บทเรียนใกล้ตายสอนอะไรคุณ

สาวโสคคนที่หนึ่ง เป็นครูสอนคณิตศาสตร์ที่ได้รับรางวัลครูดีเด่น สอนเข้าใจ รู้เรื่อง รับผิดชอบในหน้าที่การงานด้วยใจ ใครอยู่ด้วยแล้วสบายใจเพราะเธอไม่โต้แย้ง ไม่ทะเลาะกับใคร ชีวิตที่ราบเรียบสะดวกสบายตามความพอเพียงของเธอนั้น ไม่น่ามีอะไรเครียด แต่...............มาดูเบื้องหลังความเป็นไปของเธอ

เป็นลูกคนที่สามของพ่อแม่ เรียนเก่งเจ้าระเบียบ สะอาด ของทุกชี้นที่เธอซื้อต้องคุ้มค่าคุ้มทุนและมีพอดีใช้ รับรองเธอไม่เคยอยากได้ในของที่ไม่จำเป็น เธอไม่ใช่คนขี้เหนียวนะอันนี้รับรองได้ เมื่อมีงานบันเทิงของครอบครัวเธอจะเป็นคนคุมเงิน ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง รับรองได้เธอคำนวณและจัดสรรเป็นอย่างดีไม่มีบานปลาย เขาร้องเพลงเต้นรำ เล่นเกมส์ เธอได้แต่นั่งยิ้มดูเฉยๆ

ชีวิตในแต่ละวัน เช้าไปโรงเรียน เย็นสอนพิเศษฟรีให้เด็กที่อยากเรียนเพิ่มเติมเพราะถือคติว่า หากสอนเด็กไม่เข้าใจต้องรับผิดชอบ เวลาว่างจึงเป็นช่วงที่เปิดโอกาสให้เด็กที่ยังอยากรู้มาเรียน ค่ำกลับบ้าน วันหยุดสอนลูกคณิตศาสตร์ให้ลูกเพื่อน(ฟรีอีก-เพราะเธอรู้สึกว่า อาชีพครูเป็นอาชีพสาธารณประโยชน์ )  

เรื่องสุขภาพเธอดูแลตนเองอย่างดี อาหารการกินถูกสุขลักษณะ กินแต่พอดี รูปร่างเธอดีคงที่ ตรวจสุขภาพทุกปี

ชีวิตที่ผ่านมามีศีลห้าบริบูรณ์ แต่ไม่เชื่อเรื่องเวรกรรม ชวนไปนั่งสมาธิทำบุญตักบาตรไม่ไป เพราะเขาบอกว่าเขาไม่เคยเบียดเบียนใคร

วันหนึ่ง เธอคลำพบมีก้อนที่เต้านม หมอว่าเป็นมะเร็งเต้านม เธอรับรู้ด้วยความสงบ นิ่งเงียบอย่างที่เธอเป็น เธอเข้ารับยาเคมีบำบัด อย่างเงียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ แม้จะอาเจียน ผนร่วง คลื่นไส้ เธอไม่โวยวาย และยังบอกว่าสามารถทำงานได้ปกติ แต่ทางโรงเรียนก็ไม่จัดให้สอน เธอไปลงชื่อทุกวัน แล้วนั่งทำงานอื่นๆ ตามปกติ อาการไม่ทุกข์ร้อน ไม่ทุรนทุราย ไม่แสดงความเจ็บปวดใดๆ ทั้งที่มะเร็งเป็นโรคที่ใครๆก็กลัว ....หรือเธอจะแยกจิตแยกกายได้........

บัดนี้ ..........เธอรับยาครบแล้ว มะเร็งจึงเป็นสิ่งที่ไม่ได้ทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยบแปลงไปเลย

สาวไม่โสดคนที่สอง เป็นลูกคนแรก อาชีพครูเช่นเดียวกัน ชีวิตสะดวกสบายตามอัตภาพ มีกินมีใช้ไม่เดือดร้อน ศีลห้าแม้ไม่บริสุทธินักเพราะมักเผลอในข้อพูดเพ้อเจ้อเป็นประจำ เพราะเธอช่างพูดและเป็นขาเม้าท์

ชีวิตมีแต่งานไม่เว้นแม้วันหยุด เธอบอกว่าบทเรียน ห้องเรียนต้องน่าสนใจ 

เรื่องสุขภาพเธอไม่สน แต่เธอรับประทานอาหารดี ชอบอะไรก้กิน น้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ เธอไม่สนใจสุขภาพนักเพราะไม่เคยป่วยเป็นอะไรเลย แม้แต่หวัด เป็นก็ไม่รักษาหายเอง

เรื่องทำบุญเธอไม่สนเช่นกัน เธอบอกว่าชีวิตเธอไม่เคยทำบาป

วันหนึ่งเธอคลำพบก้อนที่คอ เธอเดือดร้อนมาก ตรวจแล้วแพทย์ให้รอหนึ่งเดือนเพราะต่อมนำเหลืองอาจโตได้เพราะเธอมีฟันผุ ถ้าไม่ยุบค่อยหาสาเหตุ แต่ เธอไม่รอเปลี่ยนหมอทันที ได้ยามากินยุบไปนิดแล้วขึ้นใหม่ เธอเดือนร้อนมาก จนต้องตัดชิ้นเนื้อมาตรวจ (หมอคนที่สาม)  สามอาทิตย์ตั้งแต่เริ่มพบก้อน น้ำหนักเธอลดไปสิบกิโล จากคนร่าเร่งช่างพูดกลายเป็นคนเก็บตัว ไม่กินอาหารร้องไห้ฟูมฟายทั้งวัน คิดว่าตัวเองเป็นมะเร็งแน่แล้ว  เธอบอกว่าเธอตกนรกทุกข์ทรมานมาก วันหนึ่งเธอจึงลุกมาสวดมนต์ ใส่บาตรตอนเช้าทุกวัน

หลังจากที่หมอบอกว่าเธอไม่ได้เป็นมะเร็งเธอดีใจ เธอเริ่มดูแลตนเองบำรุงสุขภาพเพราะเธอเริ่มขาดอาหารแล้ว ขณะนี้สุขภาพเธอดี จิตใจผ่องใส สวดมนต์ ฟังเทศฟังธรรม ตักบาตร ใครๆก็พูดว่าเธอเปลี่ยนไป

สำหรับข้าพเจ้าปฏิบัติเท่านี้ไม่เพียงพอ ไม่คุ้มค่าที่อุตสาห์เกิดมาเป็นคน เมื่อเกิดมาแล้วเป็นโชคดีที่จะได้มีโอกาสปฏิบัติธรรม จนไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีก ข้าพเจ้ายังคิดไม่ออกว่าทำอย่างไรจะให้ทั้งคู่ทำวิปัสสนากรรมฐาน ก่อนที่จะหมดโอกาส ทั้งที่เขาโชดดีที่พบทุกข์ก่อนแก่จนปฏิบัติไม่ไหว