มหาวิทยาลัยหอการค้าชี้ เศรษฐกิจไทยปี 51 ยังเสี่ยง จากพิษน้ำมัน ปัญหาซับไพรม์สหรัฐฯ คาดขยายตัวได้เพียง 4.6% นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ได้ประมาณการภาวะเศรษฐกิจของไทยปี 2551 คาดว่า จะขยายตัว 4.6% เพิ่มขึ้นจากปี 2550 ที่คาดว่า ขยายตัว4.2% เนื่องจากผลกระทบจากราคาน้ำมัน ซึ่งมีแนวโน้มค่าเฉลี่ยราคาขยับขึ้นอีก 5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มจาก   65-68 เหรียญสหรัฐ เป็น 70-72 เหรียญสหรัฐในปีหน้า ทำให้กระทบต่อราคาเฉลี่ยน้ำมันขายปลีกในประเทศเพิ่มอีก  2 บาทต่อลิตร หรือน้ำมันดีเซลเพิ่มจากลิตรละ 26-27 บาท เป็นลิตร 29-30 บาท น้ำมันเบนซินเพิ่มจากลิตรละ  29-30 บาท เป็นลิตรละ 32-33 บาท ทำให้ไทยขาดดุลสูงขึ้นจากการนำเข้าน้ำมันอีก 50,000 ล้านบาท เป็นปัจจัยกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจลดลง 0.2%   นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังได้รับผลกระทบจากการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ ที่ขณะนี้มีปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (ซับไพรม์) อาจทำให้ระบบธนาคารของสหรัฐไม่ปล่อยเงินสู่ระบบ กระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐฯ และส่งผลให้กระทบต่อการส่งออกสินค้าไทย ที่คาดว่าปีหน้าการส่งออกไทยจะขยายตัวได้เพียง 8% ยกเว้นธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 1-2% โดยเริ่มลดในเดือน ธ.ค.นี้ 0.5% ปัญหาซับไพรม์ คาดว่า จะคลี่คลายได้บางส่วน   เมื่อเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1% จะส่งผลให้เงินสหรัฐฯ อ่อนตัวลง แต่ทำให้สกุลยูโรและบาทแข็งขึ้น ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยในปีหน้าน่าจะอยู่ที่ 32.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หรืออาจลงถึง 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในระยะเวลาสั้น ๆ จะกระทบต่อการส่งออก นายธนวรรธน์กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ทำให้ไตรมาสแรกปีหน้า การส่งออกไทยมีสถานการณ์น่าห่วงจากปัญหาค่าบาทแข็ง รัฐบาลต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย และควรเปิดด่านชายแดนถาวร    เพื่อลดอุปสรรคการค้าชายแดน ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัวกลับมา ทำให้มีการใช้จ่าย การลงทุน และการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ภายในครึ่งปีหลังบนพื้นฐานการเมืองนิ่งและมีเสถียรภาพ  สำหรับการวิเคราะห์เศรษฐกิจแต่ละภูมิภาค พบว่า ทุกภูมิภาคมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจในทิศทางเดียวกัน คือ ปี 2550 เศรษฐกิจจะต่ำสุดในไตรมาส 3 และเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 4 โดยปัจจัยส่งเสริมให้เศรษฐกิจทุกภูมิภาคขยายตัวสูงขึ้นในไตรมาสสุดท้าย ได้แก่ สินค้าภาคเกษตรยังมีราคาในเกณฑ์ดี รวมทั้งการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในเทศกาลปีใหม่และการเลือกตั้ง ทำให้เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทุกภูมิภาคเพิ่มขึ้น   “ไตรมาสสุดท้าย เศรษฐกิจภูมิภาคจะเริ่มฟื้นตัวขึ้น เพราะเข้าสู่ช่วงหน้าหนาว มีเทศกาลปีใหม่ และการเลือกตั้ง ทำให้มีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายหาเสียง รายได้จากการท่องเที่ยวโดยเฉพาะภาคเหนือ ยกเว้นความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ อาจกระทบต่อการท่องเที่ยวใต้ตอนล่าง แต่ภาครวมถือว่ามีความคึกคักมากขึ้น ผู้จัดการออนไลน์  แนวหน้า 

มติชน  เดลินิวส์