ขอบคุณทวยเทพเทวาที่ยังให้โอกาสผมได้ทำประโยชน์เพื่อแผ่นดินต่อไปอีก ผมจะไม่ประมาทอีกต่อไปแล้วครับ ข้อความนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ผมล้มป่วยด้วยอาการเส้นเลือดในสมองตีบเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2550เวลาประมาณ 08.30 น. ดังรายละเอียดต่อไปนี้....เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 17พ.ย.2550 เวลาประมาณ เที่ยงคืนครึ่งผมตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำรู้สึกว่าร่างกายซีกซ้ายไม่มีแรง เดินไม่ตรงทาง และพูดไม่สะดวก แต่ก็มิได้คิดอะไรมากมายนอกจากคิดไปเองว่าคงเพิ่งตื่นเลยยังงัวเงียอยู่หลังจากปัสสาวะเสร็จก็มานั่งเล่นinternet แต่รู้สึกว่าไม่มีแรงจึงนอนต่อจนถึง6โมงเช้า ตื่นขึ้นมาก็เดินเป๋ไปเป๋มาเหมือนเดิมซีกซ้ายไม่มีแรงและพูดไม่ชัด ผมจึงเริ่มสงสัยว่าตัวเองกำลังป็นอะไรกันแน่ แต่วันนี้มีภาระที่จะต้องไปส่งลูกสาวที่จังหวัดพิษณุโลกเพื่อเข้าทดสอบคณิตศาสตร์ที่โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม จึงอาบน้ำแต่งตัวขับรถไปส่งลูกสาวที่พิษณุโลก ทั้งๆที่ยังเดินเป๋ไปเป๋มาแต่มั่นใจว่าตัวเองไม่เป็นอะไรแต่เมื่อขับรถไปพบว่ารถวิ่งเข้าซ้ายตลอดเวลาและแขนซ้ายก็ไม่มีแรงพูดก็ไม่ชัดจึงถามลูกสาวทั้งสองว่าพูดไม่ชัดใช่หรือไม่ ลูกสาวทั้งสองก็บอกว่าใช่ ผมชักไม่แน่ใจในสุขภาพของตนเองมากขึ้นแต่ก็ขับรถต่อไปจนถึงหอพักของลูกสาวที่หน้า มหาวิทยาลัยนเรศวร (มอใน)ขณะที่เลี้ยวรถเข้าหอรู้สึกตกใจมากเมื่อล้อรถปีนขึ้นฟุตบาทจึงคิดว่าเราไม่ไหวแล้วต้องเข้าโรงพยาบาลดีกว่าสงสัยว่าจะเป็นอัมพฤกแน่ๆจึงรีบโทรไปบอกเพื่อน(ครูสมบุญ กาละพงศ์)ให้รับแม่บ้านผมมาพาผมไปส่งโรงพยาบาลด้วยโดยพูดก็ไม่ชัดครูสมบุญพยายามปลอบใจให้ใจเย็นๆไม่ต้องตกใจให้รออยู่เดี๋ยวจะรีบมา ไม่นานนักครูวินัย นาคแดงซึ่งอยู่ที่พิษณุโลกก็มารับไปส่งโรงพยาบาลที่ผมเองเลือกคือโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรโดยมีครูสมบุญ ครูเมตตาและแม่บ้านของผมรออยู่เมื่อเข้าโรงพยาบาล ก็ด้รับการดูแลอย่างดีมากๆๆจากเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายของโรงพยาบาลและนำส่งไปที่โรงพยาบาลพิษณุเวชเพื่อทำการscanสมองโดยหมอคาดว่า อาจมีเลือดออกในสมองเพราะความดันโลหิตในขณะนั้นสูง 196-130 เมื่อทำการตรวจสมองเสร็จ พบว่าไม่มีเลือดออกแต่อย่างใด มีเพียงอาการเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอเพราะมีลิ่มเลือดไปอุด หมอจึงจ่ายยาแอสไพริน 300มิลลิกรัม 1 เม้ด เพื่อละลายลิ่มเลือด ผมก็มีอาการดีขึ้นตามลำดับ นอนนโรงพยาบาลวันที่ 18-19-20-21-22 อาการดีขึ้นเป็นลำดับจนคุณหมอบอกว่าโชคดีที่อาการดีภายใน 24 ชั่วโมง จึงรับรองว่าหายแน่ภายใน 3 เดือนทุกอย่างจะเป็นปกติ อาการที่ปรากฏคือ ร่างกายซีกซ้ายไม่มีแรง ปากเบี้ยวพูดไม่ชัด เดินไม่ตรงทาง ในระหว่างที่พักในโรงพยาบาลผมได้รับความเมตตาจากผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงานที่เป็นเสมือนพี่น้อง และที่สำคัญภรรยายของผมเฝ้าอาการผมไม่คลาดสายตาเลย คุณหมอสั่งให้ผมพักผ่อนมากๆเพราะผมทำงานมากเกินไป พักผ่อนไม่เพียงพอ.....จึงทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ เหตุการ์ในครั้งนี้ทำให้ผมได้ข้อคิดที่สำคัญสำหรับการมีชีวิตอยู่เพื่อทำประโยชน์เพื่อแผ่นดินว่า จงอย่าประมาทโดยเด็ดขาดดังนี้
1. จงอย่าประมาทในการออกกำลังกายสม่ำเสมอเพราะจะทำให้ร่างกายแข็งแรง
2. จงอย่าประมาทในการกินอาหารที่มีคุณภาพ อย่ากินตามความต้องการของตนเองโดยลืมนึกถึงร่างกายและคุณค่าของอาหารที่ได้รับ อย่ากินเค็ม อย่ากินหวาน อย่ากินมัน กินผักและผลไม้เยอะๆ
3. จงอย่าประมาทในการพักผ่อนให้เพียงพอ เรามักคิดว่าเราทำงานได้สบายมากแม้จะดึกดื่นเพียงไร แต่จงนึกเสมอว่าร่างกายเราไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ร่างกายต้องการการพักผ่อน
4. จงอย่าประมาทที่จะสร้างบุญ-ทานอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนเพราะตลอดเวลาผมพบกับตนเองว่าเพื่อนพี่น้องทุกๆคนให้ความเมตตากับผมอย่างมากเป็นห่วง ช่วยเหลือทุกอย่างให้กำลังใจ ดูแล จนผมมีกำลังใจมากมายที่จะต่อสู้กับอาการเจ็บป่วยได้อย่าดีมาก การทำบุญต้องคู่กับการทำทานการช่วยเหลือผู้อื่นให้มีความสุขสมหวังโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชังจะส่งผลให้เกิดบุญบารมีแก่ตัวท่านเอง อาจกล่าวได้ว่า ทวยเทพเทวาจะคุ้มครองผู้ที่ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
ผมอยากจะขอขอบคุณทวยเทพเทวาทุกองค์ที่เมตตาให้ผมได้มีโอกาสทำงานเพื่แผ่นดินได้อีกต่อไป พร้อมขอขอบคุณเพื่อน น้องทุกๆท่านที่เมตตาต่อผมครับ..........ขอทุกท่านจงอย่าประมาทนะครับ
จงอย่าประมาท
จงอย่าประมาท
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
แก้งหลักด่าน · 1 ธ.ค. 2550
เม้ง สมพร ช่วยอารีย์ · 1 ธ.ค. 2550
แก้งหลักด่าน · 1 ธ.ค. 2550
บัวชูฝัก · 1 ธ.ค. 2550
natsuko · 1 ธ.ค. 2550