จากการที่ข้าพเจ้า นางนิชาภา จันทร์เพ็ญ ได้ปฏิบัติการสอนวิชาภาษาไทย ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ มาเป็นเวลานาน ทำให้ข้าพเจ้าพบปัญหาการอ่านไม่ออก และการเขียนไม่ถูกต้อง ของนักเรียนเป็นส่วนใหญ่ ส่วนปัญหาที่พบมากที่สุดคือ ปัญหาการเขียน นักเรียนไม่สามารถเขียนเรียงความได้ดี จะเห็นได้จากการให้นักเรียนเขียนเรียงความ ๑ เรื่อง นักเรียนไม่สามารถเรียงลำดับความคิดก่อนหลังได้ นักเรียนไม่รู้จักวางโครงเรื่อง การใช้สำนวนภาษาก็ไม่สามารถใช้ได้ดี และการใช้ถ้อยคำสละสลวยก็อยู่ในขั้นต้องปรับปรุง จากนักเรียน ประมาณร้อยละ ๗๐ สาเหตุเกิดจากนักเรียนยังไม่ชอบอ่านหนังสือเป็นจำนวนมาก ทำให้นักเรียนไม่เกิดความคิดที่หลากหลาย และนักเรียนไม่ชอบจดบันทึก และเขียนข้อคิดเห็นในเรื่องที่ได้บันทึก ซึ่งเป็นผลให้นักเรียนเขียนเรียงความได้ดี
ข้าพเจ้าจึงจัดทำแบบฝึกแบบง่าย ๆ ๒ ตอน โดยให้นักเรียนได้เรียนจากง่ายไปหายาก โดยตอนที่๑ ข้าพเจ้าให้คำว่า บ้าน แล้วให้นักเรียนช่วยกันคิดถึงคำที่มีความเกี่ยวข้องกับคำที่กำหนดให้อย่างน้อย ๑๐ คำ แล้วนำคำเหล่านั้นไปแต่งประโยคสั้น ๆ ตอนที่ ๒ ให้คำว่า ชีวิตของฉัน แล้วให้นักเรียนคิดโครงเรื่องที่นักเรียนสามารถเขียนได้ มาคนละ ๕ เรื่องที่เกี่ยวข้อง จากนั้นก็ให้นักเรียนเขียนเรียงความตามโครงเรื่องที่ตนคิดได้ ปรากฏว่านักเรียนร้อยละ ๙๐ สามารถเขียนเรียงความได้ โดยสามารถเขียนเรียงลำดับความคิดก่อนหลังได้ การใช้ถ้อยคำก็สละสลวย สำนวนภาษาที่ใช้ก็ดีขึ้น ทำให้นักเรียนเกิดความรู้สึกอยากเขียนเรื่องต่อ แล้วอยากอ่านหนังสือให้หลากหลาย ซึ่งวิธีการนี้น่าจะเป็นวิธีหนึ่งที่จะปลูกฝังนิสัยรักการอ่านได้ และช่วยให้นักเรียนมีความคิดที่หลากหลายและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้