ฉันหวังว่าการทำกิจกรรมของฉันในวันนี้ ฉันอยากให้เด็กป่วย ทุกคน ร่าเริงและยิ้มได้อย่างมีความสุขและอยู่ในสังคมได้ด้วยการพึ่งพาตัวเองเป็นหลักและเป็นเด็กดีของพ่อแม่

รอยยิ้มลบล้างความเศร้า อีกวันกับการเดินทางไปที่โรงพยาบาลเด็กของฉันในวันนี้  และในวันนี้ฉันได้ไป ตึกส.8 ซึ่งเป็นตึกเกี่ยวกับโรคสมอง โรคหัวใจ โรคเลือด โรคไต  ซึ่งฉันชอบไปตึกนี้มากเพราะฉันรู้สึกผูกพันกับเด็กคนหนึ่ง  ซึ่งเธอชื่อน้องใหม่เธอเป็นเด็กดี มีน้ำใจในสายตาของฉันและพี่ๆ อาสาสมัครทุกคน  ฉันรู้สึกชอบและเป็นห่วงเธอและฉันอยากเป็นกำลังใจให้เธอหายป่วยเร็วๆ และอีกไม่นานเธอก็จะได้กลับบ้านของเธอ ฉันคงคิดถึงเธอน่าดู  เพราะการเป็นอาสาสมัครในครั้งแรกฉันได้มาทำกิจกรรมที่ส.8 ซึ่งน้องใหม่เป็นเด็กป่วยคนแรกที่ฉันรู้จักในการทำกิจกรรมซึ่งน้องใหม่จะมาเข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้ง  ซึ่งถ้าวันไหนที่พี่อาสาสมัครไม่มาทำกิจกรรมวันนั้นเป็นวันที่เธอเหงามาก  เพราะอยากที่จะทำกิจกรรมและในทุกครั้งน้องใหม่จะมาเปิดห้องรอ เตรียมพร้องที่จะทำกิจกรรม  เธออยากให้มาทำกิจกรรมอย่างนี้ในทุกๆ วัน  แต่ฉันได้มาทำกิจกรรมในทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และฉันรู้สึกดีใจที่ทำให้เด็กๆ มีความสุขกับสิ่งที่ฉันและพี่อาสาสมัครได้ทำให้วันนี้ฉันได้เตรียมกิจกรรมไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบายสีทราย  วาดรูประบายสี  เล่นตุ๊กตากระดาษ  เกมส์ทาวเวอร์ ฯลฯ  แต่ในวันนี้ฉันรู้สึกเบื่อเนื่องจากเด็กมาเข้าร่วมกิจกรรมน้อยเพราะเด็กส่วนใหญ่นั้นยังนอนกันอยู่ แต่ความเป็นจริงแล้วเด็กน้อย…….   แต่ฉันก็สู้และพร้อมที่จะทำกิจกรรมต่อไปไม่ถอย  ถึงแม้เด็กจะน้อยแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำกิจกรรมของฉันได้  สักพักหนึ่งน้องเด็กป่วยที่นอนพักผ่อน ก็ตื่นนอนและได้เข้ามาร่วมทำกิจกรรมที่ห้องสันทนาการกันเพิ่มขึ้น  ซึ่งฉันรู้สึกสนุกกับกิจกรรมที่ทำและในวันนี้เด็กป่วย ในสายตาของฉันเด็กๆป่วยหลายคนมีความสุขดีและสนุกสนาน  ร่าเริง  ยิ้มได้  แต่มีน้องคนหนึ่งเธอดูซึมเศร้า  และเหม่อลอย  ทำกิจกรรมช้ากว่าเพื่อนคนอื่นๆ  ต้องคอยบอกและช่วยเหลือน้องเค้าเสมอ  เพราะความรู้สึกของน้องดูช้ามาก  แต่น้องเองก็ยังอยากที่จะทำกิจกรรมต่อไป ท่าทางของน้องเกิดจากป่วยเป็นโรคทางสมองสั่งงานช้า.ฉันหวังว่าการทำกิจกรรมของฉันในวันนี้  ฉันอยากให้เด็กป่วย ทุกคน ร่าเริงและยิ้มได้อย่างมีความสุขและอยู่ในสังคมได้ด้วยการพึ่งพาตัวเองเป็นหลักและเป็นเด็กดีของพ่อแม่จากวันนี้ฉันได้อะไรมากมายทั้งความรู้สึกกับเด็กที่ซึมเศร้ากว่าเด็กป่วยปกติที่เป็นว่าเราควรที่จะทำอย่างไรให้เขาคลายความซึมเศร้านี้ลงไปได้บ้าง  โดยฉันได้ชวนทำกิจกรรมและพูดคุย  เพื่อให้น้องไม่รู้สึกโดดเดี่ยว  ยังมีคนที่คอยเป็นห่วงเพราะมีพี่อาสาสมัครซึ่งเป็นคนภายนอก ไม่รู้จักมาก่อน เข้ามาหา เพื่อมาร่วมทำกิจกรรมแบ่งปันให้หายเหงา   และฉันก็ทำให้เขายิ้มได้จริงๆ  ฉันรู้สึกภูมิใจและประทับใจกับการเป็นอาสาสมัคร  ในการเป็นอาสาสมัครไม่อยากอย่างที่คิด  แต่เป็นสิ่งที่ต้องลงมือทำและปฏิบัติ  ซึ่งจะทำให้รู้สึกได้ว่าสิ่งที่ทำไปนั้นมีประโยชน์ต่อเด็กอีกหลายคนและทำให้เด็กมีความสุขและยิ้มได้ในที่สุด