การเดินทางครั้งนี้ไปเพื่อศึกษาดูงานในเวียดนาม ให้รู้ทันเขาและเขาใจตัวเองมากขึ้น

         วันอาทิตย์ที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๐ : พิษณุโลก-มุกดาหาร

        บันทึกการเดินทางตอนแรกนี้ เริ่มที่เมืองไทยครับ ก่อนเวลาเดินทางที่นัดกันไว้ตอน ๑ ทุ่ม ผมก็เคลียร์งานหลายอย่างทั้งที่กองอยู่บนโต๊ะและใต้โต๊ะ (ไม่ใช่ซองขาวนะครับ แต่เป็นกองสมุดการบ้านของนิสิต) และไหนจะเป็นบันทึกใน GotoKnow ด้วย แต่จนแล้วจนรอดก็เคลียร์ไม่หมดครับ..เวลาใกล้ ๑ ทุ่มแล้ว วานให้คนไปส่งที่ตึกชีววิทยา

         การเดินทางครั้งนี้ไปเพื่อศึกษาดูงานในเวียดนาม ให้รู้ทันเขาและเขาใจตัวเองมากขึ้น

         ไปถึงตึกชีววิทยา รถตู้ ๒ คันมาพร้อมกันแล้ว ผู้ที่จะเดินทางทั้งหมด ๑๕ ชีวิต กับพลขับ ๒ คน..ความจริงคณะของเรามี ๑๗ คน แต่จะตามไปสมทบที่มุกดาหารอีก ๒ คน (เอาไว้ผมจะลงภาพทั้ง ๑๗ท่านให้ชมกันนะครับ)

          รถตู้คันแรก ผู้โดยสารเป็นหญิงทั้งหมด ๗ คน โดยเฉลี่ยอายุถือว่าเป็นกลุ่มอายุน้อยครับ พลขับเป็นคุณน้าผู้ชาย (อายุมากหน่อย)

          รถตู้คันที่สอง ผู้โดยสารเป็นกลุ่มอายุมาก ๘ คน เป็นผู้ชาย ๓ คน (Only three) ที่เหลือก็เป็นหญิง ส่วนมากผู้หญิงจะเป็นสาวโสดนะครับ คนขับเป็นหลานของน้าผู้ชาย แต่แกชื่อ "ป๋า" เป็นหนุ่มอายุไม่น่าจะเกิน ๓๐ ปี

          ป๋า เริ่มขับรถท่องเที่ยวตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.๖ และต่อมาก็เรียนต่อเอกการท่องเที่ยวที่ วค.พิบูลสงคราม (มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม)  ขับรถตู้จนเปลี่ยนมาเป็นคันที่สามแล้ว ๒ คันแรกใช้คันละ ๕ ปี รถเก่าก็ไปขายตามเต้นท์จะได้ราคากว่าเอาไปเทิร์นกับบริษัทรถยนต์ การที่ "ป๋า" เรียนเอกท่องเที่ยว ก็ได้นำมาใช้ประโยชน์โดยการแนะนำแหล่งท่องเที่ยวให้กับแขก เรียกว่าเป็น "ทูอินวัน" คือ เป็นทั้ง พขร. และ ไก๊ด์

           ผมเลือกที่นั่งตอนหน้าคู่กับป๋า ช่วงที่เราออกจากพิษณุโลก ตั้งใจจะไปทางบ้านคลอง แต่ "คุณน้า" ของป๋า แกลืมของ (แผ่น CD) เลยแวะไปที่บ้าน แล้ววิ่งเลียบแม่น้ำน่านมาทาง หน้ามรภ.พิบูลย์สงคราม เพื่อจะมา U-Turn ที่แนวกำแพงเมืองเก่า ข้ามสะพานนเรศวร ไปสี่แยกอินโดจีน...ตอนเลียบแม่น้ำน่าน สังเกตเห็นแนวไฟสีที่ใช้ประดับตกแต่งริมแม่น้ำช่วงลอยกระทง และจะเปิดไฟต่อไปจนถึงสิ้นปีเลยทีเดียว beeman น่าจะหาโอกาสไปเที่ยวดูไฟอีกสักครั้ง

          ช่วงออกจากพิษณุโลกไปได้หน่อย ทีมงานด้านหลังเขาดูหนังแผ่น (VCD) กัน ส่วนผมมองไม่เห็นหนังก็เลยตีตั๋วนอนตลอดไปจงถึงจังหวัดขอนแก่นประมาณเที่ยงคืนกว่า ช่วงนี้ประชาชนกำลังเที่ยวงานกาชาดกัน ช่วงทางที่จะเข้าขอนแก่นประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ทางไม่ค่อยจะดี เพราะเขากำลังปรับปรุงทางขนานใหญ่ (ระยะทางจากลพิษณุโลก-ขอนแก่น ตามเส้นทางหมายเลข ๑๒ ระยะทาง ๓๙๑ กิโลเมตร รวมระยะทางถึงมน.หนองอ้อ เข้าไปด้วย เป็นระยะทางรวมประมาณ ๔๐๗ กิโลเมตร ใช้เวลาวิ่งรถแบบไม่รีบ ๕ ชั่วโมง)

          ออกจากขอนแก่น เรามุ่งหน้าไปทางเส้นทางหลวงหมายเลข๒๑๓ มุ่งหน้าสู่กาฬสินธุ์ (ระยะทางจากขอนแก่นถึงมุกดาหาร เท่ากับ ๒๔๓ กิโลเมตร) พอถึงกาฬสินธุ์เราก็มุ่งหน้าไปยังอำเภอสมเด็จตามเส้นทางหมายเลข ๒๑๓ เหมือนเดิม

เส้นทางหลวงแผ่นดิน 123 ขอนแก่น-กาฬสินธุ์ เส้นทาง 2042 กาฬสินธุ์-มุกดาหาร 
ภาพจาก http://www.thai-tour.com/  

         พอถึงอำเภอสมเด็จเราก็แยกไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข ๒๐๔๒ ไปห้วยผึ้ง-กุฉินารายณ์-มุกดาหาร.. รถเราค่อยๆ วิ่งทำเวลาให้ช้าลงเพื่อให้ไปถึงมุกดาหารประมาณตีสี่...ตอนตีสามเราเหลือระยะทางอีก ๒๖ กิโลเมตรจะถึงมุกดาหาร....เข้าเขตจังหวัดมุกดาหารตอนตีสามครึ่ง รถวนหา "โรงแรมเคียงพิมาน" อยู่พักหนึ่งก็พบ ที่นี่ทางบริษัททัวร์จองโรงแรมไว้ให้เรา เพื่อให้อาบน้ำและทำธุระส่วนตัว..ฝ่ายประสานงานลงไปติดต่อที่ประชาสัมพันธ์ของโรงแรม เขาเตรียมห้องไว้ให้เรา ๔ ห้องด้วยกัน เป็นแบบ Day Use ไม่มีหมอน ไม่มีผ้าห่ม ไม่มีผ้าคลุมเตียง ไม่มีผ้าเช็ดตัว ไม่มีน้ำดื่มให้ (ค่าที่พักแบบเดินเข้ามา ๒ คน ๙๗๐ บาทพร้อมอาหารเช้า, ถ้าติดต่อเป็น Group เข้ามาเหลือ ๖๗๐ รวมอาหารเช้าด้วย แต่ถ้าพักคนเดียวเหลือ ๕๘๐ บาท โทร ๐๔๒-๖๑๕๒๘๔๒๘)

         พวกเรา ๓ หนุ่มสามมุม พักด้วยกันที่ห้อง ๒๑๙ มี Aj beeman, Aj ประสุขหรือภูคา ๑ และ Aj Golf ทั้งสองคนไปแอบงีบกันคนละหน่อยตอนตีสี่พอดี ส่วนผมอาบน้ำอาบท่าแปรงฟันเสร็จแล้วก็หาเวลามาบันทึกตอนตีสี่ยี่สิบ พอตีห้ายี่สิบผมก็ไปเดินเที่ยวที่ตลาดโต้รุ่งใกล้ๆ โรงแรม....ตอนเช้าเขานัดพร้อมกัน ๖ โมงเช้า (ยังมีต่อ)

beeman by Apinya

มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์  
神奇的蜂爷
  
(shen2  qi2  de1  feng1  ye2)