เย็นนี้จะกินข้าวที่ไหน 

ผมบอกว่าสกายไฮ ดีไหม

 1 ทุ่มนะ เราเจอกัน 

ช่วงบ่ายคนแซ่เฮจากพิษณุโลกโทรมา หลังจากนั้น ลุงเอกก็โทรมาถามว่า พวกเรานัดเจอกันที่ไหน ขจิตบอกว่าเราจะไปปะทะตะเกียบพุ้ยข้าวต้มที่ร้านประจำ ลุงเอกบอกว่า..ไปที่บ้านผมดีกว่า จะเตรียมกับข้าวรอ เมื่อท่านชวนมาอย่างนี้  ก็ไม่ขอขัดศรัทธาอนุโมทนาสาธุ แต่ลืมโทรบอกทีม2แคว   

ได้เวลานัด ชาว2แควก็พากันเข้าไปนั่งเจี๋ยมเจี้ยมที่ร้าน ดีที่ยังไม่สั่งอาหาร คงเฉลียวใจว่าคนชวนหายไปไหน..โทรมาหาเรา จึงรู้เรื่องว่าลุงเอกขอเลี้ยงข้าวมื้อนี้ ชาวคณะจึงต้องย้ายกระเพาะไปหาของอร่อยแหล่งใหม่ ตามธรรมเนียมคนภูธร..แกล้งขับรถหลงบ้านลุงเอก วกไปวนมาสักพักหนึ่งจึงคลานเข้าไปจอดยังเป้าหมาย กรูกันลงรถเข้าไปในเจออาหารเต็มโต๊ะ คุณป้าผู้อารีบอกว่า..ทานก่อนเถอะค่อยคุยกัน พวกเราจึงทำตามธรรมเนียมปฏิบัติที่มาบ้านแห่งนี้ ไม่อิ่มไม่กลับ..

  สมปรารถนาทุกประการ จึงแยกย้ายกลับโรงแรม ขจิตทราบว่าอาจารย์แป๋วลงเครื่องการบินไทยที่ดอนเมืองแล้ว เรารอๆๆๆไม่เห็นมาสักที โทรไปถามก็ไม่มีคนตอบ ขึ้นมารอที่ห้องเกือบครึ่งชั่วโมง จึงติดต่ออาจารย์ได้ ขจิตลงไปรับชวนขึ้นมาคุยกันที่ห้อง ..อาจารย์แป๋ว ทวงถามพันธะสัญญาเรื่องร้านข้าวต้ม มาไล่เรียงกันดูแล้ว ไม่มีเวลาไปร้านสกายไฮ เว้นแต่จะไปชิมกันคืนนี้ เพื่อเป็นการรักษาสัญญา..พาไปชิมทันที   

สัญญาต้องไม่เป็นสายัญ..พาอาจารย์แป๋วไปนั่งร้านสกายไฮ สั่งยำปลาสลิต เต้าหู้พะโล้ ผัดผักบุ้ง และซุปขาไก่ คืนนี้อิ่มจนอืด..กลับมาที่ห้อง แยกย้ายกันไม่อาบน้ำนอน ..รุ่งเช้าเจ๊องุ่นกับออตจะตามมาสมทบ ทำข้าวต้มญวน และข้าวต้มหัวแก่นตะวันมาฝาก เพื่อที่เราจะได้ชิมร่วมกันในระหว่างอาหารเช้า   

คืนนี้ขอบอกกล่าวเล่าแจ้งแค่นี้ก่อนนะครับ  เจ๊องุ่น กับ ออต ลงรถไฟ เจอท่านสมนึกแล้ว..กำลังเดินทางมาที่นี่ เพื่อจะเปิดเมนูอาหารเช้าภาคพิสดาร ร่วมกับ อ.แป๋ว เจ้าของแก่นตะวัน ที่ให้เราไปปลูกเมื่อคราวไปงานเฮฮาศาสตร์ 2 เรื่องนี้ไม่เป็นการบังเอิญแนนอน  

ขนาดเป็นคนกลัวผ..ผี.. ไม่กล้านอนคนเดียว  

แต่ด้วยเสียงเล่าลือเรื่องข้าวต้มสกายไฮ ได้ชมไฟแสงสีประดับถนนราชดำเนินยามค่ำคืน ได้เจอชาวเฮฮาศาสตร์ ได้ชิมข้าวต้มแก่นตะวัน เจ้าแรกในโลก .แป๋ว ยอมสละแล้วซึ่งความกลัวววว  

ร้อยไม่กลัว พันไม่กลัว

แต่นอนไม่ค่อยหลับ 

เพราะน้าอึ่งยังไม่มานอนเป็นเพื่อนในคืนแรก อิอิ..