดความรู้ใหม่ ส่วนความรู้ซ้อนเร้น จะเน้นไปที่การจัดเวทีเพื่อให้ มีการบ่งปันความรู้ที่มีอยู่ในตัวผู้ปฏิบัติทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน อันนำไปสู่ความรู้ใหม่โมเดลปลาทูคนสำคัญที่ดำเนินการจัดการความรู้ทรู  คือผู้ให้บริการสื่อสารครบวงจรในประเทศไทย และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศ เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานรายใหญ่ที่สุดในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และเป็นผู้ที่ให้บริการบรอดแบนด์หรืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงรายใหญ่ที่สุดของประเทศ รวมทั้งเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตชั้นนำ 1.  เชื่อถือได้ 2.  สร้างสรรค์ 3.  เอาใจใส่ 4.  กล้าคิดกล้าทำ 5.  การเริ่มต้น KM ของ True1 ขั้นตอน การปรับเปลี่ยนและการจัดพฤติกรรม2.ขั้นตอน การสื่อสารทั่วทั่งองค์กร3.การพัฒนากระบวนการและเครื่องมือ4.การเรียนรู้5.การวัดและติดตามประเมินผล6.สร้างแรงจูงใจ1.ทำให้ True ได้ Central Knowledge Center ซึ่งได้รวบรวมเอกสารนับพันฉบับในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการตอบคำถามลูกค้า   2.พนักงานกว่า 1,500 คนสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ให้แก่ลูกค