อำนาจ (Authority) คือหน้าที่ควบคู่กับคนมาทุกยุคทุกสมัย เพราะทุกคนมีหน้าที่ ต้องปฏิบัติ ในการปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุได้ จำเป็นต้องมีอิทธิพล (Influence) เพื่อให้หน้าที่สำเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์ จึงได้สมญานามว่า เป็นผู้มีอำนาจ ที่มาของอำนาจจะมีจากเหตุต่าง ๆ เพื่อให้เกิดอิทธิพลมีต่อผลการกระทำ เช่น อำนาจตามธรรมชาติ ร่างกายใหญ่โต หรือบุคลิกที่น่าเกรงขาม, อำนาจจากการให้รางวัลการจ้าง,อำนาจตามกฎหมายกำหนด, อำนาจอ้างอิงจากผู้อื่น, อำนาจทางวิชาการ, ที่มาของอำนาจดังกล่าว ล้วนแต่มีอิทธิพล (Influence)ต่อความสำเร็จหรือไม่สำเร็จของงาน
การใช้อำนาจของผู้บริหารจากแหล่งต่าง ๆ เปรียบเสมือน แบตเตอรี่ (Battery)ที่ต้องมีไฟ มีพลังอยู่ในตัว จึงสามารถขับเคลื่อนให้เกิดอิทธิพลต่อความสำเร็จ และทุกคนคงจะทราบว่าแบตเตอรี่ (Battery) เมื่อใช้ไปมาก ๆ ยิ่งใช้จะยิ่งหมดพลังลงไป ในการใช้อำนาจจึงต้องระวังเพื่อไม่ให้พลังหมดไป และสุดท้ายจะไม่มีพลัง ที่จะก้าวไปสู่อำนาจได้เพราะ
- ความกลัวของคน ต้องมีสักวันที่จะไม่กลัวในเรื่องเดิม ๆ และเขาเหล่านั้นพยายามจะหนีท่านเรื่อยไป
- รางวัลที่ท่านให้ คงจะให้ไม่ได้ทุกวันอย่างต่อเนื่อง และเขาจะดีใจเมื่อได้รางวัลแต่เขาจะไม่ภูมิใจ
- ตำแหน่งของท่านสักวันหนึ่งจะหลุดพ้นจากขั้วตามตำแหน่ง, และไม่มีใครทำงานให้อย่างเต็มใจ
- การอ้างอิงถึงบุคคลอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ของตนคงหมดไป และขาดความเชื่อถือ
สังเกตได้ว่า ที่มาของอำนาจ 4 เหตุข้างต้นยิ่งใช้ยิ่งหมด แต่อำนาจทางวิชาการ (Expert Authority)ยิ่งให้ผู้อื่น ยิ่งใช้ศักยภาพทางวิชาการมาก ท่านจะยังมีอิทธิพลที่ทำให้เกิดความสำเร็จ
ที่สำคัญ”อำนาจทางวิชาการ” จะมีอิทธิพลต่อความสำเร็จของการงานที่ไม่มีวันหมด มีแต่จะเพิ่มพลังอันยิ่งใหญ่ ของอำนาจหน้าที่ของท่านเอง
จงมาสร้างอำนาจทางวิชาการ (Expert Authority ) กันดีกว่า ใช่ใหม่ครับ ผู้บริหารทั้งหลาย
สวัสดีครับ ขออนุญาตเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยครับ ผมขอสนับสนุนด้วยหนึ่งเสียงครับ สำหรับการสร้างอำนาจแห่งความรู้ ถือเป็นอำนาจที่ยั่งยืนครับ